เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1499 เสียงรบกวน
กลิ่นอายควันธูปศักดิ์สิทธิ์ไล่ตามหลังซุนหย่าจิ้งไปอย่างไม่ยอม
ลดละ
ซุนหย่าจิ้งไปทางทิศตะวันออก มันก็ตามไปทิศตะวันออก
ซุนหย่าจิ้งไปทางทิศตะวันตก มันก็ตามไปทิศตะวันตก
คนที่ตั้งแถวมองกันอยู่บนกำแพงต่างมองซุนหย่าจิ้งที่กำลัง
กระโดดไปมาจากด้านนอกอย่างตื่นเต้น
“พี่ยวนยวน การเป็นเทพไม่ดีเหรอ?”
เฉิงยวนตอบ “ดีสิ! การกลายเป็นเทพจะไม่ดีได้ยังไงกัน?”
“ถ้าอย่างนั้นทำไมพี่จิ้งจิ้งถึงไม่อยากเป็นเทพล่ะ?”
เฉิงยวนเงียบไป
เถาซูเยียนที่อยู่อีกด้านแค่นเสียงเบา ๆ แล้วถามซ่งเมี่ยวเมี่ยว
“เธออยากเรียนหนังสือไหมล่ะ?”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวส่ายหน้าแล้วตอบ “ไม่อยากค่ะ”
เถาซูเยียนจึงบอก “ถ้าให้เธอกลายเป็นเทพก็เป็นการทำให้เธอ
ต้องเข้าเรียนทุก ๆ วันตลอดไป เธอจะยอมไหม?”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวมองไปทางเถาซูเยียนอย่างหวาดกลัว
ใบหน้าเล็ก ๆ นั้นเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น
เถาซูเยียนพูดด้วยใบหน้าเคร่งขรึม “แต่พี่จิ้งจิ้งกลายเป็นเทพ
จะต้องทำเรื่องที่หนักหนาสาหัสยิ่งกว่าการเรียนเสียอีก”
ทำงาน!
ทำงานตลอดไป!
ไม่มีการพักผ่อน!
ไม่มีโบนัส!
ไม่มีเงินเดือน!
ต้องทำงานตลอดไปโดยที่ไม่ได้อะไรสักอย่าง!
ต่อให้ซุนหย่าจิ้งจะหนีไปแค่ไหน แต่ควันที่มีกลิ่นไม้จันทน์รุนแรง
ก็ยังลอยเข้ามาหาเธออยู่ดี
ตามมาด้วยเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้น
“ฮือ ๆ ๆ เขาไม่รักฉันแล้วค่ะ! ปรมาจารย์ คุณทำให้เขารักฉันได้
ไหมคะ?”
“ทำไมเขาถึงไม่รักฉันล่ะ!”
ซุนหย่าจิ้งพิงต้นไม้ใหญ่ข้าง ๆ อย่างยอมแพ้
จากนั้นเธอก็พูดขึ้นมาอย่างหงุดหงิด “ร้องไห้ ๆ ๆ รู้จักร้องไห้
ด้วยเหรอ! เวลาเจอเรื่องอะไรอย่าร้องไห้ได้ไหม! เล่ามาให้มันรู้เรื่อง
ก่อนสิ!”
เธอบ่นไปเล็กน้อยแล้วพูดกับหงอิน “ไปเถอะ!”
หงอินเพิ่งจะเผาสิ่งของที่เป็นกระดาษเสร็จก็ยืนขึ้นอย่างงุนงง
ไป?
ไปไหน?
ซุนหย่าจิ้งจึงบอก “ไปช่วยคนโง่พวกนั้นไง! ดูว่าผู้ชายคนนั้นจะ
เป็นคู่รักที่ดีเยี่ยมหรือเปล่า”
เธอกำลังโกรธจัด
“ฉันติดหนี้พวกเขาจริง ๆ หลายปีมานี้ทุกคนล้วนขอเงินทองกัน
หมดแล้ว ทำไมถึงยังมีสมองที่เอาแต่คิดเรื่องความรักขนาดนี้ด้วย!”
“ไปขอเงินทองสิ มาขอเรื่องบุพเพทำไม มาขอเรื่องความรักของ
ชายหญิงทำไมเนี่ย!”
เธอบ่นพลางให้หงอินเก็บข้าวของไปด้วย
กระทั่งเก็บข้าวของเสร็จแล้ว เธอถึงได้โมโหขึ้นมาราวกับว่าจะไป
ฆ่าคนเสียอย่างนั้น
พร้อมกับตะโกนออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว
“ไป!”
แล้วเธอก็เดินกระแทกปึงปังออกไปอย่างโมโหมาก ๆ
เมื่อรู้ว่าเธอไปไกลแล้ว พวกคนที่อยู่บนกำแพงรอบ ๆ ถึงได้แอบ
โผล่หัวออกมา
“เมื่อกี้พี่จิ้งจิ้งน่ากลัวจัง!”
เถาซูเยียน “เป็นใครได้รู้ว่าตัวเองต้องทำงานตลอดไปโดยไม่ได้
พักผ่อน ก็ต้องดูน่ากลัวขนาดนี้กันทั้งนั้น”
เฉิงยวน “ไม่! สิ่งที่น่ากลัวกว่าก็คือตอนนี้นางเพิ่งจะเป็นเทพ
พลังวิญญาณยังมีไม่เพียงพอ นางจึงไม่สามารถสกัดกั้นคำอธิษฐาน
ที่มาจากทั่วทุกสารทิศได้”
สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องมาทางเฉิงยวน
ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ มีชีวิตอยู่หรือตายแล้ว เป็นคนหรือปีศาจ
ในสายตานั้นล้วนเต็มไปด้วยความสะพรึง
เฉิงยวนพูดด้วยน้าเสียงต่าเรียบนิ่ง ฟังดูน่ากลัวมาก ๆ “ดังนั้น
ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปข้างหูของนางก็จะมีแต่เสียงพวกนั้น”
“ตลอดเวลา!”
“ทุกนาที ทุกวินาที”
ทุกสายตามองไปยังทิศทางที่ซุนหย่าจิ้งเดินจากไปพร้อมด้วยสี
หน้าที่เต็มไปด้วยความสงสาร
น่าสงสาร
เธอน่าสงสารเกินไปหรือเปล่า
ต้องทำงาน
แล้วยังต้องมีเสียงรบกวนพวกนั้นอีก
ซ้ายังต้องทำงานตลอดไป
พร้อมกับมีเสียงรบกวนอยู่ตลอดเวลาด้วย
เถาซูเยียนตัวสั่นเล็กน้อย “เทพทางการนี่น่ากลัวจัง”
จนกระทั่งซุนหย่าจิ้งไปจัดการเรื่องเสร็จเรียบร้อยแล้วถึงกลับมา
ที่บ้านฉู่อวิ๋น
ทางบ้านฉู่อวิ๋นได้ทำการเก็บข้าวของที่ควรจะเก็บไว้ให้เรียบร้อย
แล้ว
เจ้าพวกตัวกลมน้อย ๆ ของซ่งเมี่ยวเมี่ยวต่างกำลังสะพายกระเป๋า
หนังสือเล็ก ๆ อยู่ พร้อมทั้งหิ้วกระเป๋าเดินทางใบเล็กยืนรออยู่ที่หน้า
ประตูอย่างน่ารัก
เฉิงยวนแปะยันต์ให้พวกเขาทั้งหมด
ขณะแปะก็พูดไปด้วยว่า “ครั้งนี้จะเป็นการไปสถานที่แห่งใหม่
พวกเราต้องไปอยู่ในโรงแรมกันชั่วคราวและที่โรงแรมก็จะมีคนเยอะ
มาก ทางที่ดีพวกเจ้าก็อยู่ในห้องเข้าไว้ อย่าออกไปเพ่นพ่าน เข้าใจ
ไหม?”
พวกตัวกลมน้อย ๆ พยักหน้า