เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1501 ฉันไม่ได้ตั้งใจ
ทุกคนต่างมองบ้านฉู่อวิ๋นผ่านทางหน้าต่างรถ
ไม่นานพวกเด็ก ๆ ก็แอบสะอื้นขึ้นมา
ฉู่ลั่วเองก็หันไปมองบ้านฉู่อวิ๋นที่ไกลออกไปเรื่อย ๆ พร้อมทั้งซุน
หย่าจิ้งกับจิ่งเจียเหยียนที่ยืนอยู่หน้าบ้าน
ความกลัดกลุ้มพุ่งเข้ามาในใจของเธออย่างน่าประหลาด
นี่เป็นความรู้สึกที่มีน้อยมาก ๆ ตั้งแต่ที่เธอบำเพ็ญมา
“คิดอะไรอยู่เหรอครับ?”
ฝ่ามืออุ่น ๆ ข้างหนึ่งวางบนหลังมือของเธออย่างเบา ๆ
ฮั่วเซียวหมิงมองตามสายตาของเธอไปแล้วพูดขึ้น “ถ้าคุณอยาก
กลับมาก็กลับมาได้ตลอด ค่ายกลที่ทางลัทธิเต๋าสร้างขึ้นมันกักขังได้
แค่ผมคนเดียว ขังคุณไว้ไม่ได้หรอกครับ”
ฉู่ลั่วส่ายหน้า “ฉันไม่ได้กังวลเรื่องนั้นค่ะ ฉันแค่…”
เธอก้มหน้าลงแล้วนับนิ้วอย่างรวดเร็ว
ไม่มีอะไร
ผลของการคำนวณก็ชัดเจนแล้วว่าไม่มีอะไร
แต่ความกลัดกลุ้มในใจเธอกลับไม่จางหายไปเลย
จากนั้นก็มีเสียงดังกุกกัก
รถหยุดลงทันที
จากนั้นก็มีเสียงดังโวยวายมาจากด้านหน้า
หลังจากนั้นไม่นาน บอดี้การ์ดคนหนึ่งก็วิ่งมา
ฮั่วเซียวหมิงลดกระจกลงจึงเห็นว่าบอดี้การ์ดคนนั้นสีหน้าดูไม่ดี
นัก
“มีผู้หญิงชื่อจิ่งอันเสวี่ยกำลังถือมีดจ่อคอ แล้วบอกให้ประธานฮั่ว
ไปพบเธอครับ”
“ไม่อย่างนั้นเธอจะตายหน้าขบวนรถของพวกเรา”
ฮั่วเซียวหมิงขมวดคิ้วแล้วอ้าปากจะพูด แต่เห็นว่าฉู่ลั่วนั่งอยู่ข้าง
ๆ จึงกลืนคำพูดลงไปก่อน
เขาเก็บซ่อนความร้ายกาจในดวงตาไว้แล้วบอก “ผมจะไปดูนะ”
“ฉันจะไปกับคุณด้วยค่ะ” ฉู่ลั่วเอ่ย “ได้ยินว่าจิ่งอันเสวี่ยเป็นคน
บอกลัทธิเต๋าเรื่องที่คุณเป็นมังกรปีศาจทำลายโลก”
“ฉันอยากจะรู้มากค่ะว่าเธอรู้ได้ยังไง”
ฮั่วเซียวหมิงจึงพยักหน้ารับ
เขาทำสัญญาณให้รถขับไปข้างหน้า
ตรงหน้ารถอีกคันที่อยู่ด้านหน้าสุด มีบอดี้การ์ดหลายคนกำลัง
ขวางจิ่งอันเสวี่ยเอาไว้
เธอผมเผ้ายุ่งเหยิง เนื้อตัวก็ขาวซีดและดูผอมแห้ง มือข้างหนึ่ง
กำลังถือมีดจ่อที่คอตัวเองอยู่
มีดนั้นขีดข่วนไปบนผิวหนังที่อ่อนนุ่มของเธอจนเห็นเป็นรอย
เลือดสีแดงสดแล้ว
ทันทีที่จิ่งอันเสวี่ยเห็นฮั่วเซียวหมิงมา เธอก็ดูตื่นเต้นมากขึ้นไป
อีก
“ฮั่วเซียวหมิง ฮั่วเซียวหมิง!”
เธอตะโกนเรียกชื่อเขาอย่างตื่นเต้น พร้อมกับพูดจาสะเปะสะปะ
ไปหมด “ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ นะ”
“ฉันอยากให้คุณเสียใจ ฉันไม่เคยคิดจะผนึกคุณเลยจริง ๆ นะ”
ฮั่วเซียวหมิงกับฉู่ลั่วยืนอยู่ด้านหลังบอดี้การ์ดแล้วมองจิ่งอันเสวี่ย
ที่กำลังเสียสติ
ฉู่ลั่วจึงพูดขึ้นมา “วิญญาณของเธอไม่มั่นคงค่ะ มีความเป็นได้
สูงว่าสาเหตุเกิดจากการเห็นผีบ่อย ๆ”
ท่าทีของฮั่วเซียวหมิงนิ่งเฉย เขาจับมือฉู่ลั่วแล้วบอกให้บอดี้
การ์ดหลีกทาง จากนั้นก็เดินไปอยู่ตรงหน้าจิ่งอันเสวี่ย
จิ่งอันเสวี่ยที่พูดจาไปเรื่อยเปื่อยอยู่ฝ่ายเดียวพลันเงียบไปทันที
เธอมองฮั่วเซียวหมิงด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้าตา ราวกับ
ว่าเห็นเพียงเขาอยู่ในสายตาแค่คนเดียวเท่านั้น
“คุณรู้ใช่ไหม”
จิ่งอันเสวี่ย “…”
ฮั่วเซียวหมิงพูดต่อ “คุณน่าจะรู้ว่าผมมีความรู้สึกแปลก ๆ กับ
คุณ”
จิ่งอันเสวี่ย “…”
“คุณรู้ใช่ไหมว่าทำไม?”
มือที่จิ่งอันเสวี่ยถือมีดอยู่สั่นเบา ๆ
“คุณรู้ ผมเองก็เคยบอกคุณไปแล้ว แต่คุณก็ยังไม่เชื่อ” สายตา
ของฮั่วเซียวหมิงฉายแววดูถูกขึ้นมาเล็กน้อย “คุณอยู่กับจิ่งอันฉิง ใน
ฐานะที่คุณเป็นพี่สาว เมื่อเธอมีอะไรที่แปลกไปคุณจะไม่เห็นเลยจริง ๆ
เหรอ?”
จิ่งอันเสวี่ยก้าวถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว
“เห็น ๆ กันอยู่ว่าคุณคาดเดาทุกอย่างได้หมดแล้ว คุณเห็นทุก
อย่างแล้ว แต่คุณก็ยังยอมให้จิ่งอันฉิงสร้างเรื่องอีก ทำไมล่ะ?”
“คุณเป็นพี่สาว รู้อยู่แท้ ๆ ว่าน้องสาวของตัวเองกำลังรนหาที่
ตาย…”
“ฉันไม่รู้!” จู่ ๆ จิ่งอันเสวี่ยก็พูดโพล่งขึ้นมา
เธอมองซ้ายทีขวาทีอย่างหวาดกลัว ราวกับว่ารอบ ๆ มีสิ่งที่น่า
กลัวอยู่
“ฉันไม่รู้! ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้น ฉันแค่คิดว่าเธอ…เธออยากจะไล่
ฉู่ลั่วไป! ฉันคิดว่าเธอแค่จะโวยวายสร้างเรื่องเฉย ๆ”
ฮั่วเซียวหมิงหัวเราะเบา ๆ แต่ในเสียงหัวเราะนั้นกลับเต็มไปด้วย
การหยามเหยียด
พาให้จิ่งอันเสวี่ยซึ่งเดิมทีพูดอธิบายตัวเองไม่หยุดหยุดพูดไป
ทันที