เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1502 ทั้งหมดเพื่อใคร
“จิ่งอันฉิงฆ่าคน!”
“ฆ่าคนไปเยอะมาก”
“หลังจากที่ฆ่าคนแล้วเธอก็กลับไปที่บ้าน ในเวลานั้นคุณก็อยู่
บ้านด้วย จิ่งอันเสวี่ย คุณอยู่บ้านทุกครั้งเลย”
จิ่งอันเสวี่ยกลืนน้าลาย
“ฉัน…ฉันเปล่า…”
ฮั่วเซียวหมิงพูดต่อ “คุณรู้ไหมว่าจิ่งอันฉิงคิดอะไรก่อนตาย?”
จิ่งอันเสวี่ย “…”
“เธอขอร้องสัตว์ประหลาดในร่างกายของเธอ ขอให้สัตว์
ประหลาดนั่นช่วยให้คุณได้ครอบครองผม”
จิ่งอันเสวี่ยกะพริบตาแล้วจ้องมองฮั่วเซียวหมิงนิ่ง ๆ
ราวกับว่าอยากจะแยกแยะความจริงของประโยคนี้จากสีหน้าของ
เขา
แต่จ้องมองอยู่นาน ท่าทีของเธอก็ค่อย ๆ เซื่องซึมไป ความบ้า
คลั่งในแววตาก็หายไปอย่างช้า ๆ เช่นกัน หลงเหลือไว้เพียงความ
เจ็บปวดที่เอ่อล้น
“เธอ…พูดแบบนั้นจริง ๆ เหรอคะ?”
ฮั่วเซียวหมิงจึงบอก “ต้องการคลิปหรือเปล่า? ผมจะให้คนส่งให้
คุณ”
จิ่งอันเสวี่ยไม่ได้ยินคำพูดอื่น ๆ แล้ว
แต่ฮั่วเซียวหมิงกลับไม่คิดจะปล่อยเธอไป
“จิ่งอันฉิงโง่มาก แต่โง่อย่างที่ดื้อรั้นเกินไป เธอรู้อยู่แก่ใจว่า
ตัวเองสู้ฉู่ลั่วไม่ได้ แล้วก็รู้ด้วยว่าถ้าตัวเองต้องปะทะกับฉู่ลั่วจะไม่เป็น
ผลดี”
“แต่เธอก็ยังดื้อด้านจะทำ ทั้งหมดเพื่อใครกันล่ะ?”
จิ่งอันเสวี่ยส่ายหน้า “หยุดพูด ไม่ต้องพูดแล้ว!”
ฮั่วเซียวหมิงยังคงพูดต่อ “เธอรวมร่างกับสัตว์ประหลาดนั่น
ร่างกายของเธอเองก็ย่อมมีการรับรู้ที่แข็งแกร่งขึ้น แต่เธอก็ยอมสละ
ร่างกายของตัวเองเพื่อคำมั่นสัญญากับสัตว์ประหลาด”
“ฉันบอกให้คุณหยุดพูดไง!”
จิ่งอันฉิงตะคอกเสียงดัง
เธอจ้องมองฮั่วเซียวหมิงด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้าตา
ฮั่วเซียวหมิงขมวดคิ้ว “เป็นเพราะคุณ!”
สามพยางค์นี้โจมตีจิ่งอันเสวี่ยเข้าอย่างจัง
ตอนนี้แม้แต่มีดที่อยู่ในมือของตัวเอง เธอก็ถือไม่อยู่จนมันร่วงลง
พื้นไปแล้ว
เธอยกสองมือขึ้นปิดหน้าแล้วร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บปวด
แต่เสียงของฮั่วเซียวหมิงก็ยังคงดังเข้ามาในหูของเธออย่างไม่
อาจควบคุมได้ “คุณเป็นพี่สาว แต่กลับไม่สนใจไยดีกระทั่งความเป็น
ความตายของน้องสาวตัวเองเพื่อผู้ชายที่ไม่ได้รักคุณเลย”
“คุณมองเธอเสื่อมโทรมลงเรื่อย ๆ แม้แต่ตอนที่เธอตาย คุณก็ยัง
คิดถึงผู้ชาย!”
คำพูดนี้มันแย่เกินไปแล้ว
แย่จนแทงใจดำ
จิ่งอันเสวี่ยอยากจะสลัดคำพูดของฮั่วเซียวหมิงออกไปจากหัว
ของตัวเอง
“หลังจากจิ่งอันฉิงตายไป ศพของเธออยู่ที่องค์กรมาโดยตลอด
คุณไปหาผมตั้งหลายครั้ง แต่นอกจากจะข่มขู่ผมแล้ว คุณก็ไม่เคย
คิดจะเอาศพของเธอกลับไปเลย”
“จิ่งอันฉิงรู้หรือเปล่าว่าพี่สาวของตัวเองเป็นคนแบบนี้?”
ฉิงฉิงจะรู้หรือเปล่านะ?
จิ่งอันเสวี่ยทรุดลงไปอย่างไร้เรี่ยวแรงแล้วร้องไห้โฮออกมา
กระทั่งเธอเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง ขบวนรถของตระกูลฮั่วก็จากไป
ตั้งแต่เมื่อไหร่แล้วก็ไม่รู้
บนท้องถนนว่างเปล่า นอกจากลมที่พัดผ่านมาเป็นครั้งคราวก็ไม่
มีอะไรอยู่เลย
แต่ในเสียงสายลมนั้น คล้ายกับว่าเธอได้ยินเสียงที่คุ้นเคยและฟัง
ดูน่าสะพรึง
‘พี่ พี่วางใจได้นะ ฉันจะทำให้พี่กับฮั่วเซียวหมิงอยู่ด้วยกันให้ได้’
‘พี่ พี่ชอบฮั่วเซียวหมิง ฮั่วเซียวหมิงเองก็ต้องชอบพี่เหมือนกัน
แน่นอนเลย’
‘พี่ ฉันเป็นน้องสาวพี่นะ ฉันต้องช่วยพี่แน่นอนอยู่แล้ว’
เสียงที่มาตามสายลมนั้นลอยมาถึงหูของเธอ
เป็นเสียงตะโกนเสียง ‘พี่..พี่’ อยู่เรื่อย ๆ
เสียงนั้นทั้งอ่อนโยนทั้งแปลกประหลาด ทำให้จิ่งอันเสวี่ยทั้งกลัว
และฝังใจ
บนรถ
หางตาของฮั่วเซียวหมิงเหลือบมองไปทางฉู่ลั่ว เห็นว่าฉู่ลั่วกำลัง
หลับตาทำสมาธิอยู่ราวกับว่าไม่ได้โกรธกับเรื่องเมื่อครู่เลยแม้แต่น้อย
“ผมไม่ได้ตั้งใจจะไปกระตุ้นเธอนะ”
ฉู่ลั่วค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองฮั่วเซียวหมิง
สายตาของเธอมีความใสสะอาดเจือความเย็นชาอยู่ในที
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสาเหตุของการบำเพ็ญหรือเปล่า ในดวงตาที่
เย็นชาคู่นั้นจึงราวกับว่าไม่มีความรู้สึกใด ๆ เกี่ยวข้องกับเรื่องทาง
โลกเลย
ในดวงตาที่ใสสะอาดคู่นั้นเหมือนว่าจะมองเห็นความชั่วร้ายที่เขา
เก็บซ่อนไว้ในกระดูกได้ด้วยซ้า
คล้ายกับเมื่อกี้…
คำพูดที่เกือบจะบีบจิ่งอันเสวี่ยให้ตายเหล่านั้น