เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1503 แค่มีคุณอยู่กับผมก็พอแล้ว
ฉู่ลั่วรอให้ฮั่วเซียวหมิงเอ่ยปากแต่ก็พบว่าเขาทำเพียงจ้องมอง
เธออยู่เท่านั้น
เธอจึงขมวดคิ้วสงสัย
“ผมตั้งใจ”
น้าเสียงของฮั่วเซียวหมิงเย็นชาลง กระทั่งสายตาก็เย็นชาไปด้วย
เขาพูดต่อโดยไม่รอให้ฉู่ลั่วเอ่ยปากใด ๆ “ผมตั้งใจจะกระตุ้นเธอ
ส่วนเรื่องที่ผมเป็นมังกรปีศาจทำลายโลกหรือไม่นั้น ไม่ได้สำคัญ
สำหรับผมเลยสักนิด”
“จะผนึกผมไว้ที่มณฑลหนานหรือไม่ก็ไม่ได้สำคัญเหมือนกัน”
“แต่ว่า…”
“ผมทำให้คุณเดือดร้อน!”
เขาทำให้เธอเดือดร้อน
ทำให้เธอต้องถูกลัทธิเต๋าตำหนิ
ทำให้เธอต้องลาจากบ้านฉู่อวิ๋นแล้วไปที่มณฑลหนาน
หลังจากเขาพูดจบก็เม้มปากแน่นและหลุบตาลง
เขาเป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่ง
เป็นคนธรรมดาที่เนื้อแท้นั้นไม่ได้สูงส่งอะไร
ความต่าต้อยแบบนี้ ความ…
“ฉันรู้ค่ะ” ฉู่ลั่วพูดออกมาอย่างชัดเจน “ถ้าคุณไม่บอกเธอ ฉันก็
เตรียมจะบอกเธออยู่เหมือนกัน”
ฮั่วเซียวหมิงเงยหน้าขึ้นมาสบสายตาของฉู่ลั่วทันที
มีรอยยิ้มจาง ๆ อยู่ในนั้น
“ซู่เซี่ยงหยางเตรียมจะแจ้งให้เธอไปรับศพที่องค์กรเช่นกันค่ะ”
ฉู่ลั่วหัวเราะออกมาเบา ๆ ท่ามกลางสายตาสงสัยของฮั่วเซียวห
มิง “เมื่อเจ็ดวันก่อน ฉันทำลายจิตธรรมญาณของผู้บำเพ็ญไปสิบ
กว่าคนด้วยมือของฉันเอง”
เธอกลัวว่าฮั่วเซียวหมิงจะไม่เข้าใจถึงความสำคัญของจิตธรรม
ญาณจึงอธิบายต่อ “สำหรับผู้บำเพ็ญแล้ว จิตธรรมญาณสำคัญยิ่ง
กว่าชีวิตเสียอีกค่ะ”
“เพราะอย่างนั้น ฮั่วเซียวหมิง ฉันไม่ใช่เทพที่ไร้ความรู้สึกและ
ความปรารถนาหรอกนะคะ”
ฮั่วเซียวหมิงเบิกตาโตขึ้นช้า ๆ
ขณะที่ฉู่ลั่วค่อย ๆ เข้ามาใกล้ เขาก็ได้ยินเสียงอันอบอุ่นอ่อนโยน
ของเธอ
“ถ้าฉันไร้ความรู้สึกและความปรารถนา แล้วฉันจะใจสั่นเพราะ
คุณได้ยังไง”
……
ณ มณฑลหนาน
เครื่องบินลงจอดแล้ว
ฮั่วเซียวหมิงกับฉู่ลั่วเพิ่งจะเดินออกมาได้ ก็ถูกแสงแฟลชสาด
แยงตาจนลืมตาไม่ขึ้น
และบนป้ายใหญ่ก็เขียนข้อความเอาไว้ว่า
‘ยินดีต้อนรับคุณฮั่วเซียวหมิงและปรมาจารย์ฉู่ลั่วสู่มณฑล
หนาน’
แผ่นป้ายนี้เป็นสิ่งที่คนมณฑลหนานคิดกันอยู่นานมากกว่าจะได้
แบบนี้ออกมา
ทำให้ฮั่วเซียวหมิงจะได้ไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นมังกรปีศาจทำลาย
โลกที่จะถูกผนึกอย่างยากลำบาก และทำให้ประธานฮั่วกับปรมาจารย์
ฉู่เห็นถึงความจริงใจของคนมณฑลหนานด้วย
“คุณรู้?”
ฮั่วเซียวหมิง “ผมไม่รู้ ทางรัฐบาลมณฑลหนานก็ไม่ได้แจ้งผม
ด้วย น่าจะเป็นชาวบ้านที่ทำกันเองนะ”
แม้จะเป็นสิ่งที่คนทั่วไปทำกัน แต่ก็เป็นการกระทำที่ยิ่งใหญ่
ทีเดียว
ฉู่ลั่วกับฮั่วเซียวหมิงยืนกันอยู่หน้ากล้องครู่หนึ่งแล้วตอบคำถาม
ไปสองสามคำถาม จากนั้นก็ขึ้นไปนั่งบนรถที่ทางรัฐบาลจัดไว้ให้
รถอีกหลายคันด้านหลังก็มีนักพรตลัทธิเต๋านั่งอยู่ด้วย
กระทั่งเดินทางออกจากถนนสนามบินแล้ว รถทั้งแปดคันก็
แยกกันไปในทิศทางที่แตกต่างกัน
รถของพวกฉู่ลั่วขับไปทางชานเมืองจนไปถึงสถานที่รกร้างไร้
ผู้คน
จากนั้นทุกคนก็ลงจากรถ
ซู่เซี่ยงหยางยืนอยู่ด้านหลังของฉู่ลั่ว แล้วเงยหน้ามองพระอาทิตย์
ที่อยู่บนท้องฟ้า “นี่คือใจกลางของมณฑลหนานเหรอครับ?”
“ค่ะ” ฉู่ลั่วเดินไปตรงเขตที่ขีดเส้นไว้แล้วยืนอยู่นิ่ง ๆ
พนักงานซึ่งอยู่ด้านหลังก็เริ่มติดต่อกับนักพรตลัทธิเต๋าแต่ละคน
ฉู่ลั่วมองไปทางฮั่วเซียวหมิงช้า ๆ “ค่ายกลแบ่งเป็นสองชั้น ชั้น
แรกคือเมืองหลวงของมณฑลหนาน ค่ายกลชั้นนี้ไม่แข็งแรงมาก คุณ
สามารถเข้าออกได้ เพียงแต่ร่างกายจะทรมานเล็กน้อย”
“ส่วนชั้นที่สองจะเป็นค่ายกลขนาดใหญ่ทั้งมณฑลหนานเลย”
“คุณจะไม่สามารถออกไปจากค่ายกลใหญ่นี้ได้ ถ้าเกิดคุณเข้า
ไปใกล้ค่ายกลใหญ่ พลังของค่ายกลเล็กก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น มันจะ
บีบให้วิญญาณคุณออกจากร่าง แล้วพยายามดึงให้วิญญาณของ
คุณกลับเข้าไปในวงล้อมของค่ายกลเล็ก”
ฮั่วเซียวหมิงพยักหน้า
สีหน้าของฉู่ลั่วค่อนข้างเคร่งเครียด ปลายนิ้วของเธอขยับ
เล็กน้อย “ฮั่วเซียวหมิง…”
ฮั่วเซียวหมิงเดินไปข้างเธอแล้วก้มหน้าลงนิดหน่อย “คุณกังวล
อะไรอยู่?”
ฉู่ลั่วจิตใจว้าวุ่น เธอจับมือของฮั่วเซียวหมิงเบา ๆ แล้วบอก “ฉัน
จะอยู่กับคุณที่นี่”
ฮั่วเซียวหมิงพูดออกไป “แค่นี้ก็พอแล้วครับ แค่มีคุณอยู่กับผมก็
พอแล้ว”
สายตาของเธอคือความรู้สึกผิดที่ซ่อนไว้ไม่อยู่
ฮั่วเซียวหมิงค่อย ๆ หลุบตาลงแล้วปิดบังความรู้สึกในแววตาของ
ตัวเองเอาไว้
แบบนี้ก็ดีมากแล้ว
เธอมีความรู้สึกต่อเขา
และมีความรู้สึกผิดด้วย
บางที…
เธออาจจะรักเขามากขึ้นแล้วก็ได้!