เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1504 ความรู้สึกที่ถูกคนอื่นขังเอาไว้
“เจ้านิกายครับ ทางนี้เตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว ใกล้ถึงเวลาแล้ว
ด้วยครับ”
ซู่เซี่ยงหยางปรับเครื่องกลเสร็จเรียบร้อยและบอกกับฉู่ลั่ว
ฉู่ลั่วตอบรับไป
จากนั้นเธอก็ปล่อยมือของฮั่วเซียวหมิง ชายหนุ่มถอยหลัง
ออกไปสองก้าว
ทุกคนเองก็ถอยไปหลายก้าวเช่นกัน
จนกระทั่งถอยออกมาจากเขตตรงกลาง
พระอาทิตย์ค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปทีละนิด
“ตอนนี้แหละ”
ฉู่ลั่วพูดเบา ๆ
พลังของนักพรตทั้งสิบหกคนรวมเข้าด้วยกัน จากนั้นม่านพลังที่
ไร้ตัวตนสองสายก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ
คนที่ได้รับข่าวจำนวนหนึ่งก็เงยหน้าขึ้นมองบนท้องฟ้าเช่นกัน
“มีค่ายกลไหม?”
“ไม่รู้สิ!”
“ฉันไม่เห็นรู้สึกว่ามีอะไรพิเศษเลย”
“คงไม่ได้สร้างหลอก ๆ ใช่ไหม!”
ส่วนนักพรตทั้งสิบหกคนต่างรู้สึกถึงค่ายกลอันแข็งแกร่งที่มีพลัง
วิญญาณและแรงบีบบังคับแข็งแรงได้อย่างชัดเจน
สีหน้าของไจ๋โหรวดูแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด “พลังของค่ายกลนี้
แข็งแกร่งเกินไปหรือเปล่า ค่ายกลที่ตระกูลจี้ออกแบบ เกรงว่าแม้แต่
เทพก็ยังควบคุมเอาไว้ได้เลย อย่าว่าแต่…”
เธอมองฮั่วเซียวหมิง
อย่าว่าแต่เศษเสี้ยววิญญาณของมังกรปีศาจทำลายโลกเลย
แต่สีหน้าของฮั่วเซียวหมิงกลับดูเป็นปกติ
“ผมเลือกสถานที่ของบ้านฉู่อวิ๋นแห่งใหม่ไว้หลายที่ คุณดูสิว่าที่
ไหนเหมาะสมที่สุด?”
ค่ายกลสำเร็จแล้ว
อารมณ์ของฉู่ลั่วตกต่าลงอย่างชัดเจน
เมื่อเห็นสีหน้าของฮั่วเซียวหมิงที่ดูเหมือนจะไม่สนใจอะไร ความ
ตกต่านั้นก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้น
ทุกคนเองก็รู้กาลเทศะจึงเว้นระยะห่างให้พวกเขาสองคน
ไจ๋โหรวนั่งอยู่บนก้อนหินด้านข้างอย่างกลัดกลุ้ม เธอเอามือข้าง
หนึ่งเท้าคางไว้แล้วถอนหายใจเบา ๆ
ซู่เซี่ยวหยางถามขึ้นมา “ถอนหายใจทำไม? เสียใจที่ตามองค์กร
เรามาถึงมณฑลหนานเหรอ?”
ไจ่โหรวส่ายหน้า “ฉันไม่เสียใจแน่นอนค่ะ แค่แปลกใจ…”
“ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องที่รู้อยู่แล้วแท้ ๆ แต่พอมันเกิดขึ้น…ก็รู้สึกกลุ้มใจ
มาก!”
ฮั่วเซียวหมิงจะถูกผนึกอยู่ในมณฑลหนาน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทุก
คนรู้กันอยู่แล้ว
ทั่วทั้งประเทศหรือแม้แต่ทั่วทั้งโลกล้วนสั่นสะเทือนเพราะเรื่องนี้
สื่อต่างประเทศจำนวนมากกำลังโจมตีเรื่องความเชื่อในประเทศ
และโจมตีว่าประเทศนี้ไม่มีเรื่องสิทธิมนุษยชน
และพวกเขาก็ไม่ยอมแพ้ที่จะดึงให้ฮั่วเซียวหมิงไปประเทศของ
พวกเขาด้วยเหมือนกัน
แต่ว่า…
เธอมองไปทางฮั่วเซียวหมิง “ตัวเองไม่ยอมออกไป มันก็ต่างจาก
ความรู้สึกที่ถูกคนอื่นขังเอาไว้นะ”
ซู่เซี่ยงหยางเองก็ถอนหายใจ
มีทางเลือกกับถูกบังคับ
มันต้องเป็นความรู้สึกที่ต่างกันแน่นอนอยู่แล้ว
ฮั่วเซียวหมิงนำแผนทั้งสามแผนออกมาให้ฉู่ลั่วเลือก
“สภาพอากาศเมืองเวยจะแห้งแล้ง มีสถานที่ที่เหมาะกับการอยู่
อาศัยไม่มาก นี่คือสิ่งที่ผมให้ทีมออกแบบมา เป็นอาคารสามหลังที่
ออกแบบตามสภาพภูมิประเทศ”
“คุณอยากไปดูสถานที่จริงไหมครับ?”
ฉู่ลั่วพยักหน้า
ฮั่วเซียวหมิงจึงพาฉู่ลั่วไป แล้วให้คนขับรถพาพวกเขาสองคนไป
ดูที่ตั้งของภูมิประเทศทั้งสาม
พนักงานในองค์กรและนักพรตลัทธิเต๋าล้วนตามอยู่ห่าง ๆ จาก
ด้านหลัง
พวกเขากลัวว่าฉู่ลั่วหรือฮั่วเซียวหมิงจะเล่นตุกติกอะไรขึ้นมา
ใครจะรู้ว่าพอตามพวกเขาไปรอบเมืองเวยแล้ว สีหน้าของทั้งสอง
จะปกติราวกับว่ามาดูสถานที่สำหรับสร้าวบ้านฉู่อวิ๋นเท่านั้นจริง ๆ
กระทั่งพระอาทิตย์ตกดิน
ดวงตะวันที่แดงฉานตกลงบนยอดเขาสูงตระหง่าน
ฉู่ลั่วกับฮั่วเซียวหมิงยืนเคียงกันอยู่บนยอดเขา
พวกซู่เซี่ยงหยางตามอยู่ห่าง ๆ
มีนกบินผ่านต้นไม้ในบางครั้ง มีเสียงลมพัดผ่านในบางคราว
เงาของทั้งสองคนที่อยู่ท่ามกลางพระอาทิตย์สีแดงนั้นยาวขึ้นและ
ดูเลือนรางขึ้นเรื่อย ๆ
นักพรตคนหนึ่งที่อยู่ด้านข้างค่อย ๆ เบิกตาเตรียมจะเอ่ยปากพูด
ออกไปโดยไม่รู้ตัว แต่ถูกไจ๋โหรวดึงแขนและใช้สายตาตักเตือนเอาไว้
ก่อน
นักพรตตกตะลึงไป
แล้วก็มองนักพรตคนอื่นกับพนักงานที่อยู่รอบ ๆ
แต่ละคนไม่ได้มองท้องฟ้าแต่ก้มหน้าก้มหน้ากดมือถือกันอยู่
บางคนถึงกับเอาขนมของตัวเองออกมาจากกระเป๋าแล้วกินมันอย่าง
ไม่ใส่ใจ
นี่…
เขาเงยหน้ามองเงาทั้งสองที่บนยอดเขาอีกครั้ง
แบบนี้มันไม่ค่อยดีมั้ง!
ไจ๋โหรวจ้องมองเขาอีกครั้ง แล้วนักพรตก็ก้มหน้าลงโดยไม่รู้ตัว
แล้วไจ๋โหรวก็หันกลับมาแล้วหยิบมือถือออกมาเล่นเกมอย่างเซ็ง
ๆ