เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1506 เสือกระดาษ
หลังเสียงประตูปิด เสียงพูดคุยด้านนอกก็ถูกตัดขาดไปด้วย
คนตระกูลจี้ที่เหลืออยู่ในห้อง ไม่มีใครมีสีหน้าที่ดีเลย
โดยเฉพาะนักพรตเทียนหลัว ค่ายกลนี้พูดได้ว่าเขามุ่งมั่นทดลอง
และพัฒนามานานมาก เปิดตำราโบราณมากมายกว่าจะหาพบ
คิดไม่ถึงเลยว่า…
“ฉู่ลั่วคนนี้ทำลายค่ายกลนี้ได้จริง ๆ เธอต้องสร้างค่ายกลที่ฮั่ว
เซียวหมิงไม่สามารถออกไปขึ้นมาได้แน่นอน ถ้าอย่างนั้นให้เธอเป็น
คนสร้างค่ายกลเองสิ”
มีบางคนในตระกูลจี้แค่นเสียงเย็นชา พร้อมสบถด่าด้วยความ
โกรธเคือง
แต่เพิ่งพูดจบก็ถูกแส้ขนจามรีของนักพรตเทียนหลัวฟาดใส่
“ทำไม เจ้าอยากให้เรื่องที่ค่ายกลไม่สามารถผนึกมังกรปีศาจทำลาย
โลกกระจายออกไปทั่วโลกเลยเหรอ?”
“อยากให้คนทั้งโลกรู้ว่าค่ายกลของตระกูลจี้ใช้งานไม่ได้เหรอ?”
“แค่นี้ยังขายหน้าไม่พอหรือไง?”
นักพรตเทียนหลัวสูดลมหายใจหลายครั้ง “สร้างค่ายกลเสร็จแล้ว
หน้าที่ของพวกเราตระกูลจี้ก็เสร็จสิ้นด้วย จะผนึกมังกรปีศาจทำลาย
โลกได้หรือไม่ ก็ไม่ใช่เรื่องของพวกเรา”
เขาเดินไปทางประตูด้วยสีหน้าเย็นชา คนอื่นในตระกูลจี้ล้วน
ติดตามเขาไป จนกระทั่งเดินถึงประตู นักพรตเทียนหลัวถึงหันหน้า
กลับมา มองจี้ไจ่ที่นั่งนิ่งอยู่บนโซฟา
“เจ้าแน่ใจนะว่าจะอยู่ที่นี่?”
“ครับ” จี้ไจ่มองไปทางนั้น น้าเสียงของเขาหนักแน่น ทว่าแววตา
กลับหนักแน่นยิ่งกว่า “อาจารย์ ผมจะอยู่ที่มณฑลหนานครับ”
นักพรตเทียนหลัวหัวเราะเย็นชา “เจ้ารนหาที่ตายเอง แล้ว
อาจารย์จะรั้งเจ้าได้ยังไง”
เมื่อประตูเปิดออก ก็เห็นว่าไจ๋โหรวยืนรออยู่ข้างนอก
ใบหน้าไจ๋โหรวกำลังแย้มยิ้ม “สวัสดีค่ะนักพรตเทียนหลัว ฉันมา
หาจี้ไจ่ค่ะ”
นักพรตเทียนหลัวตอบรับด้วยน้าเสียงไม่เย็นชาแต่ก็ไม่อบอุ่น
ก่อนจะพาคนตระกูลจี้จากไป
ไจ๋โหรวรีบแทรกตัวเข้ามาทันที “นายถูกเขาด่าหรือเปล่า! ฉัน
บอกนายตั้งแต่แรกแล้วว่าปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้ พวกเขาจะได้ใจ
จนเคยตัว ถ้านายไม่ตอบโต้กลับไปบ้าง พวกเขาจะวางตัวเป็นผู้
อาวุโสข่มเหงผู้น้อยนะ”
“นายต้องตอบโต้สักหน่อยสิ พวกเขาจะได้ไม่พูดเรื่องไร้สาระ
อะไรอีก”
จี้ไจ่สีหน้าเปลี่ยนไป เขาคว้าแขนเธอเอาไว้ “ประตูยังไม่ปิด”
ไจ๋โหรว “…”
เธอหันหน้าไปมองประตูช้า ๆ ถึงแม้จะมองไม่เห็นอะไรเลย
แต่ว่า…
ด้วยระดับเสียงที่เธอใช้เมื่อครู่นี้ นักพรตเทียนหลัวที่อยู่ข้างนอก
คงต้องได้ยินหมดแล้วแน่ ๆ
ทว่านอกประตูกลับไม่มีความเคลื่อนไหวอะไร
ทั้งสองคนชะงักไปชั่วขณะ ก่อนไจ๋โหรวจะพูดอย่างอวดดีทั้งที่ยัง
กลัว เธอกดเสียงให้ต่าลง “ฉันไม่ได้บอกไปแล้วเหรอ? พวกเขาเป็น
เสือกระดาษ ยิ่งนายเกรงกลัวเท่าไหร่ พวกเขายิ่งเหิมเกริมเท่านั้น”
จี้ไจ่ปล่อยมือออกจากแขนเธอ “เรื่องค่ายกล เจ้านิกายพาฮั่ว
เซียวหมิงออกไปได้”
“ใช่แล้ว!”
ไจ๋โหรวหย่อนก้นนั่งลงข้าง ๆ จี้ไจ่ “นี่เป็นเรื่องเหนือความ
คาดหมายเหรอ? เจ้านิกายเก่งขนาดนั้น การที่เขาทำลายค่ายกลได้
ก็เป็นเรื่องที่เห็นกันอยู่ชัดเจนไม่ใช่เหรอ?”
“ครั้งก่อนตอนกำจัดหงฟาง ยังไม่ทำให้คนพวกนั้นเข้าใจแจ่ม
แจ้งอีกหรือไง?”
จี้ไจ่ “เข้าใจก็เข้าใจอยู่หรอก แต่ว่า…”
เข้าใจเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การต้องยอมรับในตัวเจ้านิกายจริง ๆ ก็
เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ไจ๋โหรวทำเสียงเย็นชา
“ไม่รู้ว่าพวกเขาแต่ละคนจะหยิ่งผยองกันไปขนาดไหน”
หลังทำเสียงไม่พอใจอยู่หลายครั้ง ไจ๋โหรวกำลังจะเอ่ยปากพูด
ต่อ กลับได้ยินเสียงโทรศัพท์ของตนดังขึ้นมาเสียก่อน
เธอหยิบมันขึ้นมาดู จากนั้นแววตาก็ต้องเป็นประกาย “เจ้านิกาย
ไลฟ์สตรีมแล้ว”
“นี่เป็นการไลฟ์สตรีมครั้งแรกหลังจากเจ้านิกายมาที่มณฑล
หนาน ต้องมีคนเข้ามาดูเยอะมากแน่เลย”
เป็นไปอย่างที่คิด ทันทีที่กดเข้าไปในช่องไลฟ์สตรีม ก็มีคน
มากมายกำลังคร่าครวญและส่งเสียงให้กำลังใจ
พวกเขาคร่าครวญที่ฉู่ลั่วจากไป
ร้องเชียร์ให้กับการมาของฉู่ลั่ว
[มณฑลหนานยินดีต้อนรับเทพธิดาน้อย!]
[ตอนนี้ฉันอยู่ในมณฑลเดียวกับเทพธิดาน้อยแล้ว นี่หมายความ
ว่าฉันจะได้รับการปกป้องจากเทพธิดาน้อยใช่ไหม]
[อ้ากกก! ใครเป็นคนไล่เทพธิดาน้อยออกไป! เก่งจริงก็แสดงตัว
ออกมาสิ!]
[ฉันดูไลฟ์สตรีมแต่ไม่เคยโดเนทเลย เทพธิดาน้อยมาที่มณฑล
หนานครั้งนี้ ฉันต้องโดเนทให้แน่นอน]
[วันนี้ฉันจะเข้าร่วมสุ่มผู้โชคดี จะต้องสุ่มได้ฉันแน่!]