เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1521 เปิดห้องโถง
จี้ไจ่เงยหน้าขึ้นช้า ๆ มองไปทางไจ๋โหรว
ไจ๋โหรวที่ตอนแรกค่อนข้างโกรธเขา แต่เมื่อเห็นแววตาของจี้ไจ่
เธอก็ชะงักไป
ในดวงตาคู่นั้นไม่มีความอิจฉาและไม่ได้ชื่นชมในความรัก
เช่นกัน
แต่กลับเต็มไปด้วยความกังวล
ไจ๋โหรวรู้สึกหนักอึ้งในใจ
จี้ไจ่เอ่ยขึ้นช้า ๆ “แต่เธอคนนั้นจะไม่ตาย”
ไจ๋โหรวเงียบไปแล้ว
ด้วยความสามารถและการบำเพ็ญของเจ้านิกายในตอนนี้
อายุขัยของเธอจะต้องยาวนานแน่
จี้ไจ่ดึงสายตากลับมาอีกครั้ง “พวกเขาไม่ควรอยู่ด้วยกัน”
ไจ๋โหรวขยับริมฝีปากเล็กน้อย “แต่ว่า…เจ้านิกายชอบเขา อีก
อย่าง…อีกอย่างฮั่วเซียวหมิงเป็นมังกรปีศาจทำลายโลกกลับชาติมา
เกิด ถึงเขาจะเป็นแค่เศษเสี้ยววิญญาณก็เถอะ แต่ใครจะไปรู้ ใน
อนาคตอาจจะมีโอกาสอื่นเกิดขึ้นอีกก็ได้?”
“เขาไม่มีโอกาสอื่นแล้ว เขามีแค่โอกาสเดียว คือมีชีวิตต่อไปใน
ฐานะมังกรปีศาจทำลายโลก”
ไจ๋โหรวเงียบไปอีกครั้ง
จี้ไจ่วางโทรศัทพ์ในมือลง เขามองไจ๋โหรวแล้วพูด “ถ้าวันหนึ่ง
เจ้านิกายคืนชีพมังกรปีศาจทำลายโลก เพื่อให้ฮั่วเซียวหมิงได้มีชีวิต
อยู่ต่อไป ถึงตอนนั้น ฉันจะต้องขัดขวางเธอแน่นอน”
ไจ๋โหรวอ้าปากพูดเสียงเบาว่า “นั่นเป็นเรื่องของอนาคต เจ้า
นิกาย…เจ้านิกายไม่มีทางฟื้นคืนชีพให้มังกรปีศาจทำลายโลกเพราะ
ความรู้สึกส่วนตัวแน่นอน”
เศษเสี้ยววิญญาณมังกรปีศาจทำลายโลก กับการฟื้นคืนชีพ
มังกรปีศาจทำลายโลก สองเรื่องนี้มันต่างกัน
ฮั่วเซียวหมิงคือฮั่วเซียวหมิง
มังกรปีศาจทำลายโลกคือมังกรปีศาจทำลายโลก
พวกเขาแตกต่างกัน
จี้ไจ่ยืนขึ้น เดินไปที่ริมหน้าต่าง
นี่เป็นโรงแรมหรูหราที่สุดในท้องที่ เมื่อมองจากด้านบนลงไป
ด้านล่าง คนด้านล่างต่างสัญจรผ่านไปมาราวกับฝูงมด
“เจ้านิกายจะไม่ยอมให้ฮั่วเซียวหมิงตาย!”
“เจ้านิกายจะไม่ยอมให้ฮั่วเซียวหมิงแก่ด้วยซ้า”
เสียงของเขาทุ้มต่าลงเรื่อย ๆ “แล้วเจ้านิกายจะทำยังไง ให้คน
ธรรมดาไม่แก่ไม่ตายได้ล่ะ?”
ไจ๋โหรวลูบแขนของตัวเองหลายครั้ง “พวกเราต้องเชื่อในตัวเจ้า
นิกายสิ เธอไม่มีทางทำเรื่องแปลก ๆ แน่”
จี้ไจ่ “อย่างนั้นเหรอ? หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น”
……
เจ็ดวันต่อมา ถึงวันที่คุณอวี๋นัดเอาไว้แล้ว
ฉู่ลั่วพาพวกเฉิงยวนออกมาจากมณฑลหนานพร้อมกัน และมุ่ง
หน้าไปยังพิพิธภัณฑ์
“ทำไมฮั่วเซียวหมิงไม่มาด้วยล่ะ?”
“ที่นี่อยู่นอกมณฑล แถมตอนนี้เขาก็กำลังยุ่งมาก” สำนักงาน
ใหญ่ของฮั่วกรุ๊ปย้ายมาที่มณฑลหนาน เรื่องที่ต้องจัดการก็ย่อมมี
เยอะมากเป็นธรรมดา
เฉิงยวนทำเสียงไม่พอใจ “ถ้าให้นักข่าวถ่ายรูปตอนที่พวกเจ้า
สองคนมาพิพิธภัณฑ์ด้วยกันได้ ทั้งอินเทอร์เน็ตต้องเดือดพล่านอีก
แน่นอนเลย”
หัวหว่านที่มาด้วยกันหัวเราะเบา ๆ “พูดกันตามเหตุผลแล้ว
ตอนนี้ประธานฮั่วถูกผนึกไว้ในมณฑลหนาน จะออกมาง่าย ๆ ไม่ได้
หรอก เธอให้คุณหนูพาประธานฮั่วมาแสดงตัวแบบไม่บอกล่วงหน้า
ก่อน มันเป็นการตบหน้าลัทธิเต๋านะ!”
เฉิงยวน “ตบหน้าแล้วยังไงล่ะ!”
“ว้าว!”
เธอเพิ่งพูดจบ ซ่งเมี่ยวเมี่ยวก็อุทานด้วยความตื่นเต้น “คนเยอะ
มากค่ะ! มีป้ายใหญ่มากด้วย! นักข่าวก็มากันเยอะเลย!”
ตรงประตูใหญ่ของพิพิธภัณฑ์มีป้ายแขวนเอาไว้
ใต้ป้ายแผ่นนั้นมีคนจำนวนไม่น้อยกำลังเข้าแถวกันอยู่ รวมถึงยัง
มีนักข่าวอีกหลายคน
“ห้องโถงยวนกว่านหมายความว่ายังไงน่ะ? ห้องโถงใหม่ที่ทาง
พิพิธภัณฑ์เปิด เป็นสุสานของใครกัน?”
“ไม่รู้ว่าเป็นสุสานของใครแล้วเธอจะมาทำไมเนี่ย! ได้ยินว่าเป็น
สุสานของคุณหนูใหญ่คนหนึ่งเมื่อหนึ่งพันปีก่อน ถึงสุสานจะเคยถูก
ขุดหลายครั้งด้วยฝีมือของพวกโจรขุดสุสาน แต่หลังจากทำการขุด
ค้นอีกครั้ง ก็พบว่าของในสุสานยังถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี”
“หลายพันปีก่อนเหรอ! ถ้าอย่างนั้นต้องตั้งใจดูให้ดีแล้วล่ะ”
เฉิงยวนภูมิใจมาก
“ปรมาจารย์ฉู่ คุณหนูเฉิง”
จู้หยวนเจ๋อรีบวิ่งเข้ามา หลังทักทายพวกฉู่ลั่วเรียบร้อยแล้ว จึง
พาพวกฉู่ลั่วเข้าไปทางประตูด้านใน
“อาจารย์ทั้งสองท่านกำลังให้สัมภาษณ์นักข่าวอยู่ด้านหน้าครับ
ผมจะพาพวกคุณเข้าไปในห้องโถงยวนกว่านก่อน”
ในห้องโถงยวนกว่าน
อักษรจีนแบบดั้งเดิมที่ดูทรงพลังสองตัวอักษรถูกสลักไว้เหนือ
บานประตู
เฉิงยวนเงยหน้าขึ้นมองตัวอักษรยวน สีหน้าของเธอพลัน
อ่อนโยนลงมาก