เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1523 เข้าออกสถานที่หยิน
ไม่นานนัก ทั้งห้องโถงยวนกว่านก็เต็มไปด้วยผู้เยี่ยมชม
คุณซูพาพวกเฉิงยวนเดินออกไปข้างนอก
“ครั้งนี้ห้องโถงยวนกว่าน…”
“อาจารย์!”
ขณะที่พูดก็มีเด็กสาวคนหนึ่งวิ่งเข้ามา เธอพกบัตรประจำตัว
พนักงานมาด้วย เวลายิ้มก็จะมีลักยิ้มปรากฏขึ้นมาทั้งสองข้าง ดูเป็น
วัยรุ่นที่มีชีวิตชีวามาก
“รุ่นพี่จู้”
เด็กสาวมองไปยังฉู่ลั่วที่ยืนอยู่ด้านข้าง ก่อนจะพูดด้วยน้าเสียง
ตื่นเต้น “ฉู่…ปรมาจารย์ฉู่”
คุณซูรีบอธิบาย “นี่เป็นนักเรียนใหม่ของฉัน ชื่อสั่วอิง”
“สั่วอิง นี่คือฉู่ลั่ว ปรมาจารย์ฉู่”
สั่วอิงควบคุมอาการตื่นเต้นของตัวเองไม่อยู่ “ใครจะไม่รู้จัก
ปรมาจารย์ฉู่บ้างล่ะคะ! ฉันเป็นแฟนคลับของปรมาจารย์ฉู่ด้วยค่ะ
ไลฟ์สตรีมของปรมาจารย์ฉู่ ฉันดูทุกครั้งเลย”
“ช่วงนี้คุณเข้าออกสถานที่ที่เป็นหยินหรือเปล่าคะ?”
สั่วอิงไม่เข้าใจสักเท่าไหร่ แต่พอนึกว่าทำอะไรมาก็รีบพูดว่า
“ฉัน…ฉันเพิ่งติดตามอาจารย์ไปที่สุสานแห่งหนึ่งเท่านั้นเองค่ะ”
คุณซูพยักหน้า “สถานที่ของมันไม่ไกลจากสุสานของคุณหนู
เฉิง ดูเหมือนจะมีสุสานอีกแห่ง ของที่ฝังพร้อมคนตายมีไม่มาก และ
เคยถูกขุดขึ้นมาโดยโจรปล้นสุสาน…”
คุณอวี๋พูดแทรกเขา “ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาพูดเรื่องโบราณคดี
เสี่ยวอิงตามพวกเราไปที่สุสานแห่งนี้ เสี่ยวอิง เธอยังไปที่อื่นอีกหรือ
เปล่า?”
“เปล่าค่ะ! ช่วงนี้หนูติดตามแค่อาจารย์กับรุ่นพี่เท่านั้น!”
สั่วอิงมองซ้ายมองขวาด้วยความกังวล
“ท่านปรมาจารย์ ฉันถูกของสกปรกอะไรตามรังความหรือเปล่า
คะ!”
ในฐานะแฟนคลับตัวยงของฉู่ลั่ว เธอเข้าใจชัดเจนแจ่มแจ้งว่า
ทำไมฉู่ลั่วถึงถามแบบนี้
“บนตัวคุณมีพลังหยินรุนแรงมาก หรือจะบอกว่าเป็นไอแค้นก็ได้
แต่ไม่เห็นว่ามีผีนะคะ” ท่ามกลางสายตาสงสัยใคร่รู้ของพวกเขา ฉู่ลั่ว
อธิบายว่า “หมายความว่าคุณกำลังตกเป็นเป้าหมายของผีค่ะ”
คุณอวี๋มองผู้คนที่เดินผ่านไปมาตรงโถงทางเดิน “ไปที่ห้อง
ทำงานกันก่อนเถอะ!”
ตอนนี้มีคนจำนวนไม่น้อยเดินเข้ามาดูที่จุดนี้เป็นครั้งคราว เห็น
ได้ชัดว่าพวกเขาจำฉู่ลั่วได้แล้ว
พวกเขาหลายคนตามคุณอวี๋กับคุณซูมาที่ห้องทำงาน ฉู่ลั่วลง
มือกำจัดพลังหยินบนตัวสั่วอิงทันที
“แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้วเหรอครับ?”
จู้หยวนเจ๋อถามด้วยความกังวล
ฉู่ลั่วส่ายหน้า “ไม่ค่ะ แค่กำจัดพลังหยินบนตัวเธอเท่านั้น แต่สิ่งที่
ตามรังความเธออยู่ ยังต้องหาโอกาสกำจัดมัน”
เฉิงยวนเกาะอยู่บนไหล่ของฉู่ลั่ว พลางยื่นหน้าออกมามองสั่วอิง
“ไอแค้นรุนแรงขนาดนี้ ดูท่าว่าอีกฝ่ายน่าจะมีที่มาที่ไปไม่ธรรมดา”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยว “กลิ่นอายบนตัวพี่สาวคนนี้ รุนแรงกว่าของคุณ
น้าย่วนย่วนอีกนะคะ”
หร่วนย่วนย่วนพูด “ไอแค้นรุนแรงขนาดนี้ ถ้าไม่ถูกทรมานจน
ตาย ก็ต้องเคยฆ่าคนมาก่อน!”
ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ไม่ง่ายที่จะจัดการทั้งนั้น
เฉิงยวนตบไหล่ฉู่ลั่ว “ลัทธิเต๋าไม่ได้ตั้งกฎอะไรไว้ให้เจ้าหรอก
เหรอ พวกเขาบอกว่าไม่ให้เจ้าออกนอกมณฑลหนานเกินหนึ่งวันนี่”
“เจ้ากลับไปเถอะ!”
“ส่วนที่นี่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกเราเอง!”
หร่วนย่วนย่วนก็เอ่ยว่า “มีพวกเราสองคนอยู่จัดการได้ค่ะ ท่าน
ปรมาจารย์ คุณกลับไปที่มณฑลหนานก่อนเถอะ!”
ค่ายกลเพิ่งสร้างขึ้น ฉู่ลั่วก็ออกจากมณฑลหนานมาโจ่งแจ้ง
ขนาดนี้แล้ว ถ้ายังอยู่ข้างนอกต่อไปเรื่อย ๆ เท่ากับเป็นการตบหน้า
ลัทธิเต๋าอย่างชัดเจน
หากลัทธิเต๋ารู้เข้า ไม่รู้จะก่อเรื่องวุ่นวายอะไรขึ้นมาอีก
คุณอวี๋กับคุณซูก็เข้าใจสถานการณ์แล้ว จึงพยักหน้าพร้อมกับ
เอ่ยว่า “เสี่ยวฉู่! พวกเขาพูดถูกแล้วล่ะ ปล่อยให้พวกเขาจัดการเถอะ!
เธอกลับไปที่มณฑลหนานก่อน!”
สั่วอิง “…”
เธอกวาดตามองในห้องทำงานอย่างรวดเร็ว มองตามสายตาของ
คุณซุกับคุณอวี๋ไป
แต่ว่าเธอกลับไม่เห็นอะไรเลย
พอมองตามสายตาของฉู่ลั่วไปอีก ก็ยังไม่เห็นอะไรอยู่ดี
จู้หยวนเจ๋อ “จริงสิ! เธอยังไม่ได้เปิดเนตร จะมองไม่เห็นก็เป็น
เรื่องปกติ เธออยากเปิดเนตรไหม?”
…
จากนั้นสั่วอิงก็รับรู้ได้ถึงความเย็นยะเยือกที่ซึมเข้ามาทางเปลือก
ตาตัวเอง
เธอค่อย ๆ ลืมตา หัวใจพลันเต้นโครมคราม
“กรี๊ด!”
แล้วเสียงร้องแหลมเบา ๆ ก็ดังออกจากปากเธอ
“นี่…พวกเธอ…เป็น…”
เฉิงยวนโบกมือตัวเองไปมา “สวัสดี! ข้าคือเฉิงยวน ห้องโถงยวน
กว่านถูกตั้งชื่อตามข้า”
“ฉันคือเมี่ยวเมี่ยว”
“ฉันคือจ้าวถัง”
“…”
ห้องทำงานที่เคยว่างเปล่า ตอนนี้กลับคึกคักขึ้นมาทันตา