เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1524 ฉู่ลั่วช่วยด้วย!
สั่วอิงยกมืออันสั่นเทาของตัวเองขึ้นโบกไปมาประหนึ่งหุ่นยนต์
“สวัสดีค่ะทุกคน ฉันคือ…ฉันคือสั่วอิง! พวกคุณเรียกฉันว่าเสี่ยวอิงก็
ได้ หรือจะเรียกฉันว่าสั่วสั่วก็ได้ค่ะ”
หลังเบิกเนตรให้สั่วอิง ฉู่ลั่วก็กำชับเฉิงยวนอีกสองสามประโยค
ถึงได้กลับไปมณฑลหนาน
ทันทีที่กลับมาถึงมณฑลหนาน ซู่เซี่ยงหยางก็มาหาด้วยความรีบ
ร้อนและกล่าวว่า “ทางลัทธิเต๋ารู้แล้วครับว่าคุณออกจากมณฑล
หนาน พวกเขาโมโหกันใหญ่ แถมพากันกดดันเบื้องบนอีก”
ไจ๋โหรวแค่นเสียงเย็นชา “ปล่อยให้พวกเขากดดันไปสิคะ เจ้า
นิกายไม่ต้องสนใจ ถ้าพวกเขาเก่งจริง ควรมาประจันหน้ากับเจ้า
นิกายที่มณฑลหนานด้วยตัวเองต่างหาก”
“พวกเขากล้าแค่เล่นตุกติกอยู่ลับหลังเงียบ ๆ ไม่ใช่เหรอ”
ซู่เซี่ยงหยางเอ่ยเตือนเสียงเบา “เบื้องบนไม่ได้ว่าอะไร แต่ขอให้
คุณระวังตัวมากขึ้นถ้าจะออกไปครั้งหน้าครับ อย่าให้คนของลัทธิเต๋า
จับได้อีก”
“ฉันเข้าใจแล้ว เลือกสถานที่ตั้งองค์กรได้หรือยัง”
“ได้แล้วครับ!” ซู่เซี่ยงหยางหยิบแบบแปลนแผ่นใหม่มาพร้อม
กล่าว “ฮั่วกรุ๊ปมีหน้าที่ก่อสร้าง สถาบันวิจัยและแผนกวิจัยร่วมกัน
ออกแบบทั้งองค์กรครับ”
“เพียงแต่ในส่วนของห้องขัง…”
พวกที่ถูกจับมาขังในองค์กร มีแต่พวกไม่ธรรมดาทั้งนั้น
อย่างเช่นราชาภูตผีซางหัวก็ตามพวกเขามาที่องค์กรด้วย
ฉู่ลั่วอ่านรายงานเรื่องของซางหัวแล้วเอ่ย “การสอบสวนช่วงนี้
เป็นยังไงบ้างคะ”
ซู่เซี่ยงหยางตอบ “ปากแข็งสุด ๆ ครับ พวกเราจะลงมือทรมานก็
ไม่ได้ ค้นวิญญาณก็ไม่ได้”
เขาขมวดคิ้ว “พอพูดถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหุบเหวเทพมรณะ
เขาต้องแกล้งตายตลอด แต่ช่วงนี้เขาสนใจเรื่องของคุณมากด้วย
ครับ”
“แน่ใจใช่ไหมคะว่าเขาไม่ยอมปริปาก”
ซู่เซี่ยงหยางเอ่ย “คงไม่ยอมปริปากแล้วครับ”
ฉู่ลั่วกล่าว “ถ้าอย่างนั้นก็สำเร็จโทษเลยค่ะ!”
ซู่เซี่ยงหยาง “…”
“หา!!!”
ครู่ใหญ่กว่าซู่เซี่ยงหยางจะได้สติ แล้วมองฉู่ลั่วอย่างไม่อยากเชื่อ
สำเร็จโทษเหรอ
ใช่การสำเร็จโทษอย่างที่เขาคิดไหม
ฉู่ลั่วเห็นว่าซู่เซี่ยงหยางลังเลทั้งยังคิ้วขมวดเล็กน้อย “ติดปัญหา
อะไรเหรอคะ หรือทางองค์กรยังค้นคว้าอาวุธที่สามารถสำเร็จโทษซาง
หัวไม่เสร็จ”
ซู่เซี่ยงหยางไม่ทันเอ่ยปาก ก็ได้ยินฉู่ลั่วพูดต่อ “ถ้ายังค้นคว้า
อาวุธไม่เสร็จก็ให้ฉันลงมือเองเถอะค่ะ ขังเขาไปเรื่อย ๆ อย่างนี้ก็ไม่ได้
เรื่องอะไร สิ่งที่เขาทำ พอให้เขาได้ไปรับโทษในปรโลกแล้ว”
ฉู่ลั่วกล่าวแล้วยื่นเอกสารคืนให้ซู่เซี่ยงหยาง
“จัดเวลามาได้เลย ฉันจะส่งซางหัวไปปรโลกเอง”
ซู่เซี่ยงหยางอ้าปากค้างเล็กน้อย “ช่วงนี้…ปรโลกก็งานยุ่งมากนะ
ครับ”
ฉู่ลั่วหันมองซู่เซี่ยงหยาง “ถ้าอย่างนั้นจะให้เก็บเขาไว้เหรอคะ”
พอนึกถึงสีหน้าท่าทางของซางหัวกับองค์กรที่วุ่นวายสุด ๆ
ในช่วงนี้แล้ว เขาจึงเอ่ยขึ้น “ส่งไปปรโลกดีกว่าครับ!”
ปรโลกต้องยุ่งอยู่ตลอดนั่นแหละ แค่เพิ่มผีมาอีกหนึ่งตนหรือ
หายไปอีกหนึ่งตนก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไร
“จริงสิ จิ่งอันเสวี่ยมารับศพของจิ่งอันฉิงที่องค์กรแล้วนะครับ” ซู่
เซี่ยงหยางเตือนอีกประโยค “ฝั่งตระกูลจิ่งที่อยู่ต่างประเทศก็ไม่สนใจ
ไยดีพวกเธอสองพี่น้อง จิ่งอันเสวี่ยไม่มีเงินจะซื้อหลุมศพไว้ฝังจิ่ง
อันฉิงด้วยซ้า”
“ทางองค์กรเลยออกเงินให้จำนวนหนึ่ง ซื้อหลุมศพแห่งหนึ่งใน
เขตชนบทให้จิ่งอันฉิงครับ”
“อืม”
“ต้องจับตาดูเธอต่อไปไหมครับ”
“ไม่ต้องค่ะ” เพราะตอนนี้จิ่งอันฉิงแทบไม่มีอิทธิพลอะไรต่อฮั่ว
เซียวหมิงแล้ว
……
คืนนั้น
ฉู่ลั่วกำลังนอนหลับอยู่บนเตียง ทันใดนั้นเธอก็พลันลืมตาขึ้นมา
เสียงหนึ่งที่โหยหวนเอ่ยเรียกเธอ “ฉู่ลั่ว ช่วยด้วย!”
ฉู่ลั่วพลิกตัวลงจากเตียง มุ่งหน้าไปตรงทางเดิน
ทางเดินด้านนอกห้องโรงแรม เฉิงยวนกำลังดึงวิญญาณสั่วอิงไว้
แล้วร้องเสียงสูง
ไฟสองฝั่งของทางเดินกะพริบวูบวาบเพราะเสียงร้องและปราณผี
อันทรงพลังของเธอ
ด้านหลังวิญญาณทั้งสองของพวกเธอ คือจิตพยาบาทที่รุนแรง
มวลหนึ่ง
จิตพยาบาทนี้โหดเหี้ยมดุดัน คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือด และ
ตรงดิ่งมาทางพวกเธอ
หรือจะพูดให้ถูก คือมุ่งมาหาสั่วอิง
“ฉู่ลั่ว!”
หลังเห็นฉู่ลั่วออกมา แววตาของเฉิงยวนเจือแววยินดี รีบพาสั่ว
อิงไปหลบหลังอีกฝ่าย
ฉู่ลั่วประสานอินอย่างรวดเร็ว พลังวิญญาณกล้าแกร่งสายหนึ่ง
บดบังอยู่ด้านหน้าจิตพยาบาทนั้น
จิตพยาบาทยังคงปะทะกับพลังวิญญาณไม่หยุด
ไม่นานก็ได้ยินเสียงดังชิ้ง ดาบชิงเจวี๋ยถูกดึงออกจากฝัก
เพียงดาบเดียว จิตพยาบาทก็มลายหายไปอย่างรวดเร็ว
เธอตวัดดาบแล้วหันมามองเฉิงยวนกับสั่วอิงที่กำลังมึนงง
“เข้าไปข้างในกันก่อนเถอะ!”