เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1525 ตระกูลสั่ว
สั่วอิงนั่งบนโซฟา ก้มมองวิญญาณตัวเองสลับกับหันมองฉู่ลั่ว
และเฉิงยวน
“นี่ฉัน…ตายไปแล้วเหรอคะ”
เฉิงยวนนอนหมอบบนโซฟาขณะตอบ “ตายอะไรกัน! เพียงแค่
วิญญาณของเจ้าถูกข้ากระชากออกมาเท่านั้น! ส่วนกายเนื้อของเจ้า
ยังอยู่ที่บ้าน”
“ฉันยังไม่ตายนี่เอง” สีหน้าของสั่วอิงผ่อนคลายลง “ดีจังที่ยังไม่
ตาย! ปรมาจารย์คะ ตอนนี้ฉันขอส่งข่าวหาแฟนฉันหน่อยได้ไหม
เขากลับมาจากงานนอกสถานที่พรุ่งนี้ ถ้าเขารู้ว่าเกิดเรื่องกับฉันต้อง
เป็นห่วงแน่ ๆ”
“อืม ฉันจะติดต่อทางนั้นเอง ให้พวกเขาส่งกายเนื้อของคุณมา”
ฉู่ลั่วหันมามองเฉิงยวน “นี่มันเรื่องอะไรกันแน่”
เฉิงยวนยักไหล่แบมือ “แข็งแกร่งเกินความคาดหมายของข้า”
ฉู่ลั่วขมวดคิ้วพลางเอ่ย “แข็งแกร่งกว่าย่วนย่วนอีกเหรอ”
“ข้ากับย่วนย่วนก็คิดไม่ถึงเช่นกัน จิตพยาบาทเหล่านี้ไม่ได้มา
จากสัมภเวสีตนเดียว แต่มาจากสัมภเวสีมากมายนับไม่ถ้วน”
หล่อนเหลือบมองสั่วอิง “เพียงแต่ไม่รู้ว่า เจ้าไปล่วงเกินสัมภเวสี
เหล่านั้นอย่างไร พวกมันถึงไม่ได้สนใคร จ้องแต่จะเอาชีวิตนาง”
สั่วอิงหัวเราะแห้ง ๆ “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ”
หลังจากฉู่ลั่วติดต่อหร่วนย่วนย่วน ก็จดจ้องสั่วอิงไปมา ก่อนจะ
เอ่ยขึ้น “วิญญาณของคุณใสสะอาด แถมยังมีผลบุญติดตัว”
“ตามปกติแล้ว สัมภเวสีเหล่านี้จะไม่เข้าใกล้คุณด้วยตัวเองค่ะ”
“นอกเสียจากว่า…”
สั่วอิงมองเธออย่างใคร่รู้
“นอกเสียจากว่าคุณมีความแค้นกับพวกเขา พวกเขาถึงได้
หมายหัวแค่คุณ!”
เฉิงยวนตบไหล่สั่วอิง “ทบทวนให้ดี แต่รอบตัวเจ้ามีผลบุญอยู่ คง
ไม่ได้มีความแค้นกับพวกเขา เป็นไปได้หรือไม่ว่าจะมาจากพ่อแม่
หรือครอบครัวคนอื่นของเจ้า”
“เป็นไปไม่ได้ค่ะ!”
สั่วอิงตอบด้วยน้าเสียงมั่นใจ “คนในครอบครัวฉันทุกคน…”
ก๊อก ๆ ๆ
เสียงเคาะประตูดังขัดคำพูดของสั่วอิง
“เจ้านิกายคะ เจ้านิกาย เมื่อกี้พวกเราสัมผัสได้ถึงพลังหยิน
รุนแรงสุด ๆ เจ้านิกายไม่เป็นไรใช่ไหมคะ”
ไจ๋โหรวเคาะประตูด้วยความกังวลอยู่ข้างนอก
ฉู่ลั่วเดินไปเปิดประตู “ฉันไม่เป็นไร เรื่องมันเกิด…”
“เสี่ยวอิง” ไจ๋โหรวพุ่งเข้าไปมองสั่วอิงอย่างตะลึงงัน “ทำไมเธอถึง
มาอยู่ที่นี่ แล้วทำไมสภาพเธอเป็นแบบนี้”
ฉู่ลั่วถาม “พวกคุณรู้จักกันเหรอ”
ไจ๋โหรวพยักหน้า
“ตระกูลสั่วเป็นสมาชิกของลัทธิเต๋าเหมือนกัน เพียงแต่ตระกูล
ของพวกเขาไม่ค่อยข้องแวะกับเรื่องภายในลัทธิเต๋าเท่าไรค่ะ”
ไจ๋โหรวโอบไหล่สั่วอิง “ตระกูลสั่วเป็นหนึ่งในเจ็ดสิบสองสำนัก
เซียน วิชาที่สุดยอดที่สุดของพวกเขาคือการประดิษฐ์เครื่องภัณฑ์
ต่าง ๆ เครื่องภัณฑ์มากมายในลัทธิเต๋าก็มาจากฝีมือการสร้างของ
ตระกูลสั่วค่ะ”
“รวมถึงอาวุธของพวกเราจำนวนหนึ่งก็เป็นฝีมือตระกูลสั่วที่สร้าง
ขึ้นมาเหมือนกันค่ะ”
เฉิงยวนส่งเสียงขึ้น “หลอมเครื่องภัณฑ์นี่เอง!”
สั่วอิงยิ้มอย่างอ่อนใจ “ถึงแม้ตระกูลของพวกเราอยู่ในลัทธิเต๋า
แต่ฉันไม่มีวิชาอาคมติดตัวสักอย่างเลยค่ะ แถมไม่มีพรสวรรค์อะไร
ด้วย เพราะอย่างนั้นถึงไม่ได้เลือกเดินบนเส้นทางลัทธิเต๋าตั้งแต่เด็ก”
ไจ๋โหรวพยักหน้าเห็นด้วย “เรื่องนั้นมันก็ใช่! แต่ทำไมเธอถึงอยู่
ในสภาพนี้ล่ะ”
สั่วอิงเล่าเรื่องที่ตัวเองประสบให้ฟัง
ไจ๋โหรวหน้าตาเคร่งเครียดลงทันที “อาการดึงดูดสัมภเวสีของ
เธอยังไม่หายอีกเหรอ”
สั่วอิงมีสีหน้าขมขื่น “ตอนแรกก็หายแล้ว แต่…คงเป็นเพราะตรา
อาคมที่บ้านถูกขยับ เดี๋ยวฉันจะติดต่อคนที่บ้านดู”
“แต่ไม่เป็นไรหรอก ยังไงก็มีเจ้านิกายอยู่ ต้องช่วยจัดการบรรดา
สัมภเวสีพวกนั้นให้เธอได้แน่นอน”
ไจ๋โหรวตบบ่าสั่วอิง “เจ้านิกายคะ ทำไมเสี่ยวอิงถึงดึงดูดภูตผี
วิญญาณอยู่แบบนี้คะ”
ดวงตาทุกคู่หันมองฉู่ลั่วอย่างพร้อมเพรียงกัน
โดยเฉพาะไจ๋โหรวที่สายตาเปี่ยมด้วยความเชื่อมั่น
ฉู่ลั่วกลับเอ่ย “ไม่รู้ค่ะ”
“หา!”
“ดูจากโหงวเฮ้งแล้วเธอเป็นคนมีวาสนา รอบตัวมีผลบุญคอยค้า
ชู ต้องเป็นคนที่สะสมความดีมาหลายชาติหลายภพแล้วแน่ ๆ ปกติ
แล้วคนแบบนี้เป็นเป้าหมายที่บรรดาสัมภเวสีต้องอยู่ให้ห่างค่ะ”
“แต่สัมภเวสีพวกนี้กลับหมายหัวแค่เธอคนเดียว”
“มันผิดปกติมาก”
ไจ๋โหรวมองเพื่อนสมัยเด็กของตัวเองแล้วเอ่ย “พ่อแม่ของเสี่ยว
อิงไม่ว่าจะดูจากนิสัยหรือใจคอล้วนเป็นคนดีกันหมด แถมบรรพบุรุษ
ตระกูลสั่วก็หลอมเครื่องภัณฑ์มาหลายชั่วอายุคนแล้ว ไม่เคยยุ่ง
เกี่ยวกับเรื่องในลัทธิเต๋า…”
“แต่ยังไงก็ไม่ควรถูกมุ่งร้ายรุนแรงถึงขั้นนี้นะคะ!”
บทที 1526 บุพเพสิบชาติ
เสี่ยวอิงไม่ใช่ปัญหา
พ่อแม่ไม่ใช่ปัญหา
บรรพบุรุษก็ไม่ใช่ปัญหา
ดูจากผลบุญบนตัวสั่วอิงแล้ว บ่งบอกว่าชาติก่อนของเธอก็ไม่มี
ปัญหาเหมือนกัน
สั่วอิงเห็นฉู่ลั่วเงียบไป จึงเอ่ยปลอบ “อาการนี้ติดตัวฉันมาตั้งแต่
เกิด ที่บ้านฉันหามาสารพัดวิธีเพื่อแก้ไขแล้วค่ะ”
“ผู้มีความสามารถก็เชิญมาแล้ว แต่ไม่เป็นผลอะไรเลย”
“ต่อมาได้ผู้ใหญ่ในตระกูลช่วยกางค่ายกลให้ที่บ้าน ถึงสกัด
บรรดาสัมภเวสีไว้ได้ ไม่อย่างนั้นฉันคงโตมาไม่ได้ขนาดนี้ค่ะ”
ไจ๋โหรวกล่าวต่อ “นอกจากนี้ ที่บ้านเธอเคยทำนายดวงของเธอ
ด้วยค่ะ บอกว่าเธอมีบุพเพสิบชาติหรืออะไรสักอย่าง”
“สัมภเวสีเหล่านี้น่าจะมาทดสอบบุพเพสิบชาติของเธอกันทั้งนั้น
ค่ะ”
“เสี่ยวโหรว!” สั่วอิงชักจะเขิน
“ก่อนหน้านี้คู่หมั้นคนนั้นของเธอยังทะเลาะกับเธออยู่เลยไม่ใช่
เหรอ บอกว่าไม่อยากเป็นยาแก้พิษของเธอไง” ไจ๋โหรวทำหน้าตา
ล้อเลียน “แต่ตอนนี้เขากลับเห็นเธอเป็นสมบัติล้าค่า เฝ้าทะนุถนอม
สุด ๆ”
“นึกถึงเรื่องที่เขาทำเพื่อง้อเธอชนิดสุดโต่งในตอนนั้นสิ หึ ๆ !”
“เสี่ยวโหรว!” สั่วอิงยิ่งเขินหนักเข้าไปใหญ่ เธอถลึงตาใส่ไจ๋โหรว
“บุพเพสิบชาติเหรอคะ”
ไจ๋โหรวพยักหน้า “ใช่ค่ะ บุพเพสิบชาติ! เห็นว่าเธอกับคู่หมั้น
ในตอนนี้คบกันมาตลอดเก้าชาติที่ผ่านมา”
“แล้วยังสุขสมแก่เฒ่าไปด้วยกันทุกชาติด้วย”
เฉิงยวนถึงกับตะลึง “บุพเพสามชาติก็พอเนรมิตจิตวิญญาณให้
วัตถุแล้ว บุพเพสิบชาติจะไม่เท่ากับพวกเขาสองคนได้บรรลุเป็นเทพ
เซียนทั้งคู่เลยเหรอ”
ถึงแม้ตอนนี้จะบรรลุไม่ได้ก็เถอะ
ไจ๋โหรวพยักหน้า “เพราะอย่างนั้น ตอนนี้คนตระกูลสั่วถึงได้จับ
ตาดูพวกเขาสองคนกันหมด!”
สั่วอิงถอนหายใจ “จะบรรลุหรือไม่บรรลุ พวกเราไม่ได้ใส่ใจ
หรอกค่ะ พวกเราแค่อยากอยู่กันสองคนอย่างมีความสุขเท่านั้น”
“วันนี้เธออยู่ที่นี่ก่อน พอพรุ่งนี้พวกเขาพากายเนื้อของเธอมาส่ง
แล้ว ทุกอย่างจะดีเอง”
ไจ๋โหรวพยักหน้ารับคำ
ฉู่ลั่วแปะยันต์แผ่นหนึ่งไว้บนวิญญาณสั่วอิง วิญญาณสั่วอิงจึง
เข้าสู่ห้วงนิทราทันที
ไจ๋โหรวมองสั่วอิงแล้วถามฉู่ลั่วเสียงเบา “เจ้านิกายคะ คุณรู้สึก
ใช่ไหมคะว่าบุพเพสิบชาติของเสี่ยวอิงมันทะแม่ง ๆ”
ฉู่ลั่วหันมองไจ๋โหรว
ไจ๋โหรวเม้มปาก “ที่จริงมีคนในลัทธิเต๋าเอะใจกันเยอะ แต่พวก
เขาเป็นบุพเพสิบชาติกันมาจริง ๆ ค่ะ”
ฉู่ลั่วกล่าว “ของจริงหรือของปลอม ดูไปเดี๋ยวก็รู้เองค่ะ”
หลังส่งไจ๋โหรวที่มีสีหน้าอยากรู้อยากเห็นกลับไปแล้ว ฉู่ลั่วจึง
มองเฉิงยวน “กำลังคิดอะไรอยู่”
เฉิงยวนจดจ้องสั่วอิง “เจ้าพูดถึงการหลอมเครื่องภัณฑ์ จู่ ๆ ข้าก็
นึกขึ้นได้ นักพรตที่มอบขวดผนึกรักให้ข้าในอดีต เหมือนจะเป็นช่าง
หลอมเครื่องภัณฑ์ด้วยเหมือนกัน”
“ขวดผนึกรักที่ข้ามอบให้ฮั่วเซียวหมิงก็เจอจากหลุมศพของ
นักพรตผู้นั้น”
เธอตบมือก่อนจะเอ่ยขึ้น “ข้าไปหาดูในหลุมศพนักพรตผู้นั้น
ก่อนว่าใช่คนของตระกูลสั่วหรือไม่ หากใช่ ก็นำขวดผนึกรักนั้นไป
ถามกับคนตระกูลสั่วดู”
“เจ้าอยากรู้มาตลอดไม่ใช่หรือว่า อักขระบนขวดผนึกรักของฮั่ว
เซียวหมิงมีความหมายว่าอย่างไร”
“พอดีเลย จะได้ไปถามให้รู้เรื่อง”
เธอพูดจบก็หายตัวไปทันที ไม่รอให้ฉู่ลั่วเอ่ยปากตอบอะไร
ฉู่ลั่ว “…”
ตั้งแต่ฮั่วเซียวหมิงใช้ขวดผนึกรัก ถึงแม้ปากเฉิงยวนจะไม่พูด แต่
ในใจกลับรู้สึกสำนึกอยู่ไม่น้อย
โดยเฉพาะหลังการปรากฏตัวของจิ่งอันเสวี่ยครั้งแล้วครั้งเล่า มัน
ยิ่งเพิ่มพูนความสำนึกเสียใจของเฉิงยวนขึ้นกว่าเดิม
เช้าวันรุ่งขึ้น
เสียงกริ่งแสบหูดังขึ้นมา
ฉู่ลั่วที่นั่งขัดสมาธิบนโซฟาลืมตาช้า ๆ เธอเดินไปอยู่ตรงหน้าสั่ว
อิง ดึงยันต์บนหน้าผากเธอออก
หลังยันต์ถูกดึงออก
วิญญาณสั่วอิงก็ลืมตา
“พวกเขามาแล้วเหรอคะ”
เธอได้ยินเสียงกดกริ่งเช่นกัน
“อืม”
ประตูยังไม่ทันเปิด พวกซ่งเมี่ยวเมี่ยวก็บุกเข้ามาแล้ว “พี่ลั่วลั่ว
รีบเปิดประตูสิคะ”
“พี่ชายคนนั้นจะบ้าตายอยู่แล้ว”
ปิ่งจ้าวถังผงกหัวรัว ๆ อยู่อีกด้าน “ใช่ ๆ ๆ เขาจะบ้าตายอยู่แล้ว
น่ากลัวมากเลย!”
ฉู่ลั่วจึงเดินไปเปิดประตู
ทันทีที่ประตูเปิด ผู้ชายคนหนึ่งก็ปราดเข้ามา
“เสี่ยวอิง!”
เขามองซ้ายมองขวา
ก่อนจะถลึงตาใส่ฉู่ลั่วด้วยความโกรธเกรี้ยว “เสี่ยวอิงล่ะ”
ฉู่ลั่ว “…”
ส่วนด้านหลังเขาคือบอดี้การ์ดสองคนที่ยกกายเนื้อสั่วอิงตามมา