เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1527 เธอตายไปแล้ว
ร่างเนื้อของสั่วอิงถูกวางอยู่บนเปลและถูกคนหามเข้ามา
หัวหว่านเดินมาหา ขมวดคิ้วพลางเอ่ย “คุณเจี่ย นี่คุณทำหน้า
อะไรของคุณ”
เธอก้าวมาขวางไว้ตรงหน้าฉู่ลั่วอย่างฉับพลัน “คุณหนูสั่วอยู่ตรง
นั้น เธอสบายดี คุณไม่ได้เบิกเนตร ย่อมมองไม่เห็นเธอก็เป็นเรื่อง
ปกตินี่คะ”
เจี่ยซีสงบอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านของตัวเองลงแล้วกล่าว
“ปรมาจารย์ฉู่ ผมผิดเองครับ ผมเป็นห่วงเสี่ยวอิงเกินไปหน่อย”
“ช่วยให้ผมได้เห็นเสี่ยวอิงทีได้ไหมครับ”
น้าเสียงของเขาร้อนรน สีหน้าก็ซีดเซียว
ฉู่ลั่วโบกมือ จากนั้นสั่วอิงที่เคยสลบไม่ได้สติบนเปลก็ลืมตาขึ้น
ช้า ๆ
“เสี่ยวอิง!”
“อาซี!”
หนุ่มสาวสองคนกอดกันด้วยความเต็มตื้น
เจี่ยซีตรวจดูสั่วอิงอย่างเคร่งเครียด “เสี่ยวอิง คุณไม่เป็นไรใช่
ไหม”
“ฉันไม่เป็นไร โชคดีที่ได้ปรมาจารย์ฉู่ช่วยไว้”
สั่วอิงจับมือเจี่ยซี บอกให้เขาขอโทษฉู่ลั่ว “ขอโทษนะคะ
ปรมาจารย์ฉู่ อาซีเป็นห่วงฉันเกินไป ถึงได้…”
เจี่ยซีจับมือสั่วอิงแน่น เอ่ยด้วยน้าเสียงจริงใจ “ปรมาจารย์ฉู่ เรื่อง
เมื่อกี้ผมขอโทษนะครับ และขอบคุณคุณที่ช่วยเสี่ยวอิงไว้ด้วย
หลังจากนี้ ขอแค่เป็นเรื่องที่ผมเจี่ยซีทำได้ ปรมาจารย์ฉู่บอกมาได้
เลยครับ”
หัวหว่านเบ้ปาก
คุณหนูยังต้องการความช่วยเหลืออะไรจากคนอื่นด้วยเหรอ
ต่อให้ต้องการความช่วยเหลือ ก็ไม่ถึงมือเขาหรอก
สั่วอิงเอ่ย “จริงสิ แล้วก็คุณเฉิงด้วย ถ้าเมื่อวานไม่ได้คุณเฉิงพา
ฉันมาที่มณฑลหนาน ฉันคงหนีมาไม่ได้ราบรื่นขนาดนี้”
“คุณเฉิง…”
เธอพูดไม่ทันจบ เสียงตื่นเต้นของเฉิงยวนก็ดังมาจากด้านนอก
“ลั่วลั่ว! ข้าจะบอกให้ นักพรตเฒ่าผู้นั้นแซ่สั่วจริง ๆ”
เฉิงยวนลอบพุ่งเข้ามาจากด้านนอก ตรงดิ่งมาอยู่ตรงหน้าฉู่ลั่ว
“ข้าจำไม่ผิดจริงด้วย เป็นคนแซ่สั่วจริง ๆ ใช่จริง ๆ …”
เธอกล่าวไม่ทันจบก็สังเกตเห็นสั่วอิงกับเจี่ยซีที่อยู่ในห้อง
สายตาเธอทอดมองตัวเจี่ยซีแล้วอึ้งงันไป
สีหน้าที่เคยตื่นเต้นก็แข็งทื่อไปด้วย
สั่วอิงดึงมือเจียซีพลางเอ่ย “อาซี นี่คือคุณเฉิง เมื่อคืนเธอคนนี้
เป็นคนช่วยฉันไว้”
“โอ๊ย ฉันลืมไปเลย ตอนนี้อาซีมองไม่เห็นคุณเฉิงนี่นา”
“ให้ฉันขอให้ปรมาจารย์ฉู่เบิกเนตรให้ดีไหม คุณจะได้ขอบคุณ
คุณเฉิงต่อหน้า”
เฉิงยวนไม่พูดอะไร เธอกลอกเนตรผีตัวเองไปมาอย่างแข็งทื่อ
มองเจี่ยซีอย่างคุมตัวเองไม่อยู่ สายตามองสลับไปมาระหว่างเขา
กับสั่วอิง
ริมฝีปากกก็เอ่ยพึมพำเบา ๆ “บุพเพสิบชาติ”
“คุณเฉิงคะ”
สั่วอิงมีสีหน้าสับสน
เฉิงยวนหลุบสายตา “ไม่มีอะไร แค่สะท้อนใจเท่านั้น ที่แท้อีกคน
ของบุพเพสิบชาติก็หน้าตาเป็นเช่นนี้”
เจี่ยซีมองไม่เห็นเฉิงยวน ได้ยินแค่เพียงเสียงของสั่วอิง จึงหันมอง
ตามทิศที่อีกฝ่ายมองแล้วผงกหัวกล่าวขอบคุณ “ขอบคุณคุณเฉิงที่
ช่วยเสี่ยวอิงของเรานะครับ”
“ถ้าไม่ได้พวกคุณ ไม่รู้เลยว่าเสี่ยวอิงของเราจะเป็นยังไง”
“ขอบคุณพวกคุณนะครับ”
เขาขอบคุณด้วยท่าทางจริงใจเป็นอย่างยิ่ง
เฉิงยวนขยับปาก “ไม่ต้องขอบคุณ”
สั่วอิงปล่อยแขนเจี่ยซีแล้วเอ่ย “คุณต้องขอบคุณคุณเฉิงต่อหน้า
สิ! ปรมาจารย์ฉู่ รบกวนคุณช่วยเบิกเนตรให้อาซี…”
“ไม่ต้อง” เฉิงยวนตัดบทสั่วอิง “ไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องขอบคุณ เขา
เป็นคนยิ่งใหญ่มาจากไหนหรือ ถึงต้องขอบคุณข้าต่อหน้า ช่วยคืน
ชีพให้ข้าได้หรืออย่างไร”
สั่วอิง “…”
สีหน้าของเธอแข็งค้าง
“เป็นอะไรไป” เจี่ยซีถามอย่างเป็นห่วง
สั่วอิงฝืนเหยียดยิ้มพร้อมกับส่ายหัว “ไม่เป็นอะไร ตอนนี้ฉันหาย
ดีแล้ว ไม่ขอรบกวนปรมาจารย์ฉู่แล้วนะคะ”
เธอดึงมือเจี่ยซีและทำท่าจะเดินออกไป
ทว่าเดินไปได้เพียงก้าวเดียว ก็ถูกเฉิงยวนขวางทางไว้
สั่วอิงส่งเสียง “คุณเฉิง…”
เฉิงยวนกล่าว “มีของชิ้นหนึ่งเป็นฝีมือการสร้างจากพวกเจ้า
ตระกูลสั่ว พาพวกเราไปตระกูลสั่วที”
สั่วอิงลังเล แต่หลังเห็นสีหน้าของเฉิงยวนก็ได้แต่พยักหน้า “ได้
ค่ะ ฉันจะบอกที่บ้านไว้ก่อน”
จากนั้นเธอก็จูงเจี่ยซีออกไป
ประตูไม่ทันปิด เสียงของเจี่ยซีพลันดังมาจากข้างนอก “คุณเฉิง
คนนั้นรังแกคุณใช่ไหม เมื่อกี้ผมเห็นสีหน้าคุณเปลี่ยนไปเลย”
“เธอพูดอะไรกับคุณ”
“ถ้าเป็นเรื่องลำบากใจก็ไม่ต้องเข้าไปยุ่งหรอก”
“เธอตายไปแล้ว มีสิทธิ์อะไรมายุ่มย่ามกับเรื่องในโลกคนเป็นของ
พวกเรา”