เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1528 เรื่องระหว่างเจี่ยซีกับสั่วอิง
ปัง… เสียงประตูปิดลง
หัวหว่านเอ่ยเสียงฟึดฟัด “เจี่ยซีคนนั้น พอฉันเห็นเขาก็รู้สึกได้
เลยว่าเขาเหมือนคนบ้า ทั้ง ๆ ที่ฉันบอกเขาแล้วว่าสั่วอิงไม่เป็นไร สั่ว
อิงไม่เป็นไรจริง ๆ แต่เขาก็ยังรบเร้าไม่หยุด”
“รบเร้าอย่างกับจะเอาชีวิตกัน”
หร่วนย่วนย่วนก็ขมวดคิ้วพลางเอ่ย “ตอนยังไม่เห็นคุณสั่ว เจี่ยซี
คนนั้นอารมณ์รุนแรงมาก โดยเฉพาะหลังรู้ว่าเกิดเรื่องกับคุณสั่วก็ยิ่ง
อารมณ์รุนแรง เหมือนกับ…เหมือนกับ…”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวเอ่ย “ท่านประธานผู้เอาแต่ใจ!”
หร่วนย่วนย่วนตบมือ “ใช่แล้ว! เหมือนท่านประธานผู้เอาแต่ใจ!
แบบในนิยายเลย เทียบกับ…เทียบกับเจ้าคนแซ่ซ่งแล้วยิ่งเอาแต่ใจ
มากกว่า”
ฉู่ลั่วสบตากับเฉิงยวน
เฉิงยวนกัดฟัน ไม่พูดไม่จา
หัวหว่านมองฉู่ลั่ว แล้วสลับมองเฉิงยวน “คุณหนู มีอะไรไม่ชอบ
มาพากลหรือเปล่าคะ”
ฉู่ลั่วตอบ “ไปถึงตระกูลสั่วแล้วก็จะรู้เอง”
เธอชำเลืองเฉิงยวน เห็นอีกฝ่ายก้มหน้าด้วยท่าทางเรียบเรื่อย
เธอเดินไปอีกทางและติดต่อหาซู่เซี่ยงหยาง
ผ่านไปไม่นาน ไจ๋โหรวกับจี้ไจ่ก็มาถึง
ไจ๋โหรวเบิกตาโต “เจ้านิกาย คุณให้พวกเรามาทำไมคะ”
ฉู่ลั่วเอ่ย “พวกเรากำลังจะไปตระกูลสั่ว พวกคุณต้องตามเราไป
ด้วย”
“ตระกูลสั่วเหรอคะ เพราะเสี่ยวอิงเหรอ” ไจ๋โหรวเล่าเรื่องสั่วอิงให้
จี้ไจ่ฟัง
จี้ไจ่หันมองฉู่ลั่วแล้วเอ่ย “เจ้านิกายไปที่ตระกูลสั่วเพียงเพราะ
เรื่องนี้เหรอครับ”
“มีเรื่องอื่นด้วย” ฉู่ลั่วแบฝ่ามือ ขวดผนึกรักที่เคยตั้งอยู่ใน
ห้องนอนลอยเข้ามาบนมือเธอ
“ขวดผนึกรัก ของจากบรรพบุรุษตระกูลสั่ว ข้าอยากไปถามให้รู้
เรื่อง”
ไจ๋โหรวและจี้ไจ่เข้ามาดู พินิจขวดผนึกรักอย่างละเอียด
“อักขณะบนนี้เหมือนของตระกูลสั่วอยู่จริง ๆ เพียงแต่…ปกติแล้ว
ตระกูลสั่วไม่ค่อยทิ้งอักขระที่เป็นของตระกูลสั่วไว้บนเครื่องภัณฑ์ที่
หลอม”
“โดยเฉพาะการหลอมเครื่องภัณฑ์ให้คนอื่น ขวดผนึกรักนี่…
น่าจะใช้กันในตระกูลสั่วเองค่ะ”
จี้ไจ่พิจารณาขวดผนึกรักอยู่หลายรอบก่อนจะเอ่ยขึ้น “ถึงแม้
เป็นเครื่องภัณฑ์ที่หลอมโดยตระกูลสั่ว แต่วิธีการต่างจากตระกูลสั่ว
ใจตอนนี้ไปบ้าง”
ฉู่ลั่วเอ่ย “ใช่แล้ว น่าจะเป็นเครื่องภัณฑ์ที่ตระกูลสั่วเมื่อพันปีก่อน
หลอมไว้”
พันปีก่อน!
จี้ไจ่และไจ๋โหรวมองหน้ากัน
ต่างพากันจับขวดผนึกรักด้วยความระมัดระวังยิ่งขึ้น
ไจ๋โหรวกลืนน้าลาย “แล้วที่เจ้านิกายอยากให้เราไปด้วยกัน เป็น
เพราะ…”
“เพราะตระกูลสั่วเป็นหนึ่งในเจ็ดสิบสองสำนักเซียน ถ้ามีข้อห้าม
อะไร พวกคุณจะได้บอกเราด้วย”
จี้ไจ่ยื่นขวดผนึกรักให้ฉู่ลั่ว “ตระกูลสั่วไม่ค่อยข้องแวะกับลัทธิ
เต๋ามาแต่ไหนแต่ไร นอกจากหลอมเครื่องภัณฑ์แล้ว ไม่เคยเข้าร่วม
กงการในลัทธิเต๋าเลยครับ”
“ก่อนหน้านี้ที่คุณรับตำแหน่งเจ้านิกาย ตระกูลสั่วก็ส่งคนมาง่าย
ๆ แค่คนเดียวเท่านั้น”
ไจ๋โหรวเอ่ย “แล้วกฎของตระกูลสั่วเข้มงวดมากค่ะ หากมีผู้
บำเพ็ญที่ทำความผิด พวกเขาก็จะมีวิธีจัดการกันเอง”
เพราะเหตุนี้ ตอนที่ลัทธิเต๋าสร้างเรื่องไว้มากมาย ถึงไม่เห็นเงา
ของตระกูลสั่ว
“ตระกูลสั่วเรียกได้ว่าเป็นต้นแบบของพวกเราลัทธิเต๋า”
“เฮอะ!”
เสียงแค่นจมูกนี้ทำเอาไจ๋โหรวและจี้ไจ่พากันหันไปมองเฉิงยวน
มีอะไรกันเนี่ย…
ขณะที่พวกเขาผงะ สั่วอิงกับเจี่ยซีก็กลับมาที่ห้อง “ปรมาจารย์คะ
ฉันติดต่อกับคนที่บ้านไว้แล้วค่ะ”
“พวกเราจะออกเดินทางตอนนี้ หรือว่า…”
“ออกเดินทางตอนนี้ค่ะ”
เจี่ยซีกล่าว “ผมจะจัดการเรื่องรถเองครับ”
เขาจูงมือสั่วอิง แล้วเอ่ยด้วยน้าเสียงอ่อนโยน “ถือว่าเป็นการ
ขอบคุณปรมาจารย์ฉู่และคุณเฉิง”
ไม่นานนัก เจี่ยซีก็จัดการเรื่องรถที่ใช้เดินทางเรียบร้อย
ตอนขึ้นรถ เฉิงยวนดึงตัวไจ๋โหรวมาที่รถของฉู่ลั่ว
ทันทีที่ขึ้นมาบนรถ เฉิงยวนก็ถามเสียงเข้ม “เจ้าอธิบายเรื่อง
ระหว่างเจี่ยซีกับสั่วอิงให้ข้าฟังอย่างละเอียดได้หรือไม่”
“หา?”
“ข้าจำได้ว่าคราวก่อนเจ้าพูดถึงเรื่องที่เขาตามง้อสั่วอิง”
ไจ๋โหรวพยักหน้า “ใช่ค่ะ เดิมทีเจี่ยซีไม่ชอบเสี่ยวอิง ต่อมาหลัง
ได้คลุกคลีกับเสี่ยวอิงบ่อยขึ้น เขาก็เกิดความรู้สึกชอบพอเสี่ยวอิงค่ะ”
เฉิงยวนเอ่ย “เล่ามาให้ละเอียด”
ไจ๋โหรว “…”
ฉู่ลั่วที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ลืมตาขึ้น “ทำตามที่เฉิงยวนบอกเถอะ”
ไจ๋โหรวมีสีหน้าไม่เข้าใจ แต่ยังยอมเอ่ยปาก