เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1530 วันนี้ได้พบหน้าแล้ว
ฉู่ลั่วเดินไปอยู่ตรงหน้าเฉิงยวนด้วยสายตาแน่วแน่ “เฉิงยวน ไม่มี
อะไรต้องกลัว ที่เรามาตอนนี้ก็เพื่อแก้ไขปัญหาไม่ใช่เหรอ”
เธอเดินเข้าไปจับมือเฉิงยวน พาอีกฝ่ายเข้าไปในบ้านตระกูลสั่ว
ตระกูลสั่วนั้นแตกต่างจากตระกูลไจ๋และตระกูลจี้
บ้านของพวกเขาตั้งอยู่ในเขตเมือง แม้จะมีพื้นที่ใหญ่ แต่ไม่ใช่
สถาปัตยกรรมแบบโบราณ หากแต่เป็นย่านคฤหาสน์กว้างขวาง
“คฤหาสน์ทั้งแถบนี้สร้างโดยตระกูลสั่วทั้งหมด ตระกูลสั่วซื้อที่มา
เอง แล้วจ้างคนออกแบบมาออกแบบด้วยตัวเอง”
ไจ๋โหรวมองฉู่ลั่วที่เดินจูบมือเฉิงยวนเข้ามาด้วยความแปลกใจ
เล็กน้อย
เธออธิบายเรื่องของตระกูลสั่วให้ฟังเสียงเบา
ก่อนจะได้ยินเสียงหัวเราะ
“เสี่ยวอิงกลับมาแล้วเหรอ”
“เสี่ยวอิงกับอาซีกลับมาแล้ว”
“ก่อนหน้านี้ได้ยินพวกเขาบอกว่าเสี่ยวอิงถูกสัมภเวสีรังควานอีก
แล้ว แบบนี้คงต้องให้หัวหน้าตระกูลคิดหาวิธีนะ!”
สั่วอิงเพิ่งเดินพ้นประตูบ้าน
คนทั้งตระกูลสั่วก็รุมล้อมกันเข้ามา
สั่วอิงตอบกลับคนในครอบครัวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“อาซีเอ๋ย! ได้ยินว่าช่วงนี้นายกำลังยุ่งมาก ไม่มีเวลาอยู่กับเสี่ยว
อิงของเราเลย แบบนี้ใช้ไม่ได้นะ”
“เสี่ยวอิงเป็นหัวแก้วหัวแหวนของพวกเราตระกูลสั่ว ถ้านาย
บังอาจรังแกเธอ ตระกูลสั่วของเราไม่ปล่อยนายไว้แน่”
เจี่ยซียิ้มอ่อนใจ รับปากทุกเรื่องด้วยสีหน้าอ่อนโยน
“เอาละ!”
เสียงดุดันเสียงหนึ่งดังเข้ามา
“ครั้งนี้เสี่ยวอิงกลับมาเพราะมีธุระ”
คนตระกูลสั่วแยกตัวเปิดทางให้
หญิงชราหลังงอเล็กน้อยถือไม้เท้าเดินออกมา
เธอมีรอยยิ้มเปี่ยมเมตตา หรี่ตามองสั่วอิงและพวกฉู่ลั่วซึ่งอยู่
ด้านหลัง “พวกแกปล่อยแขกไว้อย่างนี้เหรอ รีบเชิญเข้าไปสิ!”
“ไม่อย่างนั้น จะกลายเป็นให้คนอื่น ๆ ในลัทธิเต๋าหัวเราะเยาะ
พวกเราตระกูลสั่วว่าไม่มีมารยาทในการรับแขกเหรอ”
ไจ๋โหรวส่งเสียงบอกจากด้านข้าง “นี่คือหัวหน้าตระกูลสั่ว พวก
เราพากันเรียกท่านว่าคุณย่าสั่ว”
เธอร้องเรียกเสียงหวาน แล้วพาพวกฉู่ลั่วตามหลังคุณย่าสั่วเข้า
ไป
จี้ไจ่เตือนอยู่ข้าง ๆ ฉู่ลั่ว “หัวหน้าตระกูลสั่วมีชื่อว่าสั่วเฟิง ท่าน
เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ผมเด็ก ๆ แล้วครับ”
นี่ก็ผ่านไปยี่สิบกว่าปีแล้ว
แต่หัวหน้าตระกูลสั่วยังดูไม่เปลี่ยนไปเลย
แม้จะแก่ลง แต่ก็ยังมีชีวิตอยู่
มีชีวิตอยู่อย่างแข็งแรงเปี่ยมกำลัง
ฉู่ลั่วพยักหน้า
หลังเข้ามาถึงห้องโถงหลัก สั่วเฟิงที่นั่งอยู่ตรงที่นั่งประธานก็มอง
พวกฉู่ลั่วด้วยรอยยิ้มกริ่ม “ช่วงนี้ลัทธิเต๋าพากันลือว่า ได้เจ้านิกายที่
อายุน้อยและเปี่ยมความสามารถ”
“วันนี้ได้พบหน้าแล้ว ทั้งสาวทั้งสวย ซ้ายังมากฝีมืออีก”
“พลังวิญญาณและผลบุญรอบตัวอยู่ในระดับที่ผู้บำเพ็ญคนอื่น ๆ
ร้องขอก็ยังขอไม่ได้”
คนอื่นในตระกูลสั่วพากันเห็นตาม
“เพียงแต่…”
สายตาของสั่วเฟิงจับจ้องเฉิงยวนซึ่งตามมาอยู่ข้างกายฉู่ลั่ว “เจ้า
นิกายมาหาถึงที่แบบนี้ แต่ทำไมถึงต้องพาผีสาวพันปีมาด้วย”
“ถึงแม้ตระกูลสั่วของเราจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับกงการในลัทธิเต๋า แต่
เจ้านิกายทำอย่างนี้ก็ออกจะไม่รักษากฎเกณฑ์เกินไปหน่อยแล้ว!”
เธอสะบัดมือ
เฉิงยวนที่เคยอยู่ในสภาพวิญญาณ พลันปรากฏตัวจริงออกมา
ต่อหน้าทุกคน
ในบรรดาคนตระกูลสั่ว มีบางคนที่มองเฉิงยวนด้วยความตก
ตะลึง
วินาทีต่อมา พวกเขาลุกพรวดขึ้นมา ถลึงตามองฉู่ลั่วอย่างเคือง
ขุ่น
อีกฝ่ายพาผีสาวพันปีมาถึงสำนักเซียน ไม่เท่ากับเป็นการตบ
หน้าพวกเขาตระกูลสั่วหรือ
“ไม่ทราบว่าเจ้านิกายทำอย่างนี้หมายความว่ายังไง”
“ไม่รู้จักกฎเกณฑ์กันบ้างเลยเหรอ”
“ต่อให้เสี่ยวอิงเป็นคนพาเจ้านิกายมา ก็ไม่ควรไม่รักษากฎกัน
ขนาดนี้นะ!”
สั่วอิงรีบลุกขึ้นตาม แล้วกล่าว “หัวหน้าตระกูลคะ คุณอาคุณน้า
คะ ปรมาจารย์ฉู่ไม่ได้ตั้งใจแน่นอนค่ะ เธอคงไม่รู้กฎของลัทธิเต๋า”
“อีกอย่าง หนูเป็นคนเชิญคุณเฉิงมาเองค่ะ”
“ถ้าพวกคุณจะโกรธ ก็โกรธหนูเถอะนะคะ”
เธอมองคนตระกูลสั่วด้วยท่าทางน่าสงสาร “ผู้นำตระกูลคะ
ปรมาจารย์ฉู่กับคุณเฉิงช่วยหนูไว้”
คนตระกูลสั่วที่เคยโหวกเหวกโวยวายเงียบไปในฉับพลัน
สั่วเฟิงเองก็ยิ้มเล็กน้อยแล้วเอ่ย “ในเมื่อช่วยเสี่ยวอิงไว้ก็ถือเป็น
อีกกรณี คุณเฉิงใช่ไหม ขอโทษด้วยนะ เมื่อกี้คนในครอบครัวเราเสีย
มารยาทแล้ว”
“ไปเตรียมของมา”
ผ่านไปไม่นาน คนตระกูลสั่วก็ยกเทียนเข้ามาจุดตรงหน้าเฉิง
ยวน
ก่อนจะเผากระดาษเงินกระดาษทองอีกหลายปึกตรงหน้าเธอ