เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1533 คนหัวโบราณ
เฉิงยวนหัวเราะเยาะออกมา “ลัทธิเต๋าเคารพผู้ที่แข็งแกร่ง เจ้า
เป็นคนธรรมดามีสิทธิ์อะไรเข้ามายุ่ง?”
“คุณ…”
“เอาล่ะ ๆ ๆ ไม่ต้องทะเลาะกันแล้วค่ะ!” ไจ๋โหรวเข้าไปห้ามทั้งสอง
ฝ่าย
จากนั้นก็เกลี้ยกล่อมให้สั่วอิงกับเจี่ยซีออกไปอย่างยากลำบาก
แล้วก็ถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง “เฉิงยวน คุณเป็นคนที่มี
เหตุผลมาตลอดเลยนะ การที่วันนี้หุนหันพลันแล่นขนาดนี้มันไม่
เหมือนคุณเลย!”
“อาซี คุณเป็นคนใจเย็นมาตลอด วันนี้ดูเหมือนจะหุนหันพลัน
แล่นไปหน่อยนะ!”
ที่ด้านนอกคฤหาสน์ สั่วอิงเองก็กำลังมองเจี่ยซีอย่างสงสัยใคร่รู่
อยู่เช่นกัน
เจี่ยซีหันไปกลับไปมองทางคฤหาสน์เล็กแล้วยิ้มออกมาอย่างเย็น
ชา “ผีสาวอย่างเธอเข้ามาในบ้านตระกูลสั่ว เดิมทีก็ไม่น่าจะเข้ามา
ได้”
“แถมยังคิดจะทำร้ายคนอื่นอีก ยิ่งไม่ควรเลย”
สั่วอิงจับแขนของเขาไว้แล้วบอก “ถ้าอย่างนั้นคุณก็ไม่ควรโกรธ
เหมือนกันค่ะ เพราะคุณเฉิงเป็นผีสาวพันปี ถ้าเธอจดจำความแค้นต่อ
คุณล่ะก็…”
“อย่างนั้นก็ให้เธอมาหาผมเลยสิ” เจี่ยซีโอบกอดสั่วอิงไว้ “ขอ
เพียงเธอไม่ทำร้ายคุณก็พอแล้ว!”
เขากอดสั่วอิงไว้อย่างอ่อนโยน “คุณได้ยินหรือเปล่า?
ปรมาจารย์ฉู่มีวิธีจัดการกับวิญญาณอาฆาตที่คอยเกาะแกะคุณอยู่
ตลอดนะ”
“ขอเพียงจัดการสิ่งเหล่านี้ไปได้ พวกเราก็จะสามารถแต่งงานกัน
ได้แล้ว คุณเองก็ไม่ต้องเอาข้ออ้างนี้มาคอยปฏิเสธการขอแต่งงาน
ของผมแล้วด้วย”
สั่วอิงพิงอยู่ในอ้อมแขนของเจี่ยซีแล้วพูด “ฉันไม่อยากทำให้คุณ
เดือดร้อนค่ะ คุณไม่ได้เป็นคนในลัทธิเต๋า คุณไม่รู้หรอกว่าวิญญาณ
อาฆาตเหล่านี้จะมีวิธีการที่โหดร้ายเป็นพิเศษ…”
“พ่อแม่ของฉันก็ต้องอยู่ห่างจากฉันไป เพราะวิญญาณอาฆาต
พวกนี้ค่ะ”
เจี่ยซีกอดเธอไว้อย่างปวดใจ
“ผมไม่สนใจหรอก”
พวกเขาสองคนมีความรักที่หวานชื่นระหว่างกัน ส่วนตรง
ตำแหน่งที่ไม่ไกลจากคฤหาสน์นัก เฉิงยวนก็กำลังพิงอยู่ตรงราว
บันไดแล้วมองไปอย่างสงบนิ่ง
ฉู่ลั่วยืนอยู่ข้าง ๆ เธอ “เขากลับชาติมาเกิดแล้ว”
เฉิงยวนเบือนสายตากลับมา “ข้ารู้ ข้ารู้แล้ว เจ้าไม่ต้องย้าเตือน
ข้าอยู่บ่อย ๆ หรอก”
“เมื่อครู่คุณพุ่งเข้าใส่ยันต์ของฉันไปโจมตีหัวหน้าตระกูลสั่ว”
เฉิงยวนยกสองมือขึ้นมาแล้วบอก “ข้ายอมแพ้แล้วตกลงไหม!
ข้าบอกได้หรือเปล่าว่าแค่ข้าเห็นหน้าหัวหน้าตระกูลสั่วข้าก็ไม่พอใจ
แล้ว? ข้าอยากจะทุบตีนาง…มาก ๆ”
เธอพิงอยู่ที่ราวบันได ไม่ได้มองไปทางชายหญิงสองคนนั้นที่
ยังคงอิงแอบกันอยู่ “บางที…ข้าคงยังได้รับผลกระทบอยู่สักหน่อยจริง
ๆ แม้ว่าข้าจะรู้ดีว่าเขากลับชาติมาเกิดแล้ว”
เฉิงยวนหลับตาลง ครุ่นคิดอยู่สักพักแล้วเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง
พร้อมกับตะโกนออกมาเสียงดัง “ข้ามาเพื่อขวดผนึกรัก ขวดผนึก
รัก! เรื่องอื่นไม่สำคัญทั้งนั้น!”
เสียงแหลม ๆ นี้ทำให้ชายหญิงที่ยังคงกอดกันอยู่หันกลับมา
แล้วต่างก็มองไปทางเฉิงยวนกับฉู่ลั่วที่อยู่ตรงราวบันได
เฉิงยวนดึงหัวตัวเองออกมาแล้วถือในมือพร้อมกับเหวี่ยงเป็น
วงกลม จากนั้นก็โยนมาทางสั่วอิงกับเจี่ยซี
“กรี๊ด!”
สั่วอิงส่งเสียงกรีดร้องออกมา
ส่วนเจี่ยซีจ้องมองด้วยสายตาโกรธเกรี้ยว
เฉิงยวนเรียกหัวของตัวเองกลับมาอย่างช้า ๆ แล้วพูดออกไป
“มากกกอดกันตอนกลางวันแสก ๆ อย่างนี้ มันสมควรแล้วหรือยังไง!”
สั่วอิงหน้าแดงเล็กน้อย ดึงมือเจี่ยซีออกอย่างอาย ๆ
แต่เจี่ยซีกลับเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย พูดออกมาอย่างเหยียดหยาม
ว่า “ราชวงศ์ก่อนหน้าก็ตายไปตั้งนานแล้วนะ ผมจะกอดคนที่ตัวเอง
ชอบ จะกอดคู่หมั้นของตัวเองแล้วมันทำไม? มันไปขัดหูขัดตาคุณ
เฉิงเหรอครับ?”
เฉิงยวนหัวเราะเยาะออกมา “ขัดหูขัดตาสิ! ข้ามันเป็นคน
หัวโบราณ อยู่ในการปกครองแบบเก่าแก่และก็เป็นพวกคร่าครึ ข้า
ทนเห็นคนมาพลอดรักกันต่อหน้าไม่ได้!”
สั่วอิงดึงมือเจี่ยซี “อาซี ช่างเถอะนะ!”
แต่เจี่ยซีกลับไม่ยอมจบเรื่องง่าย ๆ แล้วก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับ
เอ่ยกลับ “คุณจะคร่าครึ จะอยู่ในระบอบเก่าแก่อะไรนั่นแล้วมันเกี่ยว
อะไรกับพวกเรา! ถ้าคุณไม่อยากเห็นก็ปิดตาตัวเองไว้ไม่ได้หรือ
ยังไง?”