เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1537 เศษเสี้ยวพลังเซียน
จี้ไจ่เตรียมจะพูดแต่ถูกไจ๋โหรวดึงแขนไว้ เธอมองตรงไปข้างหน้า
ไม่มองด้านข้างเลย
“อย่ายุ่ง!”
“แต่ว่า…”
“ลางสังหรณ์บอกฉันว่าอย่าไปยุ่ง!” เสียงของไจ๋โหรวเบาราวกับ
เสียงยุ่ง ริมฝีปากก็ขยับเพียงเล็กน้อยมาก ๆ
“คุณไม่เห็นเหรอว่าเจ้านิกายไม่เคลื่อนแม้แต่สายตาไปไหน
เลย?”
“ถ้าคุณไปตอนนี้คุณต้องถูกตีแน่นอน”
จี้ไจ่ “…”
เขาจึงมองตรงไปข้างหน้าแล้วขยับปากเล็กน้อยแบบที่ไจ๋โหรว
ทำ “แบบนี้ไม่ดีมั้ง! เมื่อกี้เฉิงยวนลงมือกับคนสองคนนั้นนะ”
ไจ๋โหรว “เชื่อฉัน อย่าไปยุ่ง!”
จี้ไจ่ “…”
หางตาของเขาเหลือบมองไปทางเฉิงยวนที่นั่งอยู่บนก้อนหิน
เฉิงยวนมีสีหน้าเรียบเฉย ดูไปแล้วไม่ได้ต่างอะไรกับก่อนหน้านี้
เลย
แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคำพูดของไจ๋โหรวหรือเปล่า เขาจึงรู้สึกว่า
เฉิงยวนที่ทำตัวสงบ ดูน่ากลัวมากขึ้นไปอีก
“สำเร็จแล้ว!”
หลังจากที่เซียนผู้นั้นทุบ ๆ ตี ๆ เผา ๆ สร้าง ๆ อยู่ตลอดแล้วก็
หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
มือข้างหนึ่งของเขาถือเตาร้อน ๆ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งก็ใส่พลัง
วิญญาณเข้าไป
จากนั้นก็ได้ยินเสียงตูมแล้วเตาก็ระเบิด
ขาตั้งทองสัมฤทธิ์ชิ้นหนึ่งในมือที่อยู่ภายใต้พลังวิญญาณ มัน
ขยายขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งสูงถึงสามสิบกว่าเมตร
ทันทีที่เขาปล่อยมือ ขาตั้งขนาดใหญ่ก็ตกลงที่พื้น
เซียนปรบมือแล้วสวมชุดที่ดูสง่างาม
จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ หันกลับมาแต่สายตากลับมองตรงมาที่พวก
ของฉู่ลั่ว
ทุกคน “…”
ไจ๋โหรวกลืนน้าลายแล้วพูดออกไป “เขามองเห็นพวกเราใช่
ไหม?”
จี้ไจ่ “น่าจะไม่ใช่มั้ง แค่ฉากที่สร้างขึ้นมา ไม่ใช่…”
“เห็น”
คำพูดของเซียนทำให้คำพูดของจี้ไจ่ชะงักไป
“เจ้านิกาย!” ไจ๋โหรวพุ่งตัวไปข้างกายฉู่ลั่วโดยไม่รู้ตัว แล้วจับ
แขนของฉู่ลั่วไว้แน่น
เซียนไม่ได้พูดอะไรแล้ววนไปรอบ ๆ ขาตั้งทองสัมฤทธิ์ “ไม่ต้อง
กลัว นี่เป็นแค่เศษเสี้ยวพลังเซียนของผมที่หลงเหลืออยู่ในขาตั้งทอง
สัมฤทธิ์ขนาดใหญ่เท่านั้นเอง”
เขากระโดดเบา ๆ แล้วก็ขึ้นไปอยู่ที่ด้านบนขาตั้งขนาดใหญ่
จากนั้นก็มองลงมาที่พวกฉู่ลั่ว
“ไม่ว่าพวกคุณจะมาที่ขาตั้งใหญ่นี่ทำไม แต่ในเมื่อมาแล้วก็ต้อง
เคารพกฎของขาตั้งใหญ่”
“กฎเหรอคะ?”
ฉู่ลั่วเอ่ยถามออกไป
เซียนพยักหน้าแล้วบอก “กฎน่ะสิ ขาตั้งใหญ่เป็นสิ่งที่ผมทำเพื่อ
ลูกศิษย์ของผม เขาสืบทอดมาจนถึงตอนนี้ไม่รู้ว่ากี่รุ่นแล้ว แต่ผมเห็น
ว่าโลกภายนอกมีเสากลมอยู่มากมายมหาศาล ดูท่าทางเขากับศิษย์
ของเขาคงจะสร้างเครื่องมือศักดิ์สิทธิ์ได้ไม่น้อยเลย”
ใบหน้าเขาดูปลื้มใจ
“พวกเรามากันในครั้งนี้ก็เพื่อตามหาอักขระบนเครื่องมือ
ศักดิ์สิทธิ์ชิ้นหนึ่ง”
เฉิงยวนมองเซียนผู้นั้นแล้วพูดอย่างรีบร้อน “ไม่ทราบว่าท่าน
เซียนจะสามารถ…”
“ผมบอกไปแล้ว ผมเป็นเพียงเศษเสี้ยวพลังเซียนเท่านั้น อีกอย่าง
คือพลังเซียนอย่างผมนี่ยังต้องคงอยู่ต่อไปเพื่ออธิบายกฎของขาตั้งนี้
ให้กับคนที่จะมาที่ขาตั้งใหญ่ในภายภาคหน้าด้วย”
เซียนพูดด้วยน้าเสียงค่อนข้างรำคาญ “ผมจะสิ้นเปลืองพลัง
เซียนเพื่อช่วยพวกคุณตามหาอักขระได้ยังไงล่ะ?”
เฉิงยวน “…”
เซียนผู้นี้ไม่ได้มีความเป็นเซียนเลยสักนิด!
หลังจากเซียนบ่นเสร็จก็พูดด้วยท่าทางลึกซึ้งจนคาดเดาไม่ออก
“ขาตั้งนี้คือ…”
เขาพูดพล่ามถึงอุปกรณ์ที่ใช้สร้างขาตั้งทั้งหมดไปหนึ่งรอบแล้ว
จึงบอก “ปกติแล้วขอเพียงลูกศิษย์ของเราใช้วิชาสร้างอาวุธที่ผม
ถ่ายทอดไปก็จะถูกดูดเข้ามาในขาตั้ง”
“ขาตั้งนี้มีไว้เพื่อให้พวกเขาถ่ายทอดวิชา พวกเราสร้างอาวุธก็
เพื่อให้วิชาอาคมหลั่งไหลเข้าไปในขาตั้งนี้โดยไม่สิ้นสุด”
“พวกคุณอยากจะหาอักขระอะไร ขอเพียงออกไปแล้วไปหาที่บน
เสาแต่ละต้นนั้นก็เจอแล้ว”
เขาหลุบตาลงเล็กน้อย “แต่ว่า…เสาทุกต้นไม่ได้เข้าไปง่าย ๆ
ขนาดนั้น”
“ทำตัวดี ๆ ก็แล้วกัน!”
สิ้นเสียงพูด เซียนก็หายตัวไปทันที
ทุกคนเพิ่งจะถอนหายใจออกมาได้ เซียนผู้นั้นกลับปรากฏตัวอีก
ครั้ง “จริงด้วยสิ! คุณน่าจะเป็นคนตระกูลสั่วใช่ไหม?”
เซียนคนนั้นชี้ไปทางสั่วอิง