เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1539 ขอแค่เขาไม่เป็นตัวถ่วงข้า
เฉิงยวนเอ่ยขึ้นมา “คนโง่ก็ยังรู้เลยว่าการเดินทางครั้งนี้มัน
อันตราย ไม่มีความสามารถในการป้องกันตัวเองก็ยังจะเข้ามาอีก”
“ใครให้ความกล้ากับเจ้ามา ถึงให้เจ้าปรากฎตัวแล้วยังกล้าพูด
วิพากษ์วิจารณ์คนอื่นไปทั่วอีก”
เจี่ยซี “…”
“คุณเฉิง คุณอย่าโทษเจี่ยซีเลยนะคะ ฉันเป็นคนเสนอว่าจะมา
เอง ฉัน…”
“ข้าก็พูดให้เจ้าฟังนี่ไง” เฉิงยวนมองไปทางสั่วอิงแล้วหรี่ตาจ้อง
มองเธออย่างแปลกประหลาด “เจ้าจะคิดอะไรก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับข้า”
“ข้าตายไปแล้ว ไม่ได้น่าเบื่อเหมือนพวกเจ้า!”
เห็นเฉิงยวนทำกับสั่วอิงแบบนี้ เจี่ยซีก็โมโหขึ้นมาทันที
“ปรมาจารย์ฉู่ เฉิงยวนคนนี้จะทำตัวไร้มารยาทขนาดนี้ได้เหรอครับ?”
ฉู่ลั่วมองเฉิงยวน
เฉิงยวนหลับตาเพื่อสงบสติอารมณ์ จากนั้นจึงลืมตาขึ้นช้า ๆ
พร้อมกับเผยรอยยิ้มจอมปลอมออกมา “วางใจได้! ขอแค่เขาไม่เป็น
ตัวถ่วงข้า ข้าก็ไม่มีทางชายตามองเขาด้วยซ้า”
สั่วอิงคิดจะพูดบางอย่าง แต่เมื่อเห็นสายตาของฉู่ลั่ว
คำพูดทั้งหมดก็กลืนลงคอไปแล้ว
สายตาของท่านปรมาจารย์ ค่อนข้างน่ากลัวจริง ๆ
เธอเดินตามฉู่ลั่วไป แต่ยังหันมามองเล็กน้อย
เห็นแบบนี้ เจี่ยซีก็ขมวดคิ้วอยากจะพูด แต่เห็นว่าคนอื่นพากัน
เดินออกไปข้างนอกกันหมด
เขาจึงเดินตามหลังเฉิงยวน
ฉู่ลั่วจับแขนของสั่วอิงเอาไว้ ขยับเท้าเบา ๆ หนึ่งที ก็เหาะออกไป
ทางเสาที่อยู่ด้านซ้ายทันที
ไจ๋โหรวกับจี้ไจ่มองตากัน ก่อนจะเหาะตรงไปยังเสาที่อยู่ด้านขวา
เฉิงยวนเหลือบมองเจี่ยซี แล้วยื่นมือไปคว้าคอเสื้อของเจี่ยซีไว้
“เฮ้ย! คุณทำอะไรเนี่ย!”
ถูกคนคว้าคอเสื้อ แกว่งไปแกว่งมาอยู่กลางอากาศ
เจี่ยซีไม่ได้คาดคิดเลยสักนิด ว่าเฉิงยวนจะทำกับเขาแบบนี้
เขาร้องเรียกหลายครั้ง แต่พบว่าเฉิงยวนไม่สนใจเขาเลย
จนกระทั่งพวกเขาลงมาถึงพื้นอย่างมั่นคงบนเสาสัมฤทธิ์ทรงกลม
ที่อยู่ตรงกลาง
ทันทีที่ลงพื้น เฉิงยวนก็ปล่อยมือ เธอไปยืนอยู่ตรงหน้าประตู
สัมฤทธิ์บานนั้น
“คุณ…คุณ…”
เจี่ยซีกุมคอของตนเอง เขาทั้งโกรธ ทั้งไอ
เฉิงยวน “อีกเดี๋ยวให้ตามติดข้าเอาไว้ ข้างในนี้มีบางอย่าง
ผิดปกติ”
เจี่ยซี “อะไรผิดปกติ ผม…”
ยังไม่ทันพูดจบ เฉิงยวนก็ผลักประตูสัมฤทธิ์บานนั้นออก
ประตูสัมฤทธิ์ที่ดูน่าจะหนาและหนัก แต่เมื่อผักเบา ๆ ก็เปิดออก
ได้แล้ว
ทันทีที่ประตูเปิด แรงดูดมหาศาลก็ดูดพวกเขาเข้าไป
เฉิงยวนคว้าเจี่ยซีไว้ ทั้งสองคนเพิ่งตกลงบนพื้น ก็ได้กลิ่นเลือด
ฉุนจนแสบจมูก
“ไอแค้นรุนแรงมาก”
เฉิงยวนมองสำรวจทุกทิศทาง
ไม่ใช่ยุคสมัยปัจจุบัน
บนถนนว่างเปล่า แต่ที่ประตูบ้านทุกหลังล้วนมีโคมไฟสีขาว
แขวนอยู่หน้าบ้าน
มีเพียงบ้านหลังที่พวกเขายืนอยู่ตอนนี้เท่านั้น ที่แขวนโคมไฟสี
แดงไว้สองดวง
บนประตูใหญ่ติดอักษรซวงสี่สีแดงเอาไว้
เฉิงยวนเอ่ย “ดูเหมือนว่านี่จะเป็นการแต่งงานผีนะ! บ้านแต่ละ
หลังต่างก็แขวนโคมสีขาวไว้ คงจะมีคนตายแน่นอน”
“มีผีร้าย”
เจี่ยซีหัวเราะเย็นชา “คุณก็เป็นผีร้ายไม่ใช่เหรอ?”
เฉิงยวน “…เหอะ!”
เธอมองพิจารณาเจี่ยซีเล็กน้อย พลางยกมุมปากขึ้น
เจี่ยซี “…”
ไม่รู้เพราะอะไรจู่ ๆ แผ่นหลังของเขาถึงรู้สึกหนาวเย็นขึ้นมา
“คุณจะทำอะไร? ผมเตือนคุณไว้เลยนะ ถ้าคุณกล้าทำอะไรผม
หลังออกไปได้ ผมจะฟ้องปรมาจารย์ฉู่แน่ ผม…”
เขายังพูดไม่ทันจบ เฉิงยวนก็หัวเราะเบา ๆ ใส่เขา “วางใจเถอะ!
ลั่วลั่วเป็นพวกปกป้องคนใกล้ชิด นางต้องปกป้องข้าแน่นอน ไม่มีทาง
ปกป้องเจ้าหรอก”
พูดจบ ก็คว้าคอเสื้อของเจี่ยซีอีกครั้ง และพาเขากระโดดเข้าไป
ในลานบ้านที่แขวนโคมแดง
ในลานหน้าบ้านไม่มีใครอยู่เลย แต่ที่ด้านหลังมีเสียงสะอึกสะอื้น
และเสียงร้องไห้ดังขึ้นมาอย่างคลุมเครือ
ที่กลางลานบ้าน เหมือนจะมียันต์ติดอยู่ทุกหนทุกแห่ง
โดยเฉพาะห้องที่อยู่ด้านข้างห้องโถงใหญ่ ยิ่งเต็มไปด้วยยันต์
ด้านในมีเสียงร้องไห้ดังออกมา
“มาแล้วใช่ไหม?”
“ฉันได้ยินเสียงแล้ว!”
“ทำไมต้องจ้องจะเอาเจียวเจียวของพวกเราไปด้วย! เจียวเจียว
ของพวกเรายังเด็กอยู่เลย เธอเพิ่งจะสิบขวบเอง!”
“ท่านนักพรตบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าเขาจะมา? ท่านนักพรต
ทำไมถึงไม่มาด้วยล่ะ?”