เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1540 ข้ามาเพื่อช่วยพวกเจ้า
เจี่ยซีมองเฉิงยวนเดินเข้าไปทางประตูบ้านทีละก้าว “คุณจะทำ
อะไร! คุณเข้าไปตอนนี้…”
เฉิงยวนสะบัดมือ ยันต์ทั้งหมดที่เคยติดอยู่บนประตูก็กลายเป็น
เถ้าถ่ายในชั่วพริบตา
เจี่ยซี “…”
คนในบ้าน “อ้าก!!!!”
“ร้องอะไรกัน!” เฉิงยวนดึงเจี่ยซีไว้ “ข้ามาช่วยพวกเจ้านะ”
“เจ้าวิญญาณร้ายช่างใจกล้านัก เจ้ากล้าทำร้ายผู้คนหรือ!” ธง
เรียกวิญญาณผืนหนึ่งลอยเข้ามา พุ่งเข้าใส่เฉิงยวน
เฉิงยวน “…”
จากนั้นหลายวินาทีต่อมา
คนทั้งครอบครัวก็ตัวสั่นนั่งอยู่ด้วยกันทั้งหมด นักพรตก็
นั่งคุกเข่าลงข้าง ๆ ด้วยความคับข้องใจ
เฉิงยวนนั่งลงบนเก้าอี้ด้วยท่วงท่าสง่างาม “อย่าให้ข้าต้องลงมือ
ข้าบอกแล้วว่าข้ามาเพื่อช่วยพวกเจ้า”
นักพรตคนนั้นอายุยังน้อยมาก “เจ้า…เจ้าเป็นวิญญาณร้ายตน
หนึ่ง จะมาช่วยคนธรรมดาได้อย่างไร? อีกอย่างวิญญาณร้ายตนนั้น
โหดร้ายมาก ทั้งยังเก่งกาจมากด้วย”
เฉิงยวนกลอกตา “อย่ายืดเยื้อเลย ตอนนี้ให้ทำตามที่ข้าบอก”
เธอชี้ไปที่เจี่ยซี “เจ้าแต่งตัวเป็นผู้หญิง แล้วให้ผีร้ายตนนั้นพาตัว
ไป”
ไม่รอให้เจี่ยซีได้ประท้วง เธอก็ชี้ไปที่นักพรต “เจ้าแสร้งทำเป็นว่า
ไร้วิธีตอบโต้ผีร้าย แล้วก็ถูกผีร้ายเอาชนะซะ”
“ส่วนพวกเจ้า…” เธอชี้ไปที่คนทั้งครอบครัว “ทำเหมือนตอนนี้
แหละ อย่าให้แม่นางน้อยถูกพบเข้าล่ะ”
“ทำได้หรือไม่?”
ที่ได้สติกลับมาก่อนคือคนทั้งครอบครัวนั้น พวกเขาพยักหน้า
“ได้ พวกเราทำได้!”
พูดจบก็ดึงเด็กสาวตัวเล็กให้มาโค้งคำนับเจี่ยซีกับเฉิงยวน
เจี่ยซี “…”
เขาถลึงตามองเฉิงยวน ก่อนจะรับผ้าคลุมหน้าสีแดงมาอย่างช่วย
ไม่ได้ “ผมเป็นผู้ชายนะ ผีร้ายตนนั้นจะ…”
เฉิงยวนส่งสัญญาณไปยังนักพรตน้อยคนนั้น “ไม่ใช่ว่ามีเขาอยู่
เหรอ? มีเขาอยู่ก็สร้างความสับสนให้ผีร้ายได้แล้ว”
นักพรตน้อยมองเจี่ยซี ก่อนจะมองเฉิงยวน เขาเดินไปหยุดข้าง
เจี่ยซีอย่างช้า ๆ เขาร่ายมนต์ให้เจี่ยซีไปพลาง กระซิบถามไปพลาง
“เจ้าไม่ได้ถูกผีร้ายผู้นี้ควบคุมไว้ใช่ไหม?”
เจี่ยซีไปทางเฉิงยวนแวบหนึ่ง “เธอไม่ได้ควบคุมผม พวกเรามา
ด้วยกัน เพราะมีเรื่องต้องทำ”
นักพรตน้อยร่ายมนต์บนตัวเจี่ยซี จากนั้นจึงนำผ้าคลุมหน้าสี
แดงมาคลุมให้เจี่ยซี
เวลาค่าคืนมืดลงเรื่อย ๆ
เทียนสีแดงแกว่งไปมา
มีเสียงสะอื้นเบา ๆ ดังมาจากด้านในประตู
จนกระทั่งลมหยินสายหนึ่งพัดเข้ามา พุ่งตรงมากระทบกับประตู
โดยตรง
“เหอะ! ยันต์แบบนี้ ยังคิดจะขวางข้าอีกหรือ!”
เสียงนั้นแยกไม่ออกว่าเป็นชายหรือหญิง เหมือนเสียงที่ลอย
มาตามลม แต่ก็เหมือนกระซิบอยู่ข้างหูคน
ชั่วพริบตา ทุกคนภายในบ้านก็อดจะรู้สึกหนาวเย็นที่หลังไม่ได้
เจี่ยซีที่มีผ้าแดงคลุมหน้าไว้ก้มหน้าลง เขากลืนน้าลายไปหลาย
อึก
เขาได้ยินแต่เสียงเสียดสีดังกรอบแกรบเท่านั้น จากนั้นประตูบ้าน
ก็ถูกผลักออก ภายในบ้านวุ่ยวายขึ้นมาทันที
ผีร้ายหัวเราะเยาะเสียงดัง นักพรตตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยว
คนในบ้านกรีดร้องโหยหวน…
“นางได้ไปกับข้าถือเป็นโชคดีของนางแล้ว พวกเจ้าร้องไห้ทำไม
กัน!”
เจี่ยซียังไม่ทันได้ตอบสนอง ก็รู้สึกได้เพียงความเยือกเย็นบนไหล่
ของตน
เขาหันหน้าไป เห็นมือสีเขียวอมม่วงกับเล็กแหลมราวกับมีด
วินาทีต่อมา ร่างกายของเขาก็ถูกผีร้ายยกขึ้น ก่อนจะเหาะ
ออกไปข้างนอกอย่างรวดเร็ว
พริบตาเดียวก็พลันหายตัวไปแล้ว
นักพรตน้อยล้มลงบนพื้นและแกล้งกระอักเลือดออกมา ก่อนจะ
พยายามยืนขึ้นอย่างเชื่องช้า มองเฉิงยวนที่นั่งขัดสมาธิกินเมล็ด
แตงโมอยู่
“เจ้าไม่ไปเหรอ?”
“ไปทำไม?”
“ไปช่วยคนน่ะสิ!”
เฉิงยวนมองไปทางนักพรตน้อย “ไม่ไป”
“อ้ากกกก! เหตุใดเจ้าจึงเป็นเช่นนี้!” นักพรตน้อยพุ่งเข้าไปหา
ด้วยความโกรธ “ข้ารู้อยู่แล้วว่าไม่ควรเชื่อผีร้ายอย่างเจ้า”
นักพรตน้อยกรีดร้องแล้ววิ่งตามไป
เฉิงยวน “…”
คนทั้งครอบครัวกอดกันกลม พลางมองเฉิงยวนด้วยท่าทาง
ระแวดระวัง
เฉิงยวนโยนเมล็ดแตงโมในมือทิ้ง แล้วเดินไปที่ประตูช้า ๆ
เธอกวาดตามองข้างนอกแวบหนึ่ง เมื่อเห็นว่าบรรยากาศรอบตัว
ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป เธอก็กัดฟันพร้อมหัวเราะเย็นชา
เซียนผู้นั้น ไม่ได้บอกชัดเจนจริง ๆ ด้วย
ไม่รู้ว่าต้องให้เรื่องดำเนินไปถึงขั้นไหน ถึงจะออกไปจากที่นี่ได้