เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1546 เฉิงยวนต้องเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่แน่นอน
- Home
- เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด
- บทที่ 1546 เฉิงยวนต้องเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่แน่นอน
“นี่ไม่ได้เรียกว่ารวยมากแล้วค่ะ! นี่ต้องเรียกว่าร่ารวยสุด ๆ ไป
เลยต่างหาก!” ไจ๋โหรวกรีดร้องจนเกินจริง “มิน่าล่ะคะ ตอนฉันเห็น
ยวนยวน ด้วยท่าทางแบบนั้นของเธอ…เฉิงยวนต้องเป็นคุณหนู
ตระกูลใหญ่แน่นอน”
ระหว่างที่พูด ทุกคนก็เดินตามคนส่งสารไปยังห้องโถงใหญ่
ในห้องโถงใหญ่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะอย่างดีใจ
“ดี ดี ดี ทัพใหญ่ชนะในครานี้ อาจิ้นจะต้องกลับมาด้วยแน่นอน”
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งหยิบสารขึ้นมาด้วยท่าทางมีความสุข “ยังมี
เรื่องอื่นใดอีกหรือไม่?”
คนส่งสารหยิบกล่องผ้าไหมที่ห่อด้วยผ้าสีฟ้ากล่องหนึ่งออกมา
ด้วย “ท่านแม่ทัพให้ข้าน้อยนำสิ่งนี้มามอบให้คุณหนูขอรับ”
ชายคนนั้นหัวเราะเสียงดัง “นำไปมอบให้คุณหนู”
คนส่งสารถือของสิ่งนั้นแล้วเดินออกไป
ฉู่ลั่วกับคนอื่นเดินตามหลังอีกฝ่ายไป แต่ยังไม่ทันเข้าไปใกล้ ๆ
ก็ได้ยินเสียงร้องอุทานดังขึ้นมาแล้ว
“คุณหนู อย่าวิ่งเจ้าค่ะ!”
“คุณหนู!”
“คุณหนู!”
มีเสียงดังขึ้นมาในลานกว้างของจวน
จนกระทั่งได้ยินเสียงเรียกร้องของคนส่งสาร ภายในลานจึงเงียบ
ลงไปทันที
ผ่านไปครู่หนึ่งก็มีสาวใช้สองคนเดินออกมาเพื่อนำทางคนส่งสาร
เข้าไป
ทุกคนยังคงตามหลังคนส่งสาร เมื่อข้ามผ่านกำแพงไป ก็เห็น
สาวน้อยคนหนึ่งสวมชุดกระโปรงสีม่วง
สาวน้อยคนนั้นนั่งอยู่บนชิงช้า เธอแต่งกายด้วยชุดผ้าไหมทั้งตัว
ใบหน้าไม่มีการแต่งแต้มสิ่งใด แต่มีลูกปัดสีเขียวใส่ไว้ที่ใบหู
“เป็นเฉิงยวนนี่นา!”
ไจ๋โหรวตื่นเต้นมาก เธอวิ่งเข้าไปอยู่ตรงหน้าเฉิงยวน “ดูจาก
หน้าตาแล้วน่าจะเพิ่งอายุสิบสี่สิบห้าเท่านั้นเองค่ะ!”
“น่ารักมากเลย!”
คนส่งสารกล่าวรายงานเสร็จแล้ว จึงใช้สองมือประคองกล่องผ้า
ไหม แล้วส่งกล่องผ้าไหมนั้นให้ไป
สาวใช้รับมา ก่อนจะส่งต่อให้เฉิงยวน
เฉิงยวนเปิดดูอย่างไม่ใส่ใจ ข้างในนั้นเป็นยกสีเลือดที่ยังไม่ได้
แกะสลัก
เธอหยิบมันขึ้นมาดูเล็กน้อย ก่อนจะโยนกลับเข้าไปในกล่อง
แม้กระทั่งกล่องก็ยังโยนไปให้สาวใช้ที่อยู่ข้างกาย
“ยังมีเรื่องอันใดอีกหรือไม่?”
คนส่งสารมองเฉิงยวนด้วยท่าทางหวาดกลัว แต่ยังคงเอ่ยตอบ
อย่างรวดเร็ว “ท่านแม่ทัพบอกว่า เขาจะกลับมาพร้อมกับชัยชนะใน
อีกสองวันขอรับ และถึงเวลาที่จะต้องคิดเรื่องแต่งงานกับคุณหนูแล้ว”
“เรื่องแต่งงานอะไร! งานแต่งงานของใคร! เขาอย่ามาพูดจาไร้
สาระได้หรือไม่?”
“ตระกูลของพวกเราเลี้ยงดูเด็กกำพร้าเช่นเขาจนเติบใหญ่ก็ถือ
ว่าเป็นความเมตตาอย่างที่สุดแล้ว เขายังเอาแต่ห่วงหาในตัวข้าอยู่
ได้”
“เหอะ! ช่างเนรคุณนัก!”
คนส่งสารจากไปอย่างไม่สบายใจนัก
“คุณหนู นี่เป็นสิ่งของที่คุณชายสวีส่งมาให้นะเจ้าคะ ท่านโยนไป
โยนมาเช่นนี้ หากนายท่านกับฮูหยินรู้เข้า…”
“พวกเจ้าไม่พูด แล้วพวกเขาจะรู้ได้อย่างไรเล่า!”
เฉิงยวนเตะเท้าเบา ๆ ชิงช้าก็เริ่มแกว่งไกว “เขาถูกตระกูลของ
พวกเราเก็บมาเลี้ยงดู แต่ยังคิดจะแต่งงานกับข้าอีก ไม่ดูเสียบ้างว่า
ตนเองคู่ควรหรือไม่! หึ!”
สาวใช้ “…”
ไจ๋โหรวถอยกลับมาอยู่ข้างฉู่ลั่วอย่างเชื่องช้า “ยวนยวนเมื่อก่อน
ดูจะเอาแต่ใจไปหน่อยนะคะ!”
เพิ่งพูดจบ เธอก็รีบพูดต่ออีกว่า “คงเป็นเพราะยวนยวนอายุยัง
น้อย นิสัยถึงได้ยังไม่เข้าที่เข้าทาง”
สั่วอิงมองไปรอบ ๆ ด้วยความร้อนใจ “แล้วอาซีล่ะ?”
เฉิงยวนปรากฏตัวออกมาแล้ว แต่เจี่ยซียังไม่ยอมโผล่ออกมาสัก
ที
แต่ทันใดนั้นเอง ภาพตรงหน้าก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว
แม้กระทั่งท้องฟ้าที่เคยสว่างสดใสก็กลายเป็นสีดำมือยามราตรี
ไปในชั่วพริบตา
ขณะที่ทุกคนกำลังสับสน ก็เห็นเฉิงยวนแบกย่ามใบเล็กไว้บน
หลัง กำลังแอบย่องออกมาจากประตูห้อง หลังจากมองซ้ายมองขวา
หลายครั้ง เธอก็ยกชายกระโปรงแล้ววิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
ฉู่ลั่วกับคนอื่น ๆ รีบตามหลังเธอไป
“เฉิงยวนคงไม่ได้คิดจะหนีไปหรอกใช่ไหม!”
ไจ๋โหรวเริ่มร้อนใจมาก “ในยุคสมัยนี้ เด็กสาวอายุสิบสามสิบสี่
คนหนึ่งหนีออกจากบ้านไป ก็ไม่เท่ากับรนหาที่ตายหรอกเหรอ?”
เธออยากยื่นมือไปรั้งเฉิงยวนนัก แต่ถูกจี้ไจ่ห้ามเอาไว้ “เธอไม่
ตายหรอกค่ะ อย่างน้อยก็ยังไม่ตายตอนนี้”
“อีกอย่าง พวกเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรในภาพลวงตานี้
ได้เลย”