เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1547 ท่านอยากให้ข้าแต่งงานกับผู้อื่นหรือ
- Home
- เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด
- บทที่ 1547 ท่านอยากให้ข้าแต่งงานกับผู้อื่นหรือ
ทุกคนรีบติดตามเฉิงยวนมาจนถึงประตูด้านหลังของจวน เห็น
เธอเปิดประตูหลังจวนอย่างเบามือ ก่อนจะเดินย่องออกไปทันที
แสงจันตร์ส่องสว่างราวกับโคมไฟ กลางคืนมืดสนิทและเงียบสงบ
มีเพียงเงาร่างที่อยู่ข้างประตูเท่านั้นที่ดูเด่นชัดมาก
“พี่ฉี ข้าออกมาแล้ว พวกเรารีบไปกันเถอะ!”
เฉิงยวนไม่สนใจชายหนุ่มที่ยืนพิงกำแพงจนเกือบจะเคลิ้มหลับ
เธอรีบดึงเขาแล้ววิ่งออกไปข้างนอกทันใด
“ยวนยวน! พวกเราหนีไปแบบนี้คงไม่ดีเท่าไหร่นะ!” ซ่งฉีถูกดึง
ให้วิ่งตามไปหลายก้าว
เฉิงยวนกลับไม่ใส่ใจคำพูดเขา “มีอะไรไม่ดีกันเล่า หากไม่หนี
สวีจิ้นผู้นั้นจะแต่งงานกับข้าแล้วนะ!”
“พวกเราสองคนรักกัน ย่อมต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย เพื่อให้
ได้อยู่ด้วยกันตลอดไปสิ”
ซ่งฉีทำเสียงอ้าอึ้งอยู่หลายครั้ง
เฉิงยวนกลับชะงักฝีเท้า ก่อนจะกดเขาลงกับกำแพง สีหน้าของ
เธอพลันเย็นชาขึ้นมา “ซ่งฉี ท่านหมายความว่าอย่างไร? ท่านไม่
อยากไปกับข้าใช่หรือไม่?”
ซ่งฉีหัวเราะแห้ง ๆ “ยวนยวน! ข้าแค่คิดว่า…”
“ซ่งฉี ท่านไม่อยากไปใช่หรือไม่?”
เฉิงยวนถลึงตามอง สีหน้าเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
ซ่งฉี “…”
ส่วนพวกเขาหลายคนที่อยู่รอบ ๆ ก็ต้องตกตะลึงอีกครั้ง
ไจ๋โหรวอ้าปากกว้าง “นี่คือเจี่ยซีเหรอ? คงไม่ใช่หรอกมั้ง!”
เธอมองสั่วอิง
สั่วอิงขมวดคิ้ว มองซ่งฉีสลับกับเฉิงยวน
เมื่ออยู่ต่อหน้าเฉิงยวนที่กำลังโกรธ ซ่งฉีจึงทำได้แค่ถอนหายใจ
“จะไปก็ย่อมได้ แต่ให้ข้ากลับบ้านไปเก็บข้าวของก่อนได้หรือไม่
หรือไม่ก็ให้ข้าไปบอกกล่าวท่านพ่อท่านแม่เสียหน่อย!”
“หากไปไม่ลา ท่านพ่อท่านแม่ข้าต้องเป็นกังวลมากแน่ เช่นนี้
เท่ากับข้าเป็นคนอกตัญญูแล้ว”
“ไม่ได้! ท่านกลับไปไม่ได้!” เฉิงยวนพูดยืนกราน “หากกลับไป
พวกเราก็หนีไปด้วยกันไม่ได้แล้ว! อีกสองวันสวีจิ้นก็จะกลับมาแล้ว
นะ”
“ท่านอยากให้ข้าแต่งงานกับผู้อื่นหรือ?”
ซ่งฉีทำสีหน้าลำบากใจ “คือว่านะยวนยวน พวกเราโตมาด้วยกัน
ตั้งแต่เด็ก หากพูดถึงเรื่องความสัมพันธ์แล้ว…พวกเราแทบจะเป็น
เหมือนพี่ชายน้องสาว”
“หากเจ้าไม่ได้ชอบพอสวีจิ้นจริง ๆ เจ้าก็ไปบอกท่านลุงท่านป้า
ได้ ท่านลุงท่านป้ารักและเอ็นดูเจ้าถึงเพียงนี้ ย่อมไม่มีทางบังคับเจ้า
แน่นอน”
ซ่งฉีมองซ้ายมองขวา แล้วเอ่ย “หากเจ้าไม่บอกว่าถ้าข้าไม่มารอ
เจ้า เจ้าจะหาเวลาหนีออกไปเอง ข้าคงจะต้องบอกท่านลุงกับท่านป้า
แน่”
“นี่มัน…เจี่ยซีไม่ได้ชอบยวนยวนนี่นา!” ไจ๋โหรวมองซ่งฉีที่มีสี
หน้าลำบากใจ
ท่าทางของเขาชัดเจนมาก
สั่วอิงถึงกับถอนหายใจออกมาเบา ๆ เธอกะพริบตาพลางพูด
พึมพำกับตัวเอง “ไม่ชอบเหรอ? ที่แท้ก็ไม่ได้ชอบกันนี่เอง!”
“ข้าไม่สนใจ ข้าไม่อยากแต่งงานกับสวีจิ้น ข้าอยากแต่งงานกับ
ท่านต่างหาก!”
“ข้า…”
แต่แล้วก็มีเสียงดังฟิ้ว
ลูกธนูดอกหนึ่งพุ่งเฉียดเส้นผมของซ่งฉีไป และปักลงบนกำแพง
อย่างมั่นคง ปลายธนูสั่นเล็กน้อยอยู่กลางอากาศ
พวกเขาหันไปมอง ก็เห็นว่าบนกำแพงที่ห่างออกไปไม่ไกลนั้น มี
เงาร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งยืนอยู่
คันธนูและลูกธนูในมือถูกเหนียวตรงเป็นเส้นตรง และเล็งมาทาง
เฉิงยวนกับซ่งฉีอย่างแม่นยำ
หากพูดให้ถูกคือเล็งมาทางซ่งฉี
“เจ้าคิดจะทำอะไร!”
เฉิงยวนยื่นมือออกไปขวางหน้าซ่งฉีเอาไว้ “สวีจิ้น เจ้ากล้าทำ
ร้ายเขาหรือ!”
ชายหนุ่มที่ถือคันธนูคลายมือออก ค้อมแผ่นหลังของตนให้งอลง
ก่อนจะกระโดดลงมาจากกำแพง ฝีเท้าแผ่วเบาเดินมาหยุดตรงหน้า
เฉิงยวนอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มมีใบหน้าอ่อนเยาว์ แต่ดวงตาเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ เพราะ
ผ่านศึกสงครามมา ในแววตาของเขาจึงมีรังสีฆ่าฟัน
“กลับจวน!”
“ข้าไม่กลับ!”
สวีจิ้นมองเธอเล็กน้อย ก่อนจะกวาดตามองซ่งฉี
ซ่งฉีรีบโบกมือ “อาจิ้นกลับมาแล้ว! ถ้าเช่นนั้นข้ามอบยวนยวน
ให้เจ้าแล้วกัน! ข้าขอตัวกลับเรือนก่อน!”
“ยวนยวน เจ้าตามอาจิ้นกลับจวนไปโดยดีเถอะ อย่าก่อเรื่อง
วุ่นวายอีกเลยนะ!”
ซ่งฉีพูดจบก็วิ่งไปโดยไม่หันหลังกลับมาอีก
เฉิงยวนเตรียมจะวิ่งเช่นกัน แต่ทันทีที่ยกเท้าก็ถูกคนข้างหลัง
คว้าเอวเอาไว้ พลางใช้แรงกดลงที่ไหล่ของเธอ