เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1549 ข้าไม่ยินยอม
ยังไม่ทันพูดจบก็ได้ยินเสียงกวัดแกว่งกระบี่ดังขึ้นมา เธอเบิกตาก
ว้างมองคนที่กำลังรำดาบอยู่ท่ามกลางป่าท้อ
ที่สำคัญกว่านั้นคือ คนคนนั้นสวมเสื้อผ้าแค่ท่อนล่าง
กล้ามเนื้อที่ได้สัดส่วนและทรงพลังนั้นเคลื่อนไหวไปตามจังหวะ
ผมยาวถูกเกล้าขึ้นมา สีหน้าเด็ดเดี่ยว
เฉิงยวน “…”
เธออ้าปากกว้าง ใบหน้าเป็นสีแดงระเรื่อขึ้นมทาทันที “พี่สะใภ้
สาม!”
เธอตะโกนอย่างเอาแต่ใจ แต่เพิ่งสังเกตเห็นว่าพี่สะใภ้สามกับสาว
ใช้ถอยออกไปไกลแล้ว “ยวนยวน เขาเป็นว่าที่สามีของเจ้า เจ้าจะดู
สักหน่อยก็ย่อมไม่เสียหายนะ”
“ข้า…ข้าไม่ได้อยากดู! ข้าไม่ได้อยากดูอะไรทั้งนั้น!”
เธอกำลังจะหันหลังเดินออกไป
“กลัวหรือ?”
เสียงพูดปนกับเสียงหอบหายใจดังขึ้นมา
เฉิงยวนตัวแข็งค้างไปแล้ว ใบหน้างดงามกลายเป็นสีแดงก่า
ดวงตาของเธอจ้องมองตรงไปข้างหน้า แต่ปากกลับไม่ยอมโอนอ่อน
ตามเอาเสียเลย “ใครกลัวกัน? ข้าไม่ได้กลัวเสียหน่อย มีอะไรให้กลัว
อย่างนั้นหรือ?”
“ในเมื่อไม่กลัว แต่เหตุใดจึงไม่กล้าหันมามองข้า”
“ใครบอกว่าข้าไม่กล้ามองกัน!”
เฉิงยวนหันหน้ามา ก็เจอเข้ากับสวีจิ้นที่ยืนห่างออกไปเพียงหนึ่ง
ก้าว
เธอยังมองเห็นเม็ดเหงื่อบนกล้ามเนื้อที่กำลังกระเพื่อมขึ้นลง
ของสวีจิ้นอีกด้วย
แค่มองเพียงแวบเดียว ใบหน้าของเฉิงยวนก็ร้อนฉ่าหนักขึ้นไป
อีก
“ยวนยวนกล้าหาญมาตั้งแต่เด็ก…”
“คุณหนูเฉิง! เรียกข้าว่าคุณหนูเฉิง เจ้าเรียกข้าว่ายวนยวนได้
แล้วอย่างนั้นหรือ?” เฉิงยวนทำเสียงไม่พอใจ
สวีจิ้นทำตามอย่างว่าง่าย “คุณหนูเฉิงกล้าหาญมาตั้งแต่เด็ก ไม่
เคยกลัวสิ่งใดทั้งนั้น”
“แน่นอน!”
เฉิงยวนหัวเราะเยาะ ก่อนจะเดินตรงไปในศาลาและนั่งลง
เห็นแบบนี้ สวีจิ้นก็หัวเราะเบา ๆ แล้วหยิบกระบี่ขึ้นมาร่ายรำอีก
ครั้ง
เฉิงยวนเหลือบตามองเป็นครั้งคราว ตอนที่สวีจิ้นมองมาก็รีบ
เบือนหน้าหนีไปทางอื่น แต่เมื่อสวีจิ้นหันหน้าไปทางอื่น เธอก็หันมา
มองเขาอีกครั้ง
ส่วนด้านข้างของเธอ มีคนที่กำลังตื่นเต้นยิ่งกว่าอยู่อีกหนึ่งคน
ไจ๋โหรวเกาะอยู่บนราว กำลังมองสวีจิ้นที่รำดาบอยู่อย่างไม่ละ
สายตา
“สาวน้อย เธอได้กินของดีเกินไปแล้ว!”
“ใบหน้านี้ เอวนี้ ขานี้ กล้ามเนื้อนี้…ที่สำคัญคือยังเป็นวัยรุ่นด้วย!
ว้าว! ของดี ของดีมาก ๆ !”
เธอบ่นพึมพำไป น้าลายก็จะไหลไปด้วย
จี้ไจ่บอก “เธอเก็บอาการหน่อยเถอะ น้าลายจะไหลออกมาอยู่
แล้ว”
ไจ๋โหรวเช็ดมุมปาก “ดูตามสถานการณ์แล้ว พวกเขาสองคน
ควรจะอยู่ด้วยกันอย่างราบรื่นสิ!”
แม้ตอนนี้เฉิงยวนจะดื้อดึงมาก แต่หญิงสาวใจแข็งขนาดไหนก็
ค่อย ๆ เอาชนะใจได้
ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นวัยรุ่นหน้าตาหล่อเหลาและยินดีมอบทองคำ
ให้ด้วย
เธอไม่เชื่อว่าสจะมีคนห้ามใจไหม
รำกระบี่เสร็จ สวีจิ้นก็ใช้ปลายกระบี่เกี่ยวเสื้อของตนขึ้นมา
หลังจากสวมมันอย่างลวก ๆ แล้ว จึงเดินมาอยู่ตรงหน้าเฉิงยวน “ถึง
เวลาหารือเรื่องการแต่งงานของพวกเราแล้ว”
เฉิงยวนหันหน้าไป “ข้าไม่แต่ง”
สวีจิ้น “เหตุใดเจ้าจึงไม่ยอมแต่งงานกับข้า? ยวนยวน!”
“การแต่งงานของพวกเราบิดามารดาของทั้งสองฝ่ายกำหนดไว้
แล้ว ตอนนี้ในตระกูลข้ามีข้าเพียงผู้เดียว หลังแต่งงานไป พวกเรายัง
สามารถอยู่ในจวนได้ เจ้าก็ไม่ต้องไปอยู่ไกลจากบิดามารดาของเจ้า
แน่นอน”
“หากเจ้าไม่ยินยอม ข้าก็ยังมีคฤหาสน์หลังใหญ่”
“ข้ามีตำแหน่งทางการทหาร ไม่ว่าเงินทองหรือชื่อเสียงก็ไม่ด้อย
ไปกว่าเจ้า”
พูดจบ เสียงของเขายิ่งเบาลง น้าเสียงสั่นสะท้าน “ข้าจะปฏิบัติกับ
เจ้าเป็นอย่างดี”
“พวกเรา…”
“ข้าไม่ยินยอม!” เฉิงยวนยืนขึ้น เชิดคอ ยิ้มเย้ยหยัน “ต่อให้เจ้าดี
มากกว่านี้สักแค่ไหน ข้าก็ไม่ยินยอม!”
“ข้า ไม่ ยิน ยอม”
พูดจบ เฉิงยวนก็หันหลังเดินจากอย่างรวดเร็วราวกับนกยูงที่หยิ่ง
ผยอง
เหลือเพียงสวีจิ้นที่มีสีหน้านิ่งค้างและดูปวดใจ
ไจ๋โหรวมองสวีจิ้นด้วยความสงสาร “เฉิงยวนจะเอาแต่ใจอะไรนัก
นะ มีสามีที่ดีขนาดนี้ เธอยังไม่อยากได้อีก”
ภาพถูกเปลี่ยนไปแล้ว ตอนนี้กลายเป็นภาพในห้องโถงบรรพ
บุรุษที่ค่อนข้างมืดแทน