เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1551 คนในใจ
ในขณะที่สั่วอิงกำลังคิดอยู่นั้น คนตระกูลเฉิงก็กรูกันเข้ามา
“ยวนยวน เจ้ากำลังพูดเรื่องไร้สาระอะไร”
พวกเขาต่างมองไปทางสวีจิ้น
สวีจิ้นมีสีหน้าบริสุทธิ์ “ข้าเองก็ไม่รู้ว่ายวนยวนพูดสิ่งใด”
เฉิงยวนแค่นหัวเราะอย่างเย็นชา “ยังไม่ยอมรับอีก อยากให้ข้า
เปิดโปงเจ้าต่อหน้าท่านพ่อท่านแม่ของข้าใช่หรือไม่?”
สวีจิ้น “เปิดโปงอะไรข้า? ข้าไม่เคยมีคนในใจอะไรทั้งนั้น หากพูด
อีกอย่างคนผู้นั้นก็คือเจ้า เจ้าเป็นคู่หมั้นคู่หมายของข้า คนในใจของ
ข้าย่อมเป็นเจ้า”
“เหอะ! ข้าแค่ทำตามคำสั่งของท่านพ่อท่านแม่ ไหนเลยจะคู่ควร
เป็นคนในใจของเจ้า? หากไม่ใช่เพราะสองตระกูลทำสัญญาหมั้น
หมายกันไว้นานแล้ว เจ้าคงไม่แต่งงานกับข้า” เฉิงยวนมองสวีจิ้น
“คำพูดนี้เจ้าเป็นคนพูดใช่หรือไม่?”
สวีจิ้นชะงักไป
คนตระกูลเฉิงมองไปทางสวีจิ้น
“เจ้ายังพูดอีกว่า เจ้ามีคนในใจแล้ว เจ้าอยากแต่งงานกับคนใน
ใจของเจ้า เพียงแต่สองตระกูลมีสัญญาหมั้นหมายกันมานานแล้ว มิ
เช่นนั้นเจ้าจะแต่งคนที่อยู่ในใจของเจ้าเข้าตระกูล!”
เฉิงยวนเดินไปข้างหน้าอีกหนึ่งก้าว “คำพูดนี้เจ้าเป็นคนพูดใช่
หรือไม่?”
เธอใช้มือสองข้างเท้าเอว พลางหัวเราะเสียงเย็นหลายครั้ง
พอเห็นสวีจิ้นหน้าแดง เฉิงยวนจึงหันไปมองบิดามารดาของตน
“ท่านพ่อ ท่านแม่ หากไม่ใช่เพราะเขารังแกกันเกินไป ข้าไม่มีทาง
เปิดโปงเขาแน่นอนเจ้าค่ะ”
“เรื่องแต่งงานยกเลิกไปเถอะ”
“แต่ในอนาคตสองตระกูลจะยังไปมาหาสู่กันเช่นเคย”
เฉิงยวนกำลังเดินออกจากประตูไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
“สัญญาแต่งงานไม่สามารถยกเลิกได้”
สวีจิ้นพูดขึ้นมาทันที
เฉิงยวนหันกลับมาด้วยความโกรธเต็มใบหน้า “เจ้า…เจ้า…”
เธอโกรธจนพูดไม่ออกแล้ว
สวีจิ้นหน้าแดง แต่ยังคงพูดอย่างหนักแน่นว่า “สัญญาณแต่งงาน
ไม่สามารถยกเลิกได้”
เขาเดินเข้าไปหาเฉิงยวน “ยวนยวน คำพูดเหล่านั้น ข้าเป็นคน
พูดจริง ๆ”
“เหอะ!”
เฉิงยวนหัวเราะในลำคอ
“เจ้าไร้ยางอายยิ่งกว่าที่ข้าจิตนาการไว้เสียอีก”
สวีจิ้น “คำพูดเหล่านี้ข้าเคยพูดจริง ตอนนั้นตระกูลของข้าเกิด
การเปลี่ยนแปลงกะทันหัน ทั้งตระกูลเหลือข้าเพียงผู้เดียว”
เมื่อพูดออกมาเช่นนี้ คนตระกูลเฉิงก็แสดงสีหน้าเจ็บปวดออกมา
“คำพูดก่อนหน้านี้ข้าพูดกับเหลียงอวี่ เขามาถามข้าว่าชอบพอ
เจ้าหรือไม่ ตอนนั้นเจ้าเป็นเพียงเด็กสาวอายุสิบปี ข้าจะชอบพอเจ้า
ได้อย่างไร”
“ตอนนั้นข้าจึงบอกไปว่า ข้าไม่ได้ชอบพอเจ้า”
เฉิงยวนแค่นเสียงเย็นชา
“แต่เจ้าเป็นคู่หมายของข้า เป็นญาติเพียงคนเดียวของข้าในโลก
นี้ ทว่าเจ้ายังเด็กนัก ตระกูลของข้า…หากไม่ใช่เพราะเป็นคำสั่งของ
ท่านพ่อท่านแม่ ข้าคงไม่มีหน้ามาแต่งกับเจ้า”
เฉิงยวน “…”
พี่ชายคนโตของตระกูลเฉิงมองเฉิงยวนแวบหนึ่ง “ยวนยวน เป็น
เช่นนี้หรือไม่?”
เฉิงยวนครุ่นคิด “เป็นเช่นนี้ไม่ผิดเจ้าค่ะ แต่เจ้าก็ไม่ได้ชอบพอ
ข้า! หลังจากนั้น เจ้ายังพูดอีกว่าเจ้ามีคนในใจแล้ว”
“และคนผู้นั้น…คนผู้นั้นทำให้เจ้าไปเข้าร่วมกองทัพของท่านลุง
หนง”
“เรื่องนี้ข้าฟังไม่ผิดแน่นอน เจ้าพูดออกมาชัดเจนเลย”
“ข้าก็จำได้ชัดเจนเช่นกัน”
สวีจิ้นพยักหน้า “ข้าเคยพูดเช่นนั้นจริง เจ้าไม่ได้จำผิด”
“เหอะ! ท่านพ่อ ท่านดูสิ เขามีคนที่ชอบอยู่แล้ว แต่เขายังคิดจะ
แต่งกับข้า เขามีเจตนาอะไรท่านพ่อคงรู้แล้ว!”
“ข้าบอกว่าคนในใจข้าคือเจ้า” สวีจิ้นเอ่ย
เฉิงยวนสีหน้าแข็งค้าง ดวงตาเบิกกว้าง ผ่านไปพักหนึ่งถึงได้สติ
กลับมา เธอยกนิ้วขึ้นมาชี้ใส่สวีจิ้น “เจ้า…เจ้า…เหตุใดเจ้าจึงไร้
ยางอายเช่นนี้”
“ก่อนหน้านี้เจ้าไม่ได้ชอบพอข้า แต่ตอนนี้กลับมาบอกว่าข้าคือ
คนที่เจ้าชอบ!”
“เจ้า…”
เธอโกรธจนพูดไม่ออกแล้ว
สวีจิ้น “ตอนนั้นข้าไม่ได้ชอบเจ้า แต่ข้าเพิ่งมาชอบเจ้าทีหลัง
คำพูดนั้นของข้าหมายความว่า ต่อให้ตระกูลของพวกเราสองตระกูล
ไม่ได้มีสัญญาหมั้นหมาย ข้าก็จะเป็นคนเข้าไปสู่ขอเจ้าด้วยตัวเอง”
“เพียงแต่พ่อแม่ของพวกเราสองคนทำสัญญาหมั้นหมายไว้นาน
แล้ว”
“ตอนนั้นท่านลุงหนงแนะนำข้า ตอนนั้นข้าไม่มีอะไรเลย แม้
ตระกูลเฉิงจะไม่รังเกียจข้า แต่จะให้เจ้าลำบากไม่ได้ เพราะเหตุนี้ข้า
จึงตามท่านลุงหนงเข้าไปในค่ายทหาร”