เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1552 ข้าอยากแต่งงานกับเจ้า
พ่อเฉิงปรบมือ “มิน่าตอนนั้นที่หนงเคอจวิ้นมา เจ้าถึงยืนกรานจะ
เข้าร่วมกองทัพ ไม่ว่าพวกเราพูดอย่างไร เจ้าก็ยังยืนกรานว่าจะไป ที่
แท้ก็เป็นเช่นนี้เองหรือ”
สวีจิ้นประสานมือคารวะ “ท่านลุงกับท่านป้าไม่รังเกียจข้า แต่ข้า
จะให้ยวนยวนมาลำบากกับข้าไม่ได้หรอกขอรับ”
“ด้วยสถานะของข้า มีแต่ต้องเป็นทหารเท่านั้น ถึงจะสามารถเป็น
ที่เชิดหน้าชูตาขึ้นมาได้”
พูดจบเขาก็หันไปคารวะเฉิงยวน “ไม่ทราบว่ายวนยวนยังมีสิ่งใด
ไม่เข้าใจอีกหรือไม่?”
เฉิงยวนนิ่งอึ้งไปแล้ว
เธอมองสวีจิ้นด้วยใบหน้าแดงก่า อ้าปากอยากพูดอะไรบางอย่าง
แต่กลับพูดไม่ออกเลยแม้แต่คำเดียว
หลังจากอ้าอึ้งอยู่พักใหญ่ ถึงได้ทำเสียงไม่พอใจออกมา “ต่อให้
เรื่องที่เจ้าพูดมาทั้งหมดจะเป็นความจริง แต่ข้ายังต้องแต่งกับเจ้า
หรือ? ข้าเลือกจะไม่แต่งก็ได้เช่นกัน ข้า…”
ไม่รอให้เธอพูดจบ คนจระกูลเฉิงก็ล้อมวงกันเข้ามาทันที
“อาจิ้น! เจ้าควรจะบอกให้เร็วกว่านี้สิว่าเจ้าเข้าร่วมกองทัพเพื่อ
ยวนยวน! เจ้าถึงกับต้องทนลำบากมาตั้งหลายปีเช่นนี้ เฮ้อ!”
“ตระกูลของพวกเราไม่สนใจฐานะของเจ้า แต่ความมุ่งมั่นนี้ของ
เจ้า นับว่าไม่เลวเลย”
“เช่นนั้นเรื่องงานแต่งงานของเจ้ากับยวนยวนจะถูกกำหนดขึ้น
โดยเร็วที่สุด”
“ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ชาย พี่สะใภ้…”
เฉิงยวนที่อยู่ด้านข้างร้องไห้ออกมาด้วยความร้อนใจ “ตั้งแต่เขา
กลับมา พวกท่านก็ไม่รักข้าแล้ว! ข้าไม่แต่งงานกับเขาหรอก!”
เธอตะโกนเสียงดัง
แต่ทั่วทั้งห้องโถงบรรพบุรุษตกอยู่ในความเงียบ
สวีจิ้นมองเฉิงยวนอย่างจนปัญญาแต่ก็มีความเอ็นดูปนอยู่ด้วย
“เช่นนั้นต่อไปทุกคนจะยังรักเจ้าผู้เดียวเหมือนก่อนหน้า เพียงแต่มีข้า
รักเจ้าเพิ่มมาอีกคน ได้หรือไม่?”
เฉิงยวนกำลังจะร้องไห้ออกมาด้วยความคับข้องใจ
สวีจิ้นเดินเข้าไป เขาไม่รู้ต้องทำอย่างไร จึงได้แต่หยิบ
ผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้าตาของเธอ “เช่นนี้ได้หรือไม่? รักเจ้าเพียงผู้
เดียว”
เฉิงยวนมองเขาด้วยความคับข้องใจ
สีหน้าแบบนี้ทำให้สวีจิ้นใจอ่อนยวบ
เขายังเอ่ยถามเสียงเบาอีกครั้ง “ได้หรือไม่?”
ไจ๋โหรวที่อยู่ข้าง ๆ กำลังจะเอ่ยปาก ภาพที่อยู่ตรงหน้าก็
เปลี่ยนไปแล้ว เห็นเพียงว่าทุกหนทุกแห่งในจวนตระกูลเฉิงประดับ
ประดาไปด้วยโคมไฟหลากสีสัน เป็นบรรยากาศของงานมงคล
“นี่คือจะแต่งงานแล้วเหรอ?”
“ไหนว่าไม่แต่งงานกันไง?”
“อะไรนะ!” เสียงอุทานด้วยความตกใจดังขึ้นมา “เจ้าต้องยกทัพ
ออกไปเดี๋ยวนี้เลยหรือ?”
ทุกคนเดินตามเสียงไปยังห้องโถงด้านหน้า แต่ก็เห็นสวีจิ้นในชุด
เกราะเต็มยศ สีหน้าของเขาเย็นชา “เวลานี้ฝ่าบาทหลงงมงายกับเรื่อง
การบำเพ็ญเต๋า คิดแต่จะตามหายาเซียนที่ช่วยให้ไม่แก่ไม่ตาย”
“ตอนนี้ทรงมีรับสั่งให้พวกข้าไปจับกลุ่มคนกลั่นอาวุธผู้หนึ่ง เพื่อ
เอาตัวมาสร้างเตาปรุงยาให้พระองค์”
“อีกครู่หนึ่งข้าต้องออกเดินทางแล้วขอรับ”
คนตระกูลเฉิงมีสีหน้าร้อนใจ “คราวนี้ต้องออกไปนานเท่าไหร่”
“อย่างต่าคงสองเดือน นานที่สุดคือครึ่งปีขอรับ”
“แต่พิธีแต่งงานของเจ้ากับยวนยวนกำลังจะจัดขึ้นแล้วนะ…”
พ่อเฉิงถอนหายใจ “ในเมื่อฝ่าบาททรงมีรับสั่งลงมา เจ้าก็มิอาจ
ขัดพระบัญชาได้ เรื่องแต่งงานก็เลื่อนไปก่อนเถอะ!”
สวีจิ้นมองเฉิงยวนที่ไม่พูดอะไรเลยมาตั้งแต่ต้น “ยวนยวน…”
เฉิงยวนทำเสียงไม่พอใจ ก่อนจะหันหลังเดินออกไปข้างนอก
หลังสวีจิ้นประสานมือคารวะทุกคน แล้วจึงรีบตามไป
“ยวนยวน ยวนยวน!”
จนกระทั่งมาถึงเรือนของเฉิงยวน เฉิงยวนจึงเดินไปนั่งลงใต้
ต้นไม้เขียวชอุ่ม เธอหันหน้ามองไปอีกทาง
สวีจิ้นวางหมวกเกราะลง แล้วคุกเข่าตรงหน้าเฉิงยวน “เจ้าโกรธ
หรือ?”
“ฮึ!”
“ก่อนหน้านี้เจ้ายังคิดว่ามีของมากมายที่ยังจัดเตรียมไม่เรียบร้อย
มิใช่หรือ? ถือโอกาสนี้จัดเตรียมให้เรียบร้อยเสียเลยสิ”
“ฮึ!”
“ยวนยวน อย่าโกรธเลยนะ ข้าอยากแต่งงานกับเจ้า ข้าอยาก
แต่งงานกับเจ้ามาก ๆ”
เขาเงยหน้าขึ้นช้า ๆ เพื่อมองเฉิงยวน
แม่ทัพหนุ่มในชุดเกราะยามนี้กำลังมองเฉิงยวนด้วยแววตาราว
กับมีไฟลุกโชน ความรักในดวงตาสีดำขลับคู่นั้น ร้อนแรงเสียจนคน
ที่ยืนอยู่รอบ ๆ ต่างก็หน้าแดงหูแดงไปตาม ๆ กันแล้ว