เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1553 เดิมทีนี่ควรเป็นชะตาชีวิตของเธอ
ไจ๋โหรวเดินวนรอบตัวพวกเขา สองมือยังคงประคองใบหน้ารูป
ไข่ที่ขึ้นสีแดงระเรื่อเอาไว้ “กรี๊ดดด! ดูสายตาที่เขามองยวนยวนสิ ไม่
บริสุทธิ์เลย!”
“ไม่บริสุทธิ์เลยสักนิด!”
“เจ้าสัตว์ร้ายตัวนี้! ปีนี้ยวนยวนเพิ่งอายุเท่าไหร่เองนะ!!!”
“สัตว์ร้าย สัตว์ร้าย!”
จี้ไจ่ดึงตัวไจ๋โหรวที่กำลังหวีดร้องอย่างเหนื่อยหน่ายมา “เธอ
ควบคุมตัวเองหน่อย”
ถึงปากจะยังกรีดร้องเรียกอีกฝ่ายว่าสัตว์ร้าย แต่ดวงตากลับเป็น
ประกายเจิดจ้าจนแทบจะเทียบเท่ากับดวงอาทิตย์ที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า
ได้แล้ว
ฉู่ลั่วมองเฉิงยวนที่เขินอายจนหน้าแดงและสายตาร้อนแรงของส
วีจิ้น ในใจพลันรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมา
นี่คืออดีตของเฉิงยวน
เธอเป็นที่รักของคนทั้งครอบครัว
เธอเป็นที่รักของคู่หมั้น
ไม่เคยต้องกังวลเรื่องเสื้อผ้าหรืออาหาร
เดิมทีนี่ควรเป็นชะตาชีวิตของเธอ
สิ่งที่เธอเห็นมาเมื่อครู่นี้ คนตระกูลเฉิงแต่ละคนทำเรื่องดีทั้งนั้น
แต่ละคนล้วนมีบุญบารมีอยู่ในตัว
ครอบครัวแบบนี้ หากลูกสาวจะมีบุพเพสิบชาติก็คงไม่ใช่เรื่อง
แปลกอะไรเลย
ขณะกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น ภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง
“หิมะตกหนักมาก!”
ทุกคนยืนอยู่ท่ามกลางหิมะสีขาวโพลน แม้ไม่รู้สึกได้ถึงความ
หนาวเย็น แต่ก็ยังตกใจกับหิมะที่ตกหนัก
“พวกเขากำลังรอคนอยู่!”
ประตูจวนตระกูลเฉิง คนตระกูลเฉิงกำลังตั้งตารออยู่กลางหิมะที่
ตกหนัก
“มาแล้ว!”
ไม่ไกลนักมีขบวนรถม้ากำลังเคลื่อนเข้ามา
รถม้าเพิ่งจอดสนิท สวีจิ้นก็พลิกตัวลงมาจากหลังม้า เขาปัดหิมะ
สีขาวออกจากตัวก่อนจะเดินเข้าไป “หิมะตกหนักเช่นนี้ อย่าออกมา
รอข้างนอกเลย”
เขาตั้งใจหันไปมองเฉิงยวน ริมฝีปากยกยิ้ม ตอนที่กำลังจะเอ่ย
ปาก กลับมีเสียงนุ่มนวลเสียงหนึ่งดังมาจากด้านในรถม้า
“แม่ทัพสวี”
เพราะเสียงแผ่วเบานี้ ทำให้สายตาของทุกคนจับจ้องไปยังรถม้า
คันนั้น ก่อนจะหันมองสวีจิ้นอย่างรวดเร็ว
สวีจิ้นรีบบอกว่า “สตรีนางนี้เป็นลูกสาวของคนกลั่นอาวุธขอรับ
ตอนนี้ยังไม่สะดวกจะพานางเข้าไปในวังขอรับ”
สีหน้าคนตระกูลเฉิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“คนกลั่นอาวุธผู้นั้นเป็นนักพรต เขาทำนายเรื่องบางอย่างได้
และขอให้ข้าพาลูกสาวออกมานอกวัง ตอนนี้ฝ่าบาทกำลังใช้งานเขา
จึงต้องตอบตกลงขอรับ”
สวีจิ้นทำหน้าจนปัญญาเช่นกัน
“แม่ทัพสวี?”
เสียงอ่อนโยนนั้นดังออกมาจากในรถม้าอีกครั้ง
สวีจิ้นออกคำสั่งกับทหาร “พาแม่นางสั่วไปที่จวนแม่ทัพ…”
ยังพูดไม่จบ สายตาของเขาก็สบเข้ากับแววตาโกรธเคืองของเฉิง
ยวน
เขาเอ่ยเสียงเบา “นักพรตผู้นั้นกำชับมาว่าให้ข้าปกป้องลูกสาว
ของเขาให้ดี หากเกิดอะไรขึ้นกับนางที่นี่…”
“ข้ายังไม่เคยอยู่ในจวนแม่ทัพเลยนะ”
สวีจิ้น “…”
“ไม่สู้ให้นางมาอยู่ที่จวนตระกูลเฉิงเถอะ!”
เฉิงยวนถอนหายใจเบา ๆ “ข้าอายุสิบหกแล้ว หาใช่คนที่ไร้
เหตุผลเช่นนั้นไม่”
สวีจิ้นก้มหน้ายิ้ม “ยวนยวนมีเหตุผลที่สุด”
เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดเสียงเบาว่า “แต่ไม่ว่ายวนยวนจะ
อายุเท่าไหร่ ก็ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลอยู่ตลอดก็ได้”
เฉิงยวนถลึงตาใส่เขา
สวีจิ้นโบกมือสั่งการอีกหน “ให้คุณหนูสั่วพำนักที่จวนตระกูล
เฉิง”
มือขวาเรียบเนียนข้างหนึ่งค่อย ๆ เปิดม่านรถม้าออก จากนั้น
ใบหน้าที่แสนคุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นมา
ทุกคนต่างมองไปทางสั่วอิงที่ยืนอยู่ด้านข้าง
คุณหนูสั่วคนนี้จะบอกว่าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับสั่วอิงเลยก็ไม่ได้
แต่ต้องบอกว่าเหมือนราวกับเป็นคนเดียวกัน
“นี่มันจะเหมือนกันเกินไปแล้วหรือเปล่า! แม้แต่ฝาแฝดยังไม่
เหมือนขนาดนี้เลยนะ!” ไจ๋โหรวรีบดึงสายตากลับมา
จี้ไจ่แววตาจมดิ่งลง
ฉู่ลั่วเองก็แววตามืดลงเช่นเดียวกัน
หน้าตาเฉิงยวนไม่เปลี่ยนไปเพราะเธอตายมาตั้งพันปีโดยที่ไม่ได้
กลับชาติมาเกิด
สวีจิ้นรูปลักษณ์เปลี่ยนไปเป็นคนละคนหลังจากกลับชาติมาเกิด
ใหม่
แต่สั่วอิง…
ถ้าเธอกลับชาติมาเกิดจริง ๆ รูปร่างหน้าตาคงไม่มีทางเหมือนกับ
ชาติก่อนราวกับเป็นคนคนเดียวกันขนาดนี้
แต่ตอนนี้ความสนใจของสั่วอิงกลับตกอยู่ที่สวีจิ้นกับเฉิงยวน
เท่านั้น