เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1556 ข้าตายไปแล้ว เจ้าก็จะตายตามหรือ
มันเป็นเรื่องดีทั้งสองเรื่อง สั่วหลิงจะไม่ตอบตกลงได้อย่างไร?
สั่วเหลียงพยักหน้า เขาหลับตาลง มือหนึ่งสร้างผนึก จากนั้นก็
กัดปลายนิ้ว ก่อนจะวาดอักขระอย่างรวดเร็ว
เขาวาดอักขระอย่างว่องไว ปากก็ท่องคาถาเร็วมากเช่นกัน
แสงสีทองสายหนึ่งส่องประกายออกมา อักขระสีแดงถูกประทับลง
ไป
นั่นคืออักขระบนขวดผนึกรักที่ฉู่ลั่วไม่เคยเข้าใจอย่างถ่องแท้มา
ตลอด
ฉู่ลั่วจ้องมองอักขระ แววตาของเธอพลันลุกวาว
“เป็นอย่างนี้นี่เอง”
ไจ๋โหรวที่อยู่ข้าง ๆ พยายามมองเท่าไหร่ก็รับรู้ได้เพียงความรู้สึก
สับสนวุ่นวาย ร่างกายของเธอรู้สึกอึดอัดมาก
จี้ไจ่ยื่นมือไปปิดตาเธอเอาไว้ “อักขระนี้มีเวทมนตร์ทรงพลังมาก
หากเธอที่เป็นผู้บำเพ็ญจ้องมองนานเกินไป ร่างกายจะบาดเจ็บได้นะ”
“ฉันว่าแล้วเชียว ทำไมเวลามองอักขระนี้ถึงได้รู้สึกอึดอัดนัก นี่
คือ…”
“มันคงจะเป็นวิชาลับของตระกูลสั่ว ไม่อนุญาตให้คนนอกดู” เว้น
แต่คนที่มีพลังเวทแข็งแกร่งเท่านั้น
พอเขามองฉู่ลั่วที่อยู่ข้าง ๆ ก็เห็นฉู่ลั่วมีสีหน้าย่าแย่มาก เห็นได้
ชัดว่าเธอเข้าใจวิชาลับของตระกูลสั่วอย่างทะลุปรุโปร่งแล้ว
เธอช่างแตกต่างจริง ๆ
สั่วหลิงถือขวดผนึกรักไว้ด้วยความดีใจ ในดวงตาของเธอเต็มไป
ด้วยความปีติยินดี
จวนตระกูลเฉิง
ในจวนเริ่มตกแต่งด้วยของสีแดงและสิ่งของหลากสีสัน แต่
บรรยากาศทั้งจวนตระกูลเฉิงกลับไม่มีความสุขแม้แต่น้อย
เฉิงยวนลืมตาขึ้นมาด้วยความงุนงง เธอหายใจอย่างไร้เรี่ยวแรง
“ยวนยวน”
เสียงแผ่วเบาเสียงหนึ่งดังอยู่ข้างหู
เฉิงยวนหันหน้าไป เห็นสวีจิ้นนั่งอยู่ข้างเตียง
เธอยกมุมปากขึ้น
สวีจิ้นมีสีหน้าเหนื่อยล้า ใต้ตาดำคล้า ตรงคางก็เต็มไปด้วย
หนวดเคราขึ้นเขียวครึ้ม แต่เขายังยกมุมปาก ส่งยิ้มกว้างตอบกลับมา
หาเธอ
“เจ้าดูชุดแต่งงานสองชุดนี้สิ เจ้าชอบชุดไหน”
สวีจิ้นประคองเฉิงยวนให้เธอพิงอกของตนเอง “เดิมทีข้าคิดว่าข้า
เลือกเองก็ได้ แต่กลัวว่ายวนยวนจะโกรธ ข้าจึงเอามาให้เจ้าเลือก
ดีกว่า!”
“ชุดที่ยวนยวนเลือก ต้องดูดีเป็นแน่”
เฉิงยวนมองชุดแต่งงานสองชุดไปมาแต่ไม่ตอบอะไร เธอโบกมือ
เบา ๆ เป็นสัญญาณให้พวกสาวใช้ออกไป
นี่ไม่ถูกต้องตามขนบธรรมเนียม
แต่เหล่าสาวใช้ก็พากันออกไปจนหมด
“ยวนยวนมีเรื่องจะคุยกับข้าหรือ”
เฉิงยวนกะพริบตา
เธออ่อนแอเกินกว่าจะเอ่ยปากได้ ราวกับว่าวินาทีต่อมาเธอก็จะ
สลบไสลไปแล้ว
ทันใดนั้นลมสายหนึ่งก็พัดเข้ามาจากนอกหน้าต่าง เฉิงยวนที่
ตอนแรกยังรู้สึกอ่อนแอค่อย ๆ มีเรี่ยวแรงขึ้นมา
เธอคลำหาขวดแก้วที่อยู่ตรงหัวเตียงออกมา แล้ววางลงบนมือ
ของสวีจิ้น “ข้าจะสอนเจ้าท่องคาถา”
สวีจิ้นถือขวดผนึกรักไว้ “สิ่งนี้คืออะไร?”
“ผนึกรัก ผนึกความรักระหว่างเจ้ากับข้า”
สวีจิ้นมองเฉิงยวน “อะไรนะ”
ดวงตาซูบเซียวของเฉิงยวนเบิกโตขึ้นอย่างน่าประหลาด สายตา
ที่ก่อนหน้านี้ไร้ชีวิตชีวา ทว่าในตอนนี้กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา
แล้ว
เธอจับมือสวีจิ้นเอาไว้ “ข้าไม่อยากให้เจ้าตาย ข้าใกล้ตายแล้ว
หากเจ้าแต่งกับข้า เจ้าก็จะตายเช่นกัน”
สวีจิ้นสั่นเทาไปทั้งร่าง
เฉิงยวนพูดต่อไป “ข้าตายไปแล้ว เจ้าก็จะตายตามข้าหรือ?”
“หากเจ้าตายไปแล้ว ข้ายังต้องมีชีวิตอยู่ไปทำไม” สวีจิ้นก้มหน้า
มองเฉิงยวน ก่อนจะถามออกมาอีกครั้ง “หากเจ้าตายไปแล้ว ข้ายัง
ต้องมีชีวิตอยู่ไปทำไมกัน”
“ต้องสิ” เฉิงยวนพยักหน้า “เจ้ายังต้องมีชีวิตต่อไป เจ้าบอกว่า
ทิวทัศน์ที่โม่เป่ยงดงามมากมิใช่หรือ? เจ้ามีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อชม
ทิวทัศน์ของโม่เป่ยได้นะ?”
“เจ้ายังบอกว่ามีเหล้าชั้นเยี่ยม มีสาวงาม…เจ้าต้องมีชีวิตอยู่
ต่อไปสิ!”
สวีจิ้นส่ายหน้า เขามองเฉิงยวนพลางส่ายหน้าอีกหน
เฉิงยวนดวงตาเบิกกว้าง เธอเริ่มโกรธแล้ว “ตอนนี้ฝ่าบาททรง
หลงใหลในลัทธิเต๋ามาก ทรงต้องการเพียงยาอายุวัฒนะเท่านั้น เจ้า
ยังถูกเลือกให้เป็นผู้คุ้มกันเตาปรุงโอสถ หากเจ้าแต่งงาน ทำให้การ
ปรุงโอสถล้มเหลว ฝ่าบาทต้องประหารเจ้าแน่”
“ข้าไม่กลัว”
“แต่ข้ากลัว!” เฉิงยวนกุมมือสวีจิ้น “ยังมีตระกูลเฉิง ยังมีท่านพ่อ
ท่านแม่ พี่ชายและพี่สะใภ้ของข้าด้วย ยังมีหลานชายหลานสาวของ
ข้าอีก…ฝ่าบาทไม่มีทางปล่อยพวกเขาไปหรอก”