เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1557 ข้ารับปากเขา
สวีจิ้นเงียบไป
“อาจิ้น เจ้าบอกว่าชั่วชีวิตนี้เจ้าจะเชื่อฟังคำพูดของข้า เจ้าเคย
พูดว่าเจ้าจะไม่ทำให้ข้าขุ่นเคืองเป็นอันขาด” เฉิงยวนตบเตียงเอ่ย
“แต่ตอนนี้ข้าโกรธแล้ว! เจ้าทำให้ข้าโกรธมาก! ข้าถึงไม่อยาก
แต่งงานกับเจ้า”
“ยวนยวน…”
สวีจิ้นเอ่ยเสียงสั่น “เจ้าจะทิ้งข้าไว้โดยไม่สนใจไยดีหรือ? เจ้าเคย
บอกว่าจะเป็นภรรยาของข้า จะเป็นครอบครัวของข้า พวกเราจะมีลูก
ด้วยกัน…เจ้าจะทิ้งข้าไว้คนเดียวหรือ?”
“ข้าเปล่านะ!” เฉิงยวนส่ายหน้าไปมา “ข้าไม่ได้จะทิ้งเจ้าไว้คน
เดียว! ข้า…ข้าเพียงไปอยู่ในยมโลกก่อนเจ้าสักพัก เจ้าแค่ช่วยดูแล
ท่านพ่อท่านแม่ของข้าไปก่อน!”
“จะให้คนทั้งตระกูลต้องถูกทำลายจนพินาศด้วยเรื่องของพวกเรา
สองคนไม่ได้!”
“ข้าแค่เปลี่ยนที่อยู่ใหม่เท่านั้น รอจนเจ้าอยากตามมาแล้ว เจ้า
ค่อยตามมา”
“ข้าจะรอเจ้าอยู่ที่นั่นเสมอ!”
เธอยื่นมือออกไปลูบไล้ใบหน้าของสวีจิ้นอย่างแผ่วเบา “ข้าเป็น
คุณหนูใหญ่ของตระกูลเฉิง ข้าเคยพูดแล้วไม่รักษาคำพูดเมื่อไหร่
กัน”
เธอแย้มยิ้มสดใส แต่หยดน้าตากลับไหลลงมาจากหางตา
“ได้…ข้ารับปากเจ้า”
ภาพตรงหน้าเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
หน้าหลุมศพที่หรูหราแห่งหนึ่ง เฉิงยวนมองสั่วหลิงซึ่งยืนขวางอยู่
ตรงหน้า
ตอนนี้เธออยู่ในรูปวิญญาณแล้ว
“พี่หลิง เหตุใดท่านต้องห้ามข้า”
สั่วหลิงพยักพเยิดไปทางสวีจิ้นที่ล้มอยู่หน้าหลุมศพแล้วเอ่ย “เจ้า
จะไปพบเขาหรือ”
“อาจิ้นเจ็บปวดปานนั้น เขาต้องอยากพบข้าแน่ ก่อนหน้านี้ข้า
รับปากเขาว่าต่อให้ตาย ข้าก็จะเข้าฝันเขาบ่อย ๆ คอยอยู่เคียงข้าง
เขาในความฝัน”
“ไม่ได้!” สั่วหลิงส่ายหน้า “แม้ว่าเจ้ากับเขาต่างใช้ขวดผนึกรัก
แล้ว ทว่าขวดผนึกรักมีผลได้ไม่มาก หากเจ้าไปพบเขาตอนนี้ มิ
เท่ากับบีบคั้นให้เขาต้องตายหรือ”
“แต่…แต่ว่า…” เฉิงยวนมองสวีจิ้นอยู่ไกล ๆ อย่างเจ็บปวดหัวใจ
“ยามนี้เขากำลังตามหาวิธีเรียกวิญญาณไปทั่วเพียงเพื่อให้ได้
พบหน้าเจ้า เจ้าตายไปแล้ว หากพบหน้าเขาอีก มิเท่ากับทำร้ายเขา
หรอกหรือ”
เฉิงยวนจ้องมองแต่พื้นที่ตรงนั้น “แล้ว…แล้วข้า…”
“ยามนี้มีเพียงวิธีเดียว”
“วิธีอันใด”
“จองจำวิญญาณเจ้าไว้ที่นี่” สั่วหลิงจดจ้องเฉิงยวน “ขอเพียงผู้
บำเพ็ญไม่อาจเรียกวิญญาณเจ้าได้ นานวันเข้าเขาก็จะล้มเลิกความ
ตั้งใจไปเอง”
“ข้าไปพบอาจิ้นกับพวกท่านพ่อไม่ได้หรือ”
สั่วหลิงส่ายหัว “ไม่ได้”
เฉิงยวนหลุบสายตาไม่พูดไม่จา
สั่วหลิงเอ่ยต่อ “ข้าเชิญปรมาจารย์ด้านสะกดวิญญาณมาให้เจ้า
แล้ว เขาคือผู้ที่สร้างขวดผนึกรัก”
สั่วเหลียงเดินเข้ามา พลางมองเฉิงยวนอย่างเงียบ ๆ
ทันใดนั้นสายฝนก็เทลงมาจากฟากฟ้า เฉิงยวนรีบเดินไปหาสวี
จิ้นที่ล้มอยู่กับพื้นสองสามก้าว ทว่าถูกสั่วหลิงห้ามไว้
“บัดนี้เจ้าเป็นผี ขืนเข้าใกล้เขา นอกจากทำร้ายเขาแล้วเจ้ายังจะ
ทำอะไรได้อีก”
“ยวนยวน อย่าปล่อยให้เขาต้องทรมานอยู่เช่นนี้ต่อไปเลย”
เฉิงยวนก้มหน้า มือสองข้างจับอยู่ด้วยกัน ผ่านไปเนิ่นนานกว่า
จะเงยหน้าขึ้น “แล้วต้องใช้เวลาเท่าใด”
“รอจนเขาหายทรมานแล้ว ข้าจะคลายผนึกให้เจ้า”
ท่ามกลางสายฝนซัดสาด สวีจิ้นที่เมาจนไม่ได้สตินอนอยู่
ตรงหน้าหลุมศพของเธอราวกับคนที่ตายไปแล้วอย่างไรอย่างนั้น
สุดท้ายเฉิงยวนก็พยักหน้า “ได้”
“กลับเข้าไปเถิด หลุมศพของเจ้าใหญ่พอ อยู่ในนั้นไปคงไม่เบื่อ
มาก”
แต่ละก้าวที่เฉิงยวนเดินไปเป็นต้องหันกลับมามองตลอด เธอ
มองสวีจิ้นบ้าง มองสั่วหลิงบ้าง จนกระทั่งใกล้เข้าไปในหลุมศพแล้วถึง
เอ่ยเสียงร้อนรนขึ้นมา “พี่หลิง รอจนอาจิ้นไม่ได้ทรมานอีกแล้ว ท่าน
ต้องคลายผนึกให้ข้านะ!”
“ข้ารับปากกับอาจิ้นเอาไว้แล้ว รอจนเขาตาย พวกเราสองคน
ต้องได้พบกันที่ปรโลก”
“ข้ารับปากเขาแล้ว”
ท่ามกลางเม็ดฝนที่เทลงมา สั่วหลิงซึ่งเปียกชุ่มไปทั้งตัวพลันคลี่
ยิ้มอ่อน
สายฟ้าสายหนึ่งพาดผ่านท้องนภา ตามด้วยเสียงอสนีบาตดัง
ครืน เธอปริปากเอ่ย “ได้ ข้าจะกลับมาคลายผนึกให้เจ้า”
เท่านี้เฉิงยวนถึงได้ยอมกลับเข้าไปในหลุมศพตัวเอง
สั่วหลิงหันกลับไปมองสั่วเหลียง “ปิดผนึกเลยเจ้าค่ะ”