เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1560 เกิดใหม่
สั่วหลิงหลุบสายตาลงเล็กน้อยพลางเอ่ย “เขาจำต้องไปเกิดใหม่”
“พวกเรารู้ว่าเขาต้องไปเกิดใหม่ ทว่าเขาไม่เต็มใจ…”
“เช่นนั้นก็บังคับให้เขาไปเกิดใหม่” สั่วหลิงเหลือบสายตามอง
ยมทูตสองตนนั้น “ลากเขาไปยังแท่นสังสารวัฏ”
ยมทูตส่ายหน้ารัว ๆ “ไม่ได้กระมัง! เรื่องเช่นนี้…”
“มีอะไรไม่ได้เล่า ในปรโลก…มีสิ่งใดทำไม่ได้บ้าง หรือข้าต้องไป
ถามจากราชาภูตผีด้วยตนเองว่าได้หรือไม่ได้”
ยมทูตสองตนเงียบไป
พวกเขาต่างทอดมองสวีจิ้นที่ยืนอยู่อีกด้าน แล้วถอนหายใจเบา
ๆ “ไม่เคยได้ยินเรื่องการบังคับให้ไปเกิดใหม่มาก่อน เขายังมีผลบุญ
ติดตัว…หากวันใดบรรลุวิถี ไม่เท่ากับพวกเราไปล่วงเกินผู้วิเศษเข้า
หรือ”
สั่วหลิงมองสวีจิ้นด้วยสายตาเปี่ยมความรัก น้าเสียงอ่อนโยนลง
“พวกเจ้าวางใจได้ หากเขาบรรลุวิถี ผู้ที่บรรลุวิถีพร้อมเขาย่อมต้อง
เป็นข้า”
นางชำเลืองยมทูตสองตนด้วยสายตาเคร่งขรึม “ถึงตอนนั้น เจ้า
คิดว่าเขาจะทำอย่างไร เขายังจะโทษพวกเจ้าอยู่อีกหรือ”
“พวกเจ้ามีแต่จะกลายเป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยให้พวกเราสม
ปรารถนา”
ยมทูตสองตนมองหน้ากัน สุดท้ายก็ยอมพยักหน้า “เช่นนั้นวัน
หน้า แม่นางโปรดอย่าลืมพวกเรา”
“ข้าย่อมไม่ลืม”
ยมทูตสองตนเดินไปหาสวีจิ้นด้วยท่าทางแช่มชื่น
สวีจิ้นค่อย ๆ ลืมตา “มีอะไร”
มือของเขาจับอยู่ที่ฝักดาบแล้ว
“เจ้าเสียเวลาอยู่ที่นี่มานานนับร้อยปี วันนี้เจ้าต้องไปเกิดใหม่”
สวีจิ้นแค่นหัวเราะเย็น “นี่พวกเจ้าคิดจะบีบบังคับให้ข้าไปเกิด
ใหม่หรือ”
“วันนี้เจ้าต้องไป”
ยมทูตตนหนึ่งสะบัดโซ่ตรวนออกมาหนึ่งเส้น พุ่งตรงไปหาสวีจิ้น
สวีจิ้นชักดาบออกมาผ่าโซ่ทันที พลางเอ่ย “ข้าไม่เคยได้ยินเรื่อง
บังคับให้วิญญาณไปเกิดใหม่มาก่อน”
ยมทูตกล่าว “การกลับชาติไปเกิด เป็นเรื่องธรรมชาติของฟ้า
ดิน”
“เจ้าไม่ยอมทำตาม พวกเราก็สมควรต้องลงมือ”
ยมทูตทั้งสองใช้อาคมพร้อมกัน
สวีจิ้นฟันฝ่าอยู่ในสนามรบมานานนับปี จึงชักดาบออกมารับมือ
ได้อย่างคล่องแคล่ว ตอบโต้พลังอาคมที่ยมทูตสองตนซัดมาให้
กลับไปทั้งหมด
ยมทูตถูกตอบโต้จนต้องล่าถอย แล้วมองหน้ากันเจื่อน ๆ
“สมกับเป็นผู้ที่มีผลบุญติดตัว”
ยมทูตทั้งสองสนทนากันเสียงเบา
“ไม่ต้องบอกว่าเขามีผลบุญหรือไม่ ลำพังแค่เขายืนอยู่ที่นี่มากว่า
ร้อยปี ก็พอจะรู้ว่าเขามีจิตใจแน่วแน่แค่ไหน”
“แล้วจะทำอย่างไรดีเล่า”
จะทำอย่างไรได้ มีแต่ต้องถอยไปก่อน
สวีจิ้นเก็บดาบพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาทอดมองวิญญาณที่
ผ่านไปมาแล้วพึมพำ “ยวนยวน เจ้าอยู่ที่ไหนกันแน่”
เฉิงยวนซึ่งตอนแรกยังมีรอยยิ้มผ่อนคลายบนใบหน้า หลังได้ยิน
ประโยคนี้ของสวีจิ้น รอยยิ้มของเธอแข็งค้างไปทันที
เธอจ้องมองสวีจิ้นจากไกล ๆ ด้วยสายตาไร้อารมณ์ นิ่งเงียบไม่
ไหวติง
ภาพตรงหน้าเปลี่ยนไปอีกครั้ง ตอนนี้พลังปราณดุดันมวลหนึ่ง
พุ่งตรงไปหาสวีจิ้น
“ยวนยวน!”
ไจ๋โหรวร้องเรียก
ต่อมาก็เห็นเฉิงยวนยกมือขึ้นหมายจะสกัดพลังวิญญาณอันกล้า
แกร่งนั้นให้สวีจิ้น แต่พลังวิญญาณมวลนั้นกลับทะลุผ่านวิญญาณ
ของเธอ แล้วกระแทกใส่สวีจิ้นอย่างจัง
เธอลืมไป
มันเป็นเพียงภาพในอดีต
เฉิงยวนหันกลับไปช้า ๆ นัยน์ตาสั่นระริกไม่หยุด
สวีจิ้นที่กระแทกกับเสากินเบิกตากว้าง ออกแรงยันร่างกายตัวเอง
ขณะมองตรงไปเบื้องหน้า “ตกลงว่าที่ข้าไม่ยอมไปเกิดใหม่ มันไป
ขวางทางผู้ใดกันแน่”
ราชาภูตผีหน้าเขียวขำพรืด “ข้าคือราชาภูตผี ข้าสั่งให้เจ้าเกิด
ใหม่ เจ้าก็ต้องไปเกิดใหม่”
สวีจิ้นพิงกายกับต้นเสา “ข้าไม่ไปเกิดใหม่ ข้ารอคนผู้หนึ่งอยู่”
“รอคนผู้หนึ่งหรือ แต่เกรงว่า…เจ้าคงไม่ได้พบแล้ว”
ราชาภูตผีพุ่งปราดตรงไปหาสวีจิ้น พลังหยินของเขาแรงกล้า สวี
จิ้นที่เพิ่งเป็นวิญญาณมาร้อยปีไหนเลยจะเป็นคู่มือของเขา เพียงประ
มือกันได้สองกระบวนท่าก็ถูกราชาภูตผีบีบคอไว้อย่างแรง
เฉิงยวนก้าวไปข้างหน้าสองก้าว เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย มองจ้องสวี
จิ้นที่ถูกบีบคอและลากไปยังแท่นสังสารวัฏทีละก้าว
สวีจิ้นออกแรงจับข้อมือของราชาภูตผี
“เป็นเพียงคนธรรมดา ริอ่านจะสู้กับราชาภูตผีเยี่ยงข้า น่าขัน
นัก!”
กระทั่งราชาภูตผีพาสวีจิ้นมาถึงแท่นสังสารวัฏ เขาก็กล่าว “ไป
เกิดใหม่แต่โดยดีเถอะ แล้วภายหน้าเจ้าจะขอบใจข้า”
เขาปล่อยมือ แรงดึงดูดสายหนึ่งพลันสูบสวีจิ้นเข้าไปในแท่น
สังสารวัฏ
“ยวนยวน!”
“เฉิงยวน!”
“เฉิงยวน เจ้าอยู่ที่ใดกันแน่”
เสียงของสวีจิ้นดังออกจากแท่นสังสารวัฏ
เฉิงยวนก้าวเท้าไว ๆ ไปที่แท่นสังสารวัฏ แต่เธอไม่เห็นอะไรอีก
แล้ว
สวีจิ้นไปเกิดใหม่แล้ว
โลกนี้…ไม่มีสวีจิ้นอีก
“อาจิ้น!”