เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1566 ล้มเหลว
“ดังนั้น ถ้าผมตายไป ผมก็จะตกหลุมรักจิ่งอันเสวี่ยที่กลับมาเกิด
ใหม่เช่นกัน” ฮั่วเซียวหมิงถาม
ฉู่ลั่วพยักหน้าตอบ
ฮั่วเซียวหมิงถอนหายใจ “ถ้าอย่างนั้นข่าวดีของเฉิงยวนก็คือ…”
“ฉันได้เห็นการสร้างอักขระด้วยตาของตัวเองแล้ว บางทีฉัน
อาจจะร่ายคาถาแก้อักขระได้ค่ะ”
อาจจะ!
ฮั่วเซียวหมิงฟังออกถึงความไม่แน่นอนในคำพูดของฉู่ลั่ว
ฉู่ลั่วมีความเชื่อมั่นใจตัวเองมาตลอด โดยเฉพาะเรื่องของวิชา
อาคม น้อยครั้งมากที่เธอจะพูดคำว่าอาจจะออกมา
เธอเดินไปที่หน้าโต๊ะทำงานแล้วหลับตาลงช้า ๆ ในหัวนึกถึง
รูปแบบยันต์ที่เห็นในป่าทองสัมฤทธิ์
จากนั้นก็เบิกตาโพลงขึ้นมา
เธอใช้นิ้วสองนิ้วมาอยู่คู่กันแล้วยันต์ก็พลันปรากฏขึ้นบนปลาย
นิ้ว จากนั้นก็กดยันต์ลงบนโต๊ะและมืออีกข้างหยิบพู่กันมาจุ่มกับชาด
ที่อยู่ข้าง ๆ
พู่กันลากคดเคี้ยวไปเรื่อย ๆ ปลายพู่กันขยับเคลื่อนไปมาอยู่บน
ยันต์อย่างรวดเร็ว
ไม่นานนักยันต์ก็ทำสำเร็จ
ฉู่ลั่วจึงวางพู่กันลง
เธอไม่ได้จับพู่กันไว้และจ้องมองไปยังยันต์แผ่นนั้น
ฮั่วเซียวหมิงเดินไปอยู่ด้านข้าง เมื่อเห็นว่าเธอยังไม่ขยับตัวจึง
เอ่ยถาม “มีปัญหาอะไรเหรอ?”
“ไม่มีค่ะ” ฉู่ลั่วส่ายหน้า “ฉันแค่…”
เธอหันไปพูดด้วยน้าเสียงอ่อน “กลัวนิดหน่อยค่ะ”
ฮั่ยวเซียวหมิงเบิกตาโตขึ้นเล็กน้อย แต่ในตอนที่สบตากับฉู่ลั่ว
เขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “กลัวอะไรกัน! ต่อให้ยันต์จะใช้การ
ไม่ได้ แต่ผมแค่ไม่ตายก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ?”
ฉู่ลั่ว “…”
เขายกมือขึ้นไปแตะผมซอยตรงหน้าผากของฉู่ลั่วเบา ๆ แล้ว
บอก “ก่อนหน้านี้เราก็วางแผนกันไว้แบบนี้ไม่ใช่เหรอ? คุณก็พูดเอง
นี่ว่าสามารถปกป้องผมไม่ให้ตายได้”
ฉู่ลั่วบอกเขา “การถูกคนอื่นควบคุม มันอาจจะผิดพลาดกันได้
นะคะ”
ยิ่งไปกว่านั้นฮั่วเซียวหมิงก็ใช้ขวดผนึกรักเพราะเธอด้วย
“ผมไม่สนใจหรอก” ฮั่วเซียวหมิงหัวเราะเบา ๆ “จะกลัวอะไรกัน
ขอเพียงคุณรับผิดชอบผม ผมก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว”
จิตใจอันว้าวุ่นของฉู่ลั่วสงบลงทันที
“ฉันจะปกป้องคุณค่ะ” เธอจับมือของฮั่วเซียวหมิงแล้วพูดเน้นย้า
“ฉันจะปกป้องคุณให้ดีเลย”
เธอคว้ายันต์ขึ้นมาแล้วถ่ายเทพลังวิญญาณเข้าไป
เมื่อพลังวิญญาณเข้าไปในยันต์แผ่นนั้น มันก็ค่อย ๆ ส่องแสงสี
ขาวเลือนรางออกมา
วินาทีต่อมา ยันต์แผ่นนั้นก็กลายเป็นเถ้าถ่านอยู่ในมือของฉู่ลั่ว
แล้วปลิวร่วงลงไป
“ล้มเหลวเหรอ?”
“อืม”
ฉู่ลั่วหันไปมองฮั่วเซียวหมิง “ฉันจะไปปรโลกนะคะ บางทีทาง
ปรโลกอาจจะมีวิธีอื่น ที่ปรโลกเองก็มีหินบุพเพอยู่ด้วย ฉันจะไปดูสัก
หน่อยค่ะ”
เธอยื่นมือไปคว้าหนังสือหยินแล้วกระทืบเท้ากำลังจะไป
แต่ฮั่วเซียวหมิงยื่นมือไปคว้าแขนของเธอไว้ “ฉู่ลั่ว…”
ฉู่ลั่วหันกลับมา
เขาปล่อยมือแล้วบอก “ผมอยู่ที่นี่ รอคุณกลับมานะ”
“ค่ะ”
ณ ปรโลก
ยมทูตขาวดำมองไปทางฉู่ลั่วอย่างตกใจ “ปรมาจารย์ เมื่อกี้คุณ
บอกว่าอะไรนะ?”
“พาฉันไปดูหินบุพเพหน่อยค่ะ”
ยมทูตดำอ้าปากค้างอย่างตกใจ “แต่ว่า…แต่ว่า…”
ยมทูตขาวเอ่ยบอก “แต่หินบุพเพนี้ แม้แต่พวกเราเองก็ไม่
สามารถไปดูได้ตามอำเภอใจนะครับ นั่นมัน…เป็นของจากแดนเทพ
มีเพียงท่านพญายมราชเท่านั้นที่มีสิทธิ์ไปดู”
“ฉันอยากดูหินบุพเพค่ะ”
ฉู่ลั่วจ้องมองยมทูตขาวดำนั่ง ๆ “รบกวนคุณทั้งสองไปขอท่าน
พญายมราชให้ฉันทีนะคะ”
ยมทูตขาวดำต่างไม่อยากไปทั้งคู่
หินบุพเพนั่นมัน…
“จะมีบุพเพสิบชาติมาแล้ว”
ยมทูตขาวดำที่เดิมยังมีท่าทีไม่สนใจอะไรก็ชะงักไป
“อะ…อะไรนะ?”
ฉู่ลั่วตอบ “บุพเพสิบชาติค่ะ!”
ยมทูตขาวดำอ้าปากค้าง ยืนนิ่งอยู่กับที่ราวกับหินไปสักพักหนึ่ง
แล้วเอ่ยปากขึ้นมา “บุพเพ…สิบชาติ? สิบชาติ!”
“ค่ะ”
แววตายมทูตดำดูสั่นไหว “ผมจะไปรายงานท่านพญายมราช
ครับ”
หลังพูดจบเขาก็หันหลังเดินออกไปทันที
แต่ยมทูตขาวกลับยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับสีหน้าดูจริงจัง
“ปรมาจารย์ คุณแน่ใจเหรอครับ? บุพเพสิบชาติเชียวเหรอ?”
“แน่ใจค่ะ”
ฉู่ลั่วเอ่ยต่อ “เป็นผู้หญิงคนหนึ่งในตระกูลสั่วแห่งเจ็ดสิบสอง
สำนักเซียนกับเจี่ยซีที่เป็นผู้ชายธรรมดาทั่วไป พวกเขาผ่าน
ประสบการณ์ความรักเก้าชาติมาด้วยกัน มีลูกหลานเต็มบ้าน ต่างมี
ความรักต่อกันจนแก่เฒ่า”
“และตอนนี้เป็นชาติที่สิบของพวกเขาแล้วค่ะ”