เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1576 จัดหาคนมาเพิ่ม
“ไม่ต้องกังวลไปหรอกค่ะ” ฉู่ลั่วกวาดตามองบรรดาคนที่อยู่ที่นี่
“ฉันไม่มีทางเอาความผิดในชาติก่อนมาตัดสินโทษคนในชาตินี้
แน่นอน แต่ว่า…”
“สั่วอิงกับเจี่ยซีต้องถูกปฏิบัติเหมือนเถาซูเยียน ถูกคุมเข้มอยู่
ภายใต้การดูแลของลัทธิเต๋า”
“ทุกท่านคิดว่าใครจะควบคุมพวกเขาสองคนได้”
ในตอนที่ไจ๋ฉางกำลังจะเอ่ยปากด้วยความตื่นเต้นนั้น ฉู่ลั่วก็พูด
ขึ้นก่อนว่า “ทั้งลัทธิเต๋านอกจากฉันแล้ว คิดว่าคงไม่มีใครเหมาะสม
แล้วค่ะ”
ไจ๋ฉาง “…”
แววตาของเขาฉายความเย็นชา นิ้วมือเคาะลงบนสมุดของ
ปรโลกแผ่วเบา
นักพรตที่เมื่อครู่ยังพากันพูดจาไม่หยุดต่างก็เงียบเสียงลงแล้ว
แต่ละคนล้วนหลบสายตาเธอด้วยความเกรงกลัว
โดยเฉพาะตอนที่นิ้วของฉู่ลั่วเคาะลงบนสมุด เสียงดังกึก ๆ
แม้เสียงจะไม่ดัง แต่เหมือนกำลังเคาะบนศีรษะของพวกเขาไม่มี
ผิด
หยางเสียนเอ่ย “เจ้านิกายพูดถูกแล้ว ไม่ว่าจะเถาซูเหยียนหรือ
มังกรปีศาจทำลายโลกต่างอยู่ในการควบคุมของเจ้านิกาย ถ้าอย่าง
นั้นสั่วอิงกับเจี่ยซีก็ควรอยู่ในการควบคุมของเจ้านิกายเช่นกัน”
“ถ้าทุกท่านไม่มีปัญหาอะไรแล้ว ก็ไปแจ้งให้ตระกูลสั่วทราบเถอะ
ค่ะ!” เธอมองไจ๋ฉาง “รบกวนหัวหน้าตระกูลไจ๋แล้ว”
“ถ้าไม่มีเรื่องอะไรอีก…”
“ผมมี” นักพรตเทียนหลัวพูดแทรกฉู่ลั่วด้วยน้าเสียงตื่นเต้น เขา
ขยิบตาให้จี้ไจ่ แต่เห็นจี้ไจ่ไม่ขยับ ความกรุ่นโกรธในแววตาก็ยิ่งฝัง
ลึกขึ้นไปอีก
เขาจึงทำได้แค่เอ่ยปากพูดเองว่า “เจ้านิกาย ไม่ทราบว่าจี้ไจ่อยูู่
ข้างกายท่านเจ้านิกายแล้วเป็นยังไงบ้าง? เจ้านิกายใช้งานเขาได้
อย่างวางใจหรือเปล่า?”
ฉู่ลั่วตอบ “จี้ไจ่เก่งมากค่ะ”
เธอมองไปทางไจ๋โหรวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ จี้ไจ่ด้วย “ไจ๋โหรวเองก็เก่ง
มากเหมือนกัน”
ไจ๋โหรวรีบยืดตัวตรงขึ้นมาทันที
นักพรตคนอื่นต่างรีบร้อนพูดว่า “ข้างกายเจ้านิกายจะมีแค่เด็ก
อย่างจี้ไจ่กับไจ๋โหรวสองคนได้ยังไง? ถ้าเจ้านิกายต้องการ พวกเรา
สามารถจัดหาคนมาเพิ่มให้ทางนี้ได้นะครับ”
……
ตอนนี้ฮั่วเซียวหมิงกลับมาถึงโรงแรมแล้ว เมื่อผลักประตูเข้าไป
เขาก็เห็นหนุ่มหล่อสาวสวยยืนเรียงแถวกันอยู่ในห้องรับแขก บางคน
สวมชุดคลุมเต๋า บางคนสวมเสื้อผ้าแบบปกติ
แต่จุดเด่นที่ทุกคนมีเหมือนกันก็คือ
อายุน้อย หล่อ และสวย
ท่ามกลางกลุ่มนักพรต การปรากฏตัวของฮั่วเซียวหมิงนั้นช่าง
ดึงดูดสายตามาก
เฉิงยวนที่ปะปนจนเนียนไปกับกลุ่มนักพรต ก็ลอยออกมาจาก
กลุ่ม “ข้าบอกเจ้าแล้วยังไง! ลัทธิเต๋าต้องหาคนมายัดเยียดให้ลั่วลั่ว
แน่นอน”
“นี่แค่ชุดแรกนะ ส่งมาลองเชิงดูก่อนว่าลั่วลั่วชอบหรือเปล่า”
“หลังจากส่งมาลองเชิงแล้ว ก็จะเริ่มส่งคนชุดต่อไปมาเรื่อย ๆ”
เธอป้องปาก พูดเสียงเบาเหมือนคนกำลังแอบส่งข่าว “ข้าจะบอก
เจ้าให้นะ กลุ่มคนที่อยู่ที่นี่ตอนนี้ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่ฐานะยังไม่
ธรรมดาอีกด้วย”
“แต่ละคนเป็นลูกชายลูกสาวของผู้นำตระกูลในลัทธิเต๋า หรือไม่
ก็เป็นลูกศิษย์สายตรง…”
สีหน้าฮั่วเซียวหมิงยังคงไม่เปลี่ยนนัก เขาเดินตรงเข้าไปในห้อง
นักพรตหนุ่มในชุดคลุมเต๋าสีเขียวคนหนึ่งซึ่งยืนอยู่หน้าประตู
ยื่นมือมาขวางเขาไว้ “เจ้านิกายกำลังยุ่ง”
ฮั่วเซียวหมิงกวาดตามอง ปัดมือนั้นออกไปแล้วเคาะประตู
“มีอะไรเหรอ?”
เสียงฉู่ลั่วดังออกมาจากด้านใน
ฮั่วเซียวหมิงตอบ “ผมเอง”
นักพรตหัวเราะเยาะ “เจ้านิกายบอกว่าเธอกำลังยุ่ง ไม่อนุญาตให้
ใครรบกวน…”
ยังพูดไม่จบ ประตูก็ถูกเปิดออกจากด้านนอก ฉู่ลั่วมีแววตา
ประหลาดใจ “คุณบอกว่ายุ่งมากไม่ใช่เหรอ?”
“ไม่ยุ่งเท่าไหร่”
แน่นอนว่าเขายุ่งมาก แต่ในหัวกลับนึกถึงแต่คำพูดของเฉิงยวน
นี่สิ
สุดท้ายเลยต้องกลับมาดูด้วยตัวเอง
เขาเหลือบมองคนที่ยืนอยู่ในห้องรับแขก “คนพวกนี้คือ…”
“เจ้าหน้าที่ที่ลัทธิเต๋าจัดเตรียมมาให้ ฉันกำลังปรึกษากับซู่เซี่ยง
หยางว่าควรทำยังไงกับคนพวกนี้ดี” เธอเบี่ยงตัวไปด้านข้าง “คุณจะ
เข้ามาคุยด้วยกันไหมคะ?”
“ดี”
ฮั่วเซียวหมิงเดินตามฉู่ลั่วเข้าไปแล้ว
ประตูจึงพลันปิดลง