เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1577 ติดตามข้างกาย
หลังประตูปิด เฉิงยวนก็ลอยไปยืนอยู่ข้างนักพรตตรงอยู่หน้า
ประตู “ประตูบานนี้มีไว้กันคนนอกอย่างพวกเรา ไม่ใช่คนใน เจ้า
เข้าใจไหม?”
สีหน้าของนักพรตคนนั้นเดี๋ยวเขียวคล้าเดี๋ยวขาวซีด “ก็แค่คน
ธรรมดาคนหนึ่ง”
“ไม่ใช่สิ!” เฉิงยวนส่ายนิ้วพร้อมกับศีรษะไปมา “ฮั่วเซียวหมิง
ไม่ใช่คนธรรมดานะ! เขาคือมังกรปีศาจทำลายโลกกลับชาติมาเกิด
เขาคือคนที่ทำให้คนทั้งลัทธิเต๋าเหมือนนั่งอยู่บนเข็ม เหมือนยืนบน
แผ่นน้าแข็งบางเฉียบ เหมือนมีหนามแหลมทิ่มแทงอยู่บนแผ่นหลัง”
นักพรตอยากตอบโต้กลับ แต่เฉิงยวนยังพูดต่อไปว่า “ถ้าไม่ใช่
เพราะลัทธิเต๋าหวาดกลัวเขา ทำไมต้องพยายามคิดหาวิธีให้เขามาที่
มณฑลหนานด้วย”
“ไม่ใช่เพราะลัทธิเต๋าของพวกเจ้ารู้ดีหรอกเหรอว่า ต่อให้เกณฑ์
คนมาทั้งลัทธิเต๋าก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา”
นักพรตถูกรังแกจนอกกระเพื่อมด้วยความโกรธเคือง
“ผีร้าย ผีร้าย!”
เขาชี้ใส่เฉิงยวน
เฉิงยวนยกมือข้างหนึ่งขึ้นเท้าเอว แล้วเอนตัวพิงประตู “ข้าเป็นผี
ร้าย! แล้วยังไงล่ะ เจ้าเชื่อไหม วันนี้ถ้าเจ้ากล้าลงมือกับข้าแม้แต่นิด
เดียว เจ้าไม่มีทางได้ไปปรากฏตัวข้างกายฉู่ลั่วแน่นอน”
นักพรต “…”
“เจ้ายังเด็กเกินไป”
เฉิงยวนทำให้นักพรตพวกนั้นโกรธได้แล้ว เธอก็ส่ายหน้าเดิน
จากไปอย่างผู้ชนะ
เฉิงยวนเพิ่งเดินไปไม่กี่ก้าวกลับถูกไจ๋โหรวดึงไปข้าง ๆ ก่อน “ถึง
ฉันจะเกลียดพวกเขาไม่ต่างจากเธอ แต่…เธอไปยั่วยุพวกเขาแบบนั้น
ไม่ค่อยดีเท่าไหร่มั้ง!”
“เขาคนนี้น่าจะเป็นนายน้อยของตระกูลหยวน”
เขารูปร่างหน้าตาดีที่สุดในกลุ่มนี้ ภูมิหลังของตระกูลยังสูงส่ง
ที่สุดด้วย
ทั่วทั้งลัทธิเต๋า ตระกูลหยวนมีโอกาสจะได้ติดตามบำเพ็ญอยู่ข้าง
กายเจ้านิกายมากที่สุด
เฉิงยวนหันหน้าไปมองนักพรตที่กำลังขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วย
ความโมโหคนนั้น “แล้วยังไง? หรือเขาจะมีสถานะในใจลั่วลั่วสูงไป
กว่าข้าได้อย่างนั้นเหรอ?”
ไจ๋โหรว “…นั่นมันก็ใช่”
จากนั้นเธอเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี “อย่าว่าแต่จะเทียบกับเธอ
ไม่ได้เลย สถานะของเขาในใจของเจ้านิกายเทียบกับฉันไม่ได้ด้วย
ซ้า”
“นั่นก็แน่นอนอยู่แล้ว”
ไจ๋โหรวถอนหายใจโล่งอก เธอเข้ามาคล้องแขนเฉิงยวนด้วย
ท่าทางดีใจ “ต่อให้มีใครมา ก็ต้องยอมมาเป็นศิษย์น้องของพวกเรา
อยู่ดีนั่นแหละ”
ไจ๋โหรวกับเฉิงยวนพูดคุยกันเสียงไม่เบาเลย
จนนักพรตที่อยู่ในห้องรับแขกต่างได้ยินเสียงกันหมด
บางคนทำสีหน้าไม่สนใจ บางคนก็ทำหน้าขุ่นเคือง บางคนก็ทำสี
หน้าเยาะเย้ย
ผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง พวกฉู่ลั่วก็ออกมาแล้ว
“ต่อไปพวกคุณตามหัวหน้าซู่ไปที่องค์กรได้เลย”
“ไปที่องค์กร?” หยวนเส้าหยินชะงัก “ตระกูลส่งผมมาติดตามเจ้า
นิกาย ไม่ได้บอกให้ผมไปที่องค์กร”
ฉู่ลั่ว “ถ้าไม่อยากไปก็กลับไปได้นะคะ ฉันไม่ต้องการให้ใครมา
ติดตามข้างกาย”
ไจ๋โหรววิ่งเหยาะ ๆ เข้ามา ไปยืนอยู่ข้างฉู่ลั่ว “ต่อให้เจ้านิกาย
ต้องการคน ก็ไม่ต้องถึงมือของพวกนายหรอก ยังมีฉันกับจี้ไจ่อยู่
ด้วย!”
“เหอะ! เธอกับจี้ไจ่แค่มาเร็วกว่าเท่านั้นแหละ ข้างกายเจ้านิกาย
ต้องการคนที่บำเพ็ญเต๋า อุทิศตนเพื่อบำเพ็ญเต๋า เธอทำได้ไหม?”
หยวนเส้าหยินหันไปมองจี้ไจ่ “เขาทำได้ไหม?”
ไจ๋โหรวไม่ใส่ใจเลยสักนิด “พวกเราทำได้หรือไม่ได้แล้วยังไง!
เจ้านิกายคิดว่าพวกเราทำได้นี่!”
หยวนเส้าหยิน “…”
ฉู่ลั่วเอ่ยขึ้น “ไจ๋โหรวกับตี้ไจ่ก็ทำงานในองค์กรเหมือนกัน ฉันไม่
ต้องการนักพรตมาอยู่ข้างตัวค่ะ”
“แต่ว่า…”
“ถ้าไม่ยินยอม จะกลับไปก็ได้ค่ะ”
หยวนเส้าหยิน “…”
ถึงจะกลับไปก็กลับไปไม่ได้
ถ้าพวกเขากล้ากลับไป คนในตระกูลต้องทุบตีพวกเขาจน
ตายน่ะสิ
ซู่เซี่ยงหยางจากไปอย่างมีความสุข
จนกระทั่งออกมาจากห้องของฉู่ลั่ว เขาถึงมองไปยังเหล่านักพรต
วัยรุ่นที่ก้มหน้าก้มตาด้วยท่าทางเศร้าสร้อย “ไม่ต้องเศร้าไปหรอก!
ฉันคุยกับลั่วลั่วแล้ว ขอแค่พวกเธอทำงานในองค์กรได้ดี ก็สามารถ
ติดตามอยู่ข้างกายลั่วลั่วได้แล้ว”
“พวกเธอดูไจ๋โหรวกับจี้ไจ่สิ พวกเขาก็ทำงานในองค์กรไปด้วย
ติดตามฉู่ลั่วไปด้วยไม่ใช่เหรอ?”
“ไจ๋โหรวยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย ฉู่ลั่วช่วยรักษาดวงตาให้เธอจน
หายดีด้วย”
“ส่วนจี้ไจ่พวกเธอก็รู้กันอยู่แล้ว วิชาสร้างค่ายกลของเขา
พัฒนาขึ้นไม่น้อย เพราะได้ติดตามฉู่ลั่วมา”