เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1584 สู่ปรโลกย่อย
เฉิงยวนที่ถูกหยวนเส้าหยินขอโทษอีกครั้ง “…”
ไจ๋โหรวค่อย ๆ ปล่อยเฉิงยวน “ยวนยวน เธออย่าโกรธเลยนะ!”
“ถือว่าข้าเห็นแก่หน้าลั่วลั่ว” เฉิงยวนถลึงตามองหยวนเส้าหยิน
“ถ้ามีครั้งหน้า…”
เธอทำท่าปาดคอ
เฉิงยวนแค่นเสียงไม่พอใจ แล้วเดินไปอยู่ข้างกายฉู่ลั่ว
ฉู่ลั่งยกมือขึ้นเพื่อใช้พลังวิญญาณกดพลังหยินบนตัวเธอ “อาวุธ
เวทชิ้นนั้นไม่ธรรมดา คงส่งผลกระทบกับเธอค่อนข้างมาก”
เมื่อได้รับพลังวิญญาณของฉู่ลั่ว พลังหยินบนตัวเฉิงยวนจึง
หายไปไม่น้อย ความขุ่นเคืองก็ลดลงเช่นกัน “อาจจะเป็นเพราะมัน
ทำลายมนต์สะกดของเจ้าที่ลงไว้บนตัวข้า ข้าถึงควบคุมตัวเองไม่ได้”
เหตุการณ์นี้เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรมาก
แต่สำหรับสั่วอิงกับเจี่ยซีแล้ว นี่ไม่ใช่เหตุการณ์เล็กน้อยเลย
ตอนที่เจี่ยซีกำลังจะวิ่งออกไป สั่วอิงก็คว้ามือเจี่ยซีเอาไว้ทันที
แล้วดึงเขาให้กลับมายืนอยู่ที่เดิม
จนกระทั่งทุกคนเริ่มกลับมาหารือกันเรื่องจุดหมายปลายทาง จึง
ไม่มีใครสังเกตว่าทั้งสองคนที่อยู่ตรงมุมห้องกำลังอยู่ในอารมณ์ที่ไม่
ปกติ
สั่วอิงรีบปล่อยมือของตนเองออก “ฉัน…ฉันกลัว ยังไงคุณเฉิง
เธอก็เป็นผีสาวพันปี เธอโดนผลกระทบได้ง่าย แต่คุณเป็นแค่คน
ธรรมดา”
เจี่ยซีก้มหน้า “เธอถูกผนึกอยู่ในสุสานมาพันปี แต่เธอก็ไม่ได้
กลายเป็นผีร้าย เธอยังไม่เคยทำร้ายใครเลยด้วย”
สั่วอิงเบิกตากว้าง “แต่ถึงยังไง…เธอก็ยังเป็นผีนะ!”
เมื่อพูดประโยคนี้จบ สั่วอิงก็สังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของเจี่ย
ซีทันที
หัวใจเธอเต้นรัว “อาซี ฉันไม่ได้หมายความแบบนี้ ฉันแค่เป็น
ห่วงคุณเท่านั้นเอง”
เจี่ยซีเอ่ย “เป็นห่วงว่าฉันจะถูกทำร้าย หรือกังวลการที่ฉันกับเฉิง
ยวนเข้าใกล้กัน แล้วจะทำให้แผนการของตระกูลสั่วพังกันแน่”
“ฉันเปล่านะ” สั่วอิงรีบร้อนพูด
“แค่ก แค่ก แค่ก!” เสียงไอเบา ๆ นั้นดังขัดจังหวะพวกเขา
จี้ไจ่เดินเข้ามา หยิบยันต์สองสามแผ่นส่งให้พวกเขา “ในการ
เดินทางครั้งนี้ สิ่งสำคัญคือการเดินทางเข้าออกปรโลก ถ้าพวกคุณ
จะตามพวกเราไปด้วย ก็ต้องไปอยู่กับองค์กร”
เขาชี้ไปทางซู่เซี่ยงหยาง “หรือก็คือไปกับหัวหน้าซู่”
“ถือยันต์เอาไว้ให้ดีและอย่าเดินไปไหนมาไหนตามใจ”
“ขอบคุณครับ” เจี่ยซีรับยันต์มาพลางส่งให้สั่วอิง “ตอนนี้อย่าเพิ่ง
พูดเรื่องพวกนี้เลยเถอะ”
สั่วอิงรับยันต์มา ในหัวพลันนึกถึงคำพูดของสั่วเฟิง
แค่ไปที่ปรโลกย่อยก็จะดีขึ้นเอง
ไปที่ปรโลกแล้ว ความทรงจำตลอดเก้าชาติก่อนของอาซีก็จะ
กลับมา
เขาจะได้รู้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาสองคนดีขนาดไหน
สั่วอิงกำยันต์ไว้แน่น “ได้”
คนทั้งคณะออกเดินทาง พวกเขานั่งรถตามกันไปที่เขตแดน
เป้าหมาย หลังจากค้นหาจุดหมายปลายทางตามที่บันทึกไว้ในสมุด
เจอแล้ว จี้ไจ่จึงออกโรงเริ่มสร้างค่ายกล
หยวนเส้าหยินมองการกระทำของจี้ไจ่ด้วยความประหลาดใจ “จี้
ไจ่มาเพื่อเปิดค่ายกลของปรโลกย่อยเหรอ?”
ไจ๋โหรวยกมือกอดอก “ไม่ใช่แค่จี้ไจ่หรอกนะ แต่ใช้อาวุธที่
พัฒนามาจากศูนย์วิจัยร่วมด้วย แค่ทั้งสองฝ่ายร่วมมือกัน ก็เปิดค่าย
กลได้แล้วล่ะ”
ต่อให้เป็นแบบนี้ แต่นั่นเป็นค่ายกลของปรโลกย่อยเชียวนะ
เห็นหยวนเส้าหยินมีสีหน้าตกใจ ไจ๋โหรวพลันได้ใจขึ้นมา
“เพราะแบบนี้การเข้ามาในองค์กรถึงมีข้อดีมากมายยังไงล่ะ” เธอตบ
ปืนที่ห้อยเอาไว้ตรงเอว “อย่างน้อยการจะฆ่าผีก็ไม่ต้องอาศัยแค่พลัง
วิญญาณอย่างเดียวแล้ว!”
หยวนเส้าหยินยังไม่ได้พกปืน
เขาเพิ่งเข้าองค์กรจึงยังไม่ได้มีคุณสมบัติเพียงพอให้พกปืน แต่
เคยได้ยินมาบ้างว่าตอนนี้ปืนพลังวิญญาณขององค์กร สามารถ
กำจัดผีร้ายอายุร้อยปีได้แล้ว
ของพวกนี้สำหรับเหล่านักพรตแล้ว เป็นเรื่องน่าตกใจมาก
ในขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกัน ค่ายกลก็สร้างเสร็จแล้ว
จี้ไจ่สร้างผนึกด้วยสองมือ ปากท่องคาถา ก่อนจะได้ยินเขาพูด
เสียงเบาว่า “ทลาย!”
ยันต์ที่อยู่รอบ ๆ ต่างลอยตรงไปตามจุดต่าง ๆ อักขระบนยันต์คืบ
คลานไปบนค่ายกลอย่างรวดเร็ว
จากนั้นจึงตามมาด้วยเสียงแตกหักดังกังวานชัดเจน ค่ายกลแตก
สลายแล้ว
กลิ่นคาวคลุ้งกระจายออกมา ทั้งยังมีพลังหยินรุนแรงพุ่งเข้าใส่
ทุกคนจนพาให้หายใจลำบาก