เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1585 ขัดขวางเอาไว้?
ซู่เซี่ยงหยางโบกมือให้เจ้าหน้าที่ในองค์กรของตนเอง “ไป! ระวัง
ตัวกันด้วย!”
เจ้าหน้าที่ทุกคนหยิบปืนขึ้นมา คนที่ไม่สามารถถือปืนได้ก็ถือ
อาวุธเวทของตนเองไว้
ด้านหลังสุดคือเจี่ยซีกับสั่วอิงที่กำลังเดินตามหลังพู่กันหยกด้าม
หนึ่ง
พู่กันหยกเอาแต่พร่าบ่นออกมาไม่หยุด
[มีสิทธิ์อะไรไม่ให้ฉันเข้าไปในขบวนด้วย?]
[มีสิทธิ์อะไรให้ฉันคอยปกป้องมนุษย์ธรรมดาสองคนนี้?]
[มันทำให้การบำเพ็ญของฉันล่าช้านะ]
[ฉันต้องการประสบการณ์!]
เจี่ยซีกับสั่วอิงที่ตามหลังพู่กันหยกมองตัวอักษรที่ลอยอยู่
ตรงหน้าพวกเขาและปิดปากเงียบ
“พลังหยินรุนแรงมาก!”
ซู่เซี่ยงหยางขมวดคิ้วแน่น
“พลังหยินแข็งแกร่งขนาดนี้ ต้องมียมทูตกับผีร้ายอยู่ไม่น้อยแน่
พวกเรา…”
ทว่าคำพูดยังไม่ทันเอ่ยจบ เขาก็ต้องตกใจกับภาพตรงหน้าแล้ว
เมื่อข้ามผ่านค่ายกลอีกชั้นหนึ่งมาได้ สิ่งที่พวกเขาเห็นคือเงาร่าง
มหึมาร่างหนึ่งซึ่งนั่งอยู่บนหลังม้า เงาร่างนั้นสวมหน้ากากผี ดูน่า
สะพรึงกลัวยิ่งนัก
และข้างหลังเขา คือเหล่ายมทูตที่ถืออาวุธเรียงแถวกันหลายแถว
ทั้งยังมีผีทุกตนที่อยู่ในปรโลกแห่งนี้ด้วย
ทุกคนมีสีหน้าเคร่งเครียดทันใด
หยวนเส้าหยินหยิบกระบี่ซึ่งเป็นอาวุธเวทของตัวเองออกมา กวัด
แกว่งมันไปในอากาศ และตั้งท่าเตรียมพร้อมรบ
จี้ไจ่กับไจ๋โหรวก้าวขึ้นไปอยู่ด้านหน้า คอยคุ้มกันอยู่เบื้องหน้าซู่
เซี่ยงหยาง
รอบด้านเงียบสงัดลง
มีเพียงกลิ่นคาวคละคลุ้งที่ถูกพัดมาตามสายลม
มีเสียงดังตึง
ราชาภูตผีพลิกตัวลงจากหลังม้า ผีตนอื่นก็เคลื่อนไหวอย่าง
พร้อมเพรียงกัน
ซู่เซี่ยงหยางกลั้นหายใจ เขาค่อย ๆ ยกมือขึ้นมา
เขาจ้องอีกฝ่ายเขม็ง สถานการณ์ตึงเครียดพร้อมจะรบได้ทุกเมื่อ
“ปรมาจารย์ฉู่ ในที่สุดท่านก็มาแล้ว”
ราชาภูตผีตนนั้นคุกเข่าข้างหนึ่งลงบนพื้นเสียงดังตึง สองมือยก
ประสานกัน “ท่านปรมาจารย์ ข้ารอคอยท่านมานานแล้ว ข้ารู้แต่แรก
แล้วว่าท่านปรมาจารย์จะมา พวกข้าจึงรีบมารอที่นี่”
“ยินดีต้อนรับท่านปรมาจารย์”
ไม่นานนัก ยมทูตและผีที่อยู่ข้างหลังต่างก็ส่งเสียงออกมาพร้อม
กันว่า “ยินดีต้อนรับท่านปรมาจารย์”
เสียงนี้ดังก้องไปทั่วทั้งปรโลก
ซู่เซี่ยงหยาง “…”
เขากะพริบตาถี่ ไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้สักเท่าไหร่
จึงได้แต่หันไปมองฉู่ลั่วแทน
ฉู่ลั่ว “…”
เจ้าหน้าที่หลีกทางให้ ฉู่ลั่วเดินไปข้างหน้า มาหยุดตรงหน้าราชา
ภูตผี “คุณรู้ว่าฉันจะมาเหรอ?”
ราชาภูตผีโขกศีรษะลงกับพื้น “ขอรับ! เมื่อรู้ว่าท่านปรมาจารย์
จะมา พวกข้าถึงรีบมารออยู่ที่นี่ นี่คือสมุดที่พวกข้าจัดการมาตลอด
หลายปีนี้ นี่คือสถานที่ที่พวกข้าดูแล นี่คือ…”
เขาแนะนำแต่ละอย่างให้ฟัง หลังแนะนำเสร็จ ก็มองเธออย่างไม่
สบายใจนัก “ไม่ทราบว่าท่านปรมาจารย์ ยังต้องการสิ่งใดอีกหรือไม่
หรือมีอะไรที่พวกเรายังหลงลืมไปอีกขอรับ”
ไม่เพียงแต่ราชาผีเท่านั้น แม้กระทั่งยมทูตและพวกผีที่อยู่
ด้านหลังราชาภูตผีต่างก็มองมายังฉู่ลั่วเป็นตาเดียว
ดวงตาแปลกประหลาดเหล่านั้นต่างแสดงออกถึงความคาดหวัง
อยู่หลายส่วน จ้องมองเสียจนฉู่ลั่วไม่รู้ว่าต้องพูดอย่างไรดี
“คุณ…รู้ว่าฉันจะมา? แต่ยังไม่…”
ยังไม่เข้ามาขัดขวางเอาไว้?
ราชาภูตผียิ้มร่า รอยยิ้มนี้ไม่ได้เข้ากับร่างกายกำยำและสูงใหญ่
ของเขาสักนิด “ท่านปรมาจารย์พูดเรื่องล้อเล่นแล้ว! ด้วย
ความสามารถของท่านปรมาจารย์…ตอนนี้มีผู้ใดที่จะไม่รู้บ้าง”
“คนเป็นไม่รู้ แต่พวกข้าที่อยู่ข้างล่างนี้…จะไม่รู้ได้อย่างไรขอรับ!”
“ท่านปรมาจารย์ อย่าล้อเล่นอีกเลยขอรับ”
ฉู่ลั่ว “…”
ที่แท้…ข่าวก็แพร่กระจายไปเร็วขนาดนี้!
ที่แท้ นี่ต่างหากคือจุดประสงค์ของสิบวังยมราช ใช้ชื่อเสียงของ
พวกเขามาแลกเพื่อให้เธอจัดการเรื่องข้างนอกได้สบายยิ่งขึ้น
ฉู่ลั่วนึกถึงท่าทางเป็นมิตรของสิบวังยมราชในวันนั้น ก็อดยกมุม
ปากขึ้นมาไม่ได้
“มอบให้เขาเถอะ!” เธอชี้ไปทางซู่เซี่ยงหยาง
ราชาภูตผี “ได้ขอรับ! ข้าน้อยจะทำตามที่ท่านปรมาจารย์บอก”
ไจ๋โหรวมองท่าทางนอบน้อมของราชาภูตผี และยมทูตที่ดูนอบ
น้อมยิ่งกว่าราชาภูตผี กับเหล่าผีที่ยืนกะพริบตาปริบ ๆ อยู่ข้างหลัง
ยมทูต
เธอค่อย ๆ อ้าปากกว้าง แล้วดึงเฉิงยวนที่อยู่ด้านข้างมา “ฉันเพิ่ง
มีชีวิตมาได้ไม่นานแต่กลับภาพแบบนี้ แล้วเธอเคยเห็นหรือเปล่า?”
เฉิงยวน “อย่าถามข้า ถึงแม้ข้าจะตายมานาน แต่ก็ถูกผนึกไว้ใน
สุสานนะ! ไม่เคยเห็น ไม่เคยเห็นทั้งนั้น…”