เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1587 คอยคุ้มครองพวกเขา
หูเสี่ยวหลีเตรียมจะลากเฉิงยวนออกไปข้างนอก
“อะแฮ่ม!”
ฉู่ลั่วกระแอมขึ้น
น้าเสียงตื่นเต้นและเสียงโอดครวญทั้งหมดพลันหยุดลง ทั้งสาม
คนหันมามองฉู่ลั่วอย่างพร้อมเพรียงกัน
เฉิงยวนใช้มือข้างหนึ่งปิดหน้าตัวเองไว้ พลางร้องโอดครวญว่า
“ข้าเฉิงยวน มีชื่อเสียงที่ดีมาตลอดชีวิต ไร้มลทินมาตลอดพันปี! แต่
ต้องมาพังลงแบบนี้…”
“เป็นใครกัน! ใครปล่อยข่าวลือไร้สาระว่าข้าเฉิงยวนทุ่มเทเพื่อ
ผู้ชาย!”
อย่าให้เธอจับได้เชียวนะ!
ในตอนนั้นเอง ราชาภูตผีทั้งน้อยใหญ่ต่างปกปิดพลังบุญและ
ชื่อเสียงของตัวเองเอาไว้เงียบ ๆ
จิ่งเจียเหยียนกะพริบตา “ไม่ใช่เหรอ?”
เฉิงยวนเถียง “ไม่ใช่!”
ซุนหย่าจิ้ง “ไม่ได้ทำเพื่อผู้ชายเมื่อพันปีก่อนคนนั้นเหรอ?”
“ไม่ใช่”
หูเสี่ยวหลีทำหน้าไม่เชื่อ “เธอสาบานก่อนสิ ถ้าเธอพูดโกหก
ชาตินี้ทั้งชาติก็ขอให้ได้หลับนอนแค่กับผู้ชายสูงต่ากว่าร้อยเจ็ดสิบ
หนักหนึ่งร้อยห้าสิบจินขึ้นไป หัวล้าน เป็นตาแก่ฟันเหลือง!”
“จะโหดร้ายเกินไปหน่อยไหม!” เฉิงยวนมองหูเสี่ยวหลีด้วยความ
ตกใจ
หูเสี่ยวหลี จิ่งเจียเหยียน และซุนหย่าจิ้งต่างก็จ้องมองมาที่เธอ
ราวกับว่าถ้าเธอไม่ยอมสาบาน พวกเธอจะลงมือพร้อมกัน
เฉิงยวน “…”
เธอมองไปหาฉู่ลั่วอย่างจนปัญญา
ฉู่ลั่วส่งเสียงกระแอมไอออกมาอีกครั้ง “มีเรื่องอะไรก็เอาไว้ค่อย
คุยกันทีหลัง ตอนนี้พวกเรากำลังคุยเรื่องงานกันอยู่”
สองปีศาจหนึ่งผีปล่อยมือพร้อมกัน ท่าทางดูเชื่อฟังมาก
อีกมุมหนึ่งในห้อง เจี่ยซีรับรู้ได้ถึงสายตาร้อนแรงอย่างชัดเจน
“อาซี ฉันกลัวจังเลย!” สั่วอิงขยับเข้าไปใกล้เจี่ยซี “เพื่อนทั้งสาม
คนของคุณเฉิง ดูเหมือน…จะไม่ชอบพวกเรามากเลยนะ”
“พวกเธอจะทำร้ายพวกเราหรือเปล่า!”
เจี่ยซีเอ่ย “มีปรมาจารย์ฉู่อยู่ด้วย พวกเธอไม่ทำอะไรหรอก”
และตรงมุมห้องอีกด้านหนึ่ง มีหัวสี่หัวกำลังรวมกันอยู่ พวกเขา
มองสำรวจเจี่ยซีกับสั่วอิงตั้งแต่หัวจรดเท้า พลางพูดคุยซุบซิบกันเป็น
ครั้งคราว
จนกระทั่งพวกฉู่ลั่วลุกยืนแล้ว และเตรียมจะออกเดินทาง
ทั้งสี่ตนจึงยืนขึ้นมาเช่นกันแล้วเอ่ย “พวกเราขอตามไปด้วย”
ฉู่ลั่ว “…ถามยวนยวนหรือยัง?”
ทั้งสี่หันไปมองเฉิงยวนพร้อมกันอีกครั้ง สายตานั้น…ทำให้เฉิง
ยวนไม่อาจปฏิเสธได้
“ก็ได้! ให้ตามไปด้วยก็ได้ แต่พวกเจ้าอย่างก่อเรื่องล่ะ! อย่าพูด
อะไรไร้สาระด้วย!”
“ได้!” จิ่งเจียเหยียนวิ่งเข้าไปด้วยท่าทางดีใจ แล้วคล้องแขนเฉิง
ยวนไว้ “ยวนยวนบอกว่ายังไงก็อย่างนั้นแหละ!”
คนทั้งคณะจึงออกเดินทาง
เมื่อถึงจุดเป้าหมาย จิ่งเจียเหยียนก็ยกมือขออาสา “ฉันจะอยู่ที่นี่
คอยคุ้มกันพวกเขาสองคนเอง!”
เธอชี้ไปยังเจี่ยซีกับสั่วอิง
สั่วอิงหลบหลังเจี่ยซีด้วยความกลัว สีหน้าของเธอซีดจนไร้สี
เลือด
“พวกเขาสองคนไม่มีประโยชน์อะไร พาเข้าไปก็ไม่ได้อะไรหรอก
ให้ฉันที่ไร้ประโยชน์ที่สุดคอยคุ้มครองพวกเขาอยู่ที่นี่เถอะ!”
เฉิงยวนเตรียมจะเอ่ยปาก แต่กลับถูกซุนหย่าจิ้งกับหูเสี่ยวหลี
ลากตัวเข้าไปข้างในแล้ว
จิ่งเจียเหยียนมองฉู่ลั่วด้วยท่าทางเชื่อฟัง
ฉู่ลั่วจึงพูดเตือนว่า “เจียเหยียน เธอรู้กฎดี พวกเขาเป็นแค่คน
ธรรมดา!”
“ฉันรู้อยู่แล้วน่า!” จิ่งเจียเหยียนยกยิ้มหวานอย่างใสซื่อ “ลั่วลั่ว
ไม่ไว้ใจพวกเขา แต่เธอจะไม่ไว้ใจฉันด้วยเหรอ?”
ฉู่ลั่วพยักหน้า ก่อนจะพาคนอื่นเข้าไปข้างใน
สั่วอิงอยากจะพูด แต่ถูกเจี่ยซีห้ามเอาไว้
“อาซี ให้ท่านปรมาจารย์เปลี่ยนคนเถอะ! ฉันคิดว่า…”
“คิดว่าอะไร!” ทั้งสองคนหันหลังไปก็เจอเข้ากับลิ้นงูขนาดใหญ่
ม่านตาที่อยู่ในแนวตั้งดูน่าสะพรึงกลัวจ้องมาที่พวกเขา เมื่ออ้าปาก
น้าลายจากปากงูก็แทบจะกระเด็นมาติดบนหน้าของพวกเขา
“กรี๊ด!!!”
จิ่งเจียเหยียน “กรี๊ดทำไม! ไร้ประโยชน์จริง ๆ !”
“ไม่สวยเท่ายวนยวน ไม่กล้าหาญเหมือนยวนยวน…วัน ๆ รู้จักแต่
หลบอยู่ข้างหลังผู้ชาย ถ้าไม่มีผู้ชายอยู่ด้วยเธอคิดจะไปหลบที่ไหน
ล่ะ!”
สั่วอิงเบิกตากว้าง
เจี่ยซีก็ตกใจจนหน้าขาวซีด แต่เขายังส่ายหน้าให้สั่วอิง
นี่คือจิ่งเจียเหยียน
เขาเคยได้ยินพวกผีเด็กพูดถึง
เธอเป็นเพื่อนสนิทของเฉิงยวน
“อาซี…คุณจะปล่อยให้เธอรังแกพวกเราแบบนี้เหรอ?” สั่วอิงถาม
เขา