เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1589 ท าไมถึงมาโทษฉัน
หูเสี่ยวหลีกลับคืนร่างเดิม หางโบกสะบัดไปมากลางอากาศ
หงอินพ่นฟองสบู่ขนาดใหญ่ออกมา เพื่อกักขังราชาภูตผีเอาไว้
ซู่เซี่ยงหยางมองราชาภูตผีที่ไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับเลย ก่อนจะ
เอามือกุมหน้าผากไม่ได้ “บอกว่าให้รอก่อน รอก่อนยังไง!”
ซุนหย่าจิ้งย้ายไปอยู่ข้างกายฉู่ลั่วด้วยท่าทางระมัดระวัง
“แผนการถูกทำลายแล้ว ตอนนี้จะทำยังไงดีคะ?”
ฉู่ลั่วเอ่ย “ตอนนี้ยังมีใครควบคุมสถานการณ์นี้ได้บ้างไหม?”
ซุนหย่าจิ้งมองก่อนจะส่ายหน้า “ไม่ไหวค่ะ ไม่ไหว!”
เจี่ยซีกับสั่วอิงที่ถูกจิ่งเจียเหยียนใช้หางรัดพาเข้ามากำลังยืนอยู่
ข้างหลัง
สั่วอิงสังเกตดูเจี่ยซี เห็นว่าใบหน้าของเขาค่อนข้างย่าแย่ “อาซี
คุณ…นึกอะไรขึ้นมาได้บ้างหรือเปล่า?”
นึกถึงชาติก่อนของพวกเขาออกหรือเปล่า?
พวกเขาที่เป็นสามีภรรยากันในชาติก่อน อยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า
มีลูกหลานเต็มบ้านเต็มเมือง
เจี่ยซีไม่พูดอะไรเลย ในดวงตาของเขาจับจ้องแค่เฉิงยวนที่กำลัง
ไล่ตามราชาภูตผีอยู่กลางอากาศเท่านั้น
เดิมทีร่างกายของเธอนั้นโปร่งใส แต่หลังจากมาถึงปรโลก ด้วย
พลังหยินอันเข้มข้น ทำให้ร่างของเธอชัดเจนขึ้นมาไม่น้อย
ตัวเธอในตอนนี้ เหมือนกับเมื่อพันปีก่อนตอนที่ยังมีชีวิตมาก
ทีเดียว
“อาซี!”
เจี่ยซีตาพร่ามัว เขาส่ายหน้าไปมา “ผมไม่เป็นอะไร ผมแค่มึนหัว
นิดหน่อยเท่านั้นเอง”
เขาหายใจเร็วมาก
เสียงตะโกนร้องด้วยความโกรธเคืองของเฉิงยวนดังขึ้นมา “ยก
ให้ข้า ยกให้ข้า! ข้าจะแก้แค้นเอง พวกเจ้าปล่อยให้ข้าจัดการเถอะ!”
จิ่งเจียเหยียนกับอีกสามตนเตะราชาภูตผีราวกับเป็นลูกบอล แต่
ไม่ยอมส่งราชาภูตผีที่กลายเป็นลูกบอลแล้วมาให้เฉิงยวน
เฉิงยวนได้แต่วิ่งตามราชาภูตผีที่เป็นลูกบอลขึ้นมา
รอจนกระทั่งเจ้าหน้าที่มาถึง พวกยมทูตก็ถูกปราบไว้หมดแล้ว
งูตัวหนึ่งขดตัวบีบก้อนเนื้อหนึ่งก้อนพลางสะบัดหางขึ้นไป
ต้าอีถาม “พวกเรามาช้าไปเหรอ?”
ต้าเอ้อร์ “นี่มันเร็วเกินไปหรือเปล่า! ทันทีที่พวกเราได้รับข่าว ก็
รีบเปิดค่ายกลเข้ามาเลยนะ!”
ต้าซาน “อย่างน้อยก็เหลือไว้ให้พวกเราบ้างสิ!”
ตัวอักษรของเซียนพู่กันลอยขึ้นกลางอากาศด้วยความไม่พอใจ
[ทำไมล่ะ? ข้าอยู่แนวหน้าตลอด แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย]
[พอข้าไปก็เกิดเรื่องขึ้นมาทันที!]
[นี่พุ่งเป้ามาที่ข้าหรือเปล่า?]
[เลือกปฏิบัติกับข้าใช่ไหม?]
ผ่านไปสักพักหนึ่ง หร่วนย่วนย่วนก็พาพวกซ่งเมี่ยวเมี่ยวมาถึง
และเห็นราชาภูตผีกลายเป็นก้อนเนื้อไปแล้ว
หร่วนย่วนย่วนเอ่ย “บอกไว้แล้วไม่ใช่เหรอว่ารอให้พวกเรามาถึง
ก่อน?”
เฉิงยวนยกมือข้างหนึ่งขึ้นเท้าคาง “เจ้าถามนางสิ!”
จิ่งเจียเหยียนกะพริบตาใสซื่อ “ถามฉัน? ถามอะไรฉันเหรอ?”
“อาซี!”
เสียงกรีดร้องนี้เรียกความสนใจของทุกคนกลับมา
เจี่ยซีตัวอ่อนล้มลงไปบนพื้น สั่วอิงรีบประคองเขาเอาไว้
เฉิงยวนลุกขึ้นมา แต่ไม่ได้เดินเข้าไปดู “คงเป็นเพราะมาถึง
สถานที่กลับชาติไปเกิด วิญญาณเลยหลุดออกจากร่างน่ะ!”
ไจ๋โหรวกระซิบถามเสียงเบา “จะไม่เข้าไปดูหน่อยเหรอ?”
“ราชาภูตผีกับยมทูตถูกจับแล้ว! เขาอยู่ที่นี่ก็ไม่มีอันตรายอะไร
ไม่มีอะไรให้ดูหรอก”
ไจ๋โหรวสะกิดจี้ไจ่เบา ๆ แล้วพากันไปตามหาวิญญาณที่หลุด
ออกไปของเจี่ยซี
แต่ที่นี่มีวิญญาณอยู่เยอะมาก ไม่อาจหาเจอได้ง่ายนัก
เฉิงยวนนั่งลงอีกครั้ง
หยวนเส้าหยินเดินไปหยุดข้างเจี่ยซี แล้วแปะยันต์ลงบนตัวเขา
“ขอบคุณมาก!” สั่วอิงสะอื้น
หยวนเส้าหยินถอนหายใจ “เรื่องที่ตระกูลสั่วทำครั้งนี้ ขัดต่อวิถี
แห่งสวรรค์”
สั่วอิงก้มหน้าลง กอดเจี่ยซีเอาไว้อย่างแผ่วเบา
หยวนเส้าหยินมองเธอ “ถ้าคุณใช้บุพเพสิบชาติภพเพื่อให้
ประสบความสำเร็จในการบำเพ็ญ ไม่คิดว่าจะทำให้นักพรตเต๋า
กลายเป็นตัวตลกเหรอ”
“ดูถูกวิถีแห่งสวรรค์ ไม่เคารพโชคชะตา เธอกับเขาไม่มีทาง
บำเพ็ญสำเร็จ”
สั่วอิงเงยหน้าขึ้นมา น้าตาหลั่งไหลเป็นสาย “แล้วตอนนี้จะให้ฉัน
ทำยังไง? ฉันรักเขาไปแล้ว…พวกนายมาบอกฉันตอนนี้ว่าทุกอย่าง
เป็นแผนร้าย! ฉัน…ฉันไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลยนะ”
“ฉันก็แค่ชอบเขา รักเขาเท่านั้นเอง”
“แล้วทำไมถึงมาโทษฉันล่ะ!”
หยวนเส้าหยินกำลังจะเอ่ยปากพูด ก็ได้ยินเสียงของไจ๋โหรวดัง
มาจากที่ไกล ๆ “ยวนยวน นั่นสวีจิ้น!”