เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1591 เขาจะเป็นคนเลือก
ไจ๋โหรวกัดริมฝีปาก สายตาจดจ้องวิญญาณที่เปลี่ยนรูปลักษณ์
ไปมาไม่หยุด
จนกระทั่งใบหน้าที่ผันเปลี่ยนอยู่ค่อย ๆ หยุดลง
จี้ไจ่เอ่ย “ยังไงซะ เขาก็ไม่ใช่สวีจิ้น”
ไจ๋โหรวหันมาเอียงคอถลึงตาใส่เขา “เขาใช่!”
จี้ไจ่สบกับสายตาที่ทั้งโกรธทั้งไม่พอใจของไจ๋โหรว แล้วพูด “เฉิง
ยวนต้องการสวีจิ้น ต้องการสวีจิ้นที่เป็นเพียงสวีจิ้น ไม่ใช่สวีจิ้นหลัง
จากการเลือก”
ไจ๋โหรว “…”
จี้ไจ่หันมองใบหน้าของวิญญาณดวงนั้น ใบหน้าที่หยุดค้างกับ
รูปลักษณ์ของสวีจิ้น “สวีจิ้นไม่มีทางต้องเลือก”
แต่เขา…
เจ็บปวดขนาดนี้!
ไจ๋โหรวหลุบสายตาลงเงียบ ๆ
สั่วอิงกอดร่างของเจี่ยซี นิ่งมองคนทั้งหมดที่ไปแล้วกลับมาใหม่
เธอเหลือบสายตามองไจ๋โหรว “อาซีล่ะ”
ไจ๋โหรวเงียบไปหายวินาที แล้วทอดมองร่างในอ้อมกอดของสั่ว
อิง ก่อนจะเอ่ยตอบ “ตอนนี้เขายังกลับมาไม่ได้”
หัวใจสั่วอิงหล่นวูบ เริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมา เธอกอดเจี่ยซี
ด้วยความเสียใจ “ฉันอยากให้อาซีกลับมา”
เธอมองฉู่ลั่วด้วยสายตาเลื่อนลอย “ปรมาจารย์ ให้อาซีกลับมา
ได้ไหมคะ”
ฉู่ลั่วกล่าว “…ตอนที่เขาอยากกลับมาก็จะกลับมาเองค่ะ”
ฉู่ลั่วหยิบยันต์ออกมาสองแผ่นแล้วแปะลงบนตัวของเจี่ยซี “ยันต์
สองแผ่นนี้จะรับประกันได้ว่ากายเนื้อของเขาจะไม่ถูกวิญญาณอื่นยึด
ครอง”
สั่วอิงยังคงจดจ้องฉู่ลั่ว “ปรมาจารย์ทำให้อาซีกลับมาไม่ได้เหรอ
คะ”
ฉู่ลั่ว “…”
“ในโลกนี้มีแค่อาซี ไม่มีสวีจิ้นอะไรนั่นมานานแล้วนะคะ” เธอ
ออกแรงกอดเจี่ยซีแน่นขึ้น “สวีจิ้นก็คือสวีจิ้น อาซีก็คืออาซี ทำไม
พวกคุณต้องยัดเยียดความรู้สึกของสวีจิ้นให้อาซีด้วย ทำไมต้องยัด
เยียดอดีตของสวีจิ้นให้อาซีด้วย”
“อาซีก็คืออาซีนะคะ!”
ฉู่ลั่วจดจ้องสั่วอิงที่กำลังเศร้าโศกและโกรธเกรี้ยว แล้วเอ่ยด้วย
น้าเสียงราบเรียบว่า “เขาจะเป็นคนเลือกด้วยตัวเอง ถ้าเขาเลือกเจี่ยซี
เขาก็คือเจี่ยซี ถ้าเขาเลือกสวีจิ้น เขาก็คือสวีจิ้นค่ะ”
แต่ว่า…
ฉู่ลั่วลูบยันต์ที่ห้อยอยู่ตรงเอวตัวเอง
สวีจิ้นที่ต้องเลือก ยังจะใช่สวีจิ้นอยู่เหรอ
สั่วอิงพูดไม่ออกกับประโยคนี้ของฉู่ลั่ว เธอก้มมองเจี่ยซีในอ้อม
แขน “อาซีจะเลือกเป็นสวีจิ้นเหรอ…”
เป็นไปไม่ได้
หัวหน้าตระกูลเคยบอกว่า ขอแค่อาซีไปถึงปรโลกก็จะจดจำ
เรื่องราวเมื่อเก้าชาติก่อนได้
เก้าชาติก่อนหน้านี้ระหว่างเธอกับอาซี จะสู้ชาติเดียวที่สวีจิ้นคบ
หาดูใจกับเฉิงยวนไม่ได้เลยอย่างนั้นเหรอ
มันจะเป็นไปได้ยังไง!
ฉู่ลั่วไม่สนใจสั่วอิงอีกแล้ว แต่หันไปกำชับกับซู่เซี่ยงหยาง
ซู่เซี่ยงหยางหน้าตาไม่สู้ดีเท่าไหร่
คนทั้งองค์กรวุ่นวายมาตั้งนานก็เพื่อให้ได้ฝึกฝนความสามารถ
ของตัวเอง
แต่…
ไม่เคยได้ลงมือจริง ๆ จัง ๆ สักครั้ง
พอครั้งนี้อุตส่าห์จะได้ลงมือ กลับถูก…
เขามองราชาภูตผีที่ถูกจิ่งเจียเหยียนทุบตีติดปลายหางแล้วกลืน
น้าลาย “เจ้านิกายครับ ผมมีข้อเสนอ…”
ฉู่ลั่วมองตามสายตาของซู่เซี่ยงหยางไป “เรื่องของราชาภูตผีตน
นี้ ฉันคุยกับทางปรโลกไว้แล้วค่ะ แต่…ฉันรับปากเฉิงยวนด้วย
เหมือนกันว่าให้เธอเป็นคนจัดการ”
ซู่เซี่ยงหยางไม่ใส่ใจเลยสักนิด “ไม่เป็นไรครับ ไม่เป็นไร ให้พวก
เราได้ฝึกฝีมือก่อน เฉิงยวนอยากแก้แค้นเมื่อไหร่ก็มาได้ ขอแค่ให้
พวกเราได้ฝึกฝีมือก่อนก็พอครับ”
เขาสะบัดมือแล้วเอ่ย “ไป พาเขากลับ!”
สมาชิกในองค์กรต่างพากันเลือดร้อนขึ้นมาทันที
“หัวหน้าทีมซู่ ผมขอฝึกก่อนนะครับ”
“หัวหน้าทีมซู่ เราคุยกันแล้วนะครับว่าจะให้ผมลงมือก่อน”
“สถาบันวิจัย ขอให้สถาบันวิจัยของเราออกโรงก่อนได้ไหม!
อย่ามาแย่งกับพวกเราเลย”
แม้แต่หยวนเส้าหยินยังชักจะตาร้อน นี่มันระดับราชาภูตผีเลย
นะ…
แม้จะไม่เก่งกาจอย่างที่เขาจินตนาการไว้ แต่ก็ทรงพลังกว่าภูตผี
ทั่วไปมาก
ผ่านไปไม่นาน ยมทูตขาวดำก็มาถึง เริ่มรับช่วงดูแลเรื่องยมทูต
และวิญญาณต่อ และมองราชาภูตผีที่ถูกม้วนเป็นก้อนพลางเอ่ย “นี่
คือ…”
“ราชาภูตผีของพื้นที่นี้นี่!”
สีหน้าของยมทูตขาวดำเปลี่ยนไป
ตอนนี้อีกฝ่ายกลายเป็นลูกบอลไปเสียแล้ว
หลังสบตากัน ยมทูตดำก็แค่นเสียงเย็นชาออกมา “ร่วมมือกับคน
ของลัทธิเต๋า บิดเบือนลิขิตสวรรค์ ทำร้ายชีวิตมนุษย์ ต่อให้ต้องกำจัด
เขาให้สลายเป็นจุณก็ยังเบาเกินไปด้วยซ้า”
“เพียงแต่ก่อนหน้านั้น…ต้องทรมานเขาให้หนัก ๆ”