เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1592 น่ารักมากเลยใช่ไหม
หลังจากยมทูตขาวดำกล่าวกระชับสั้นได้ใจความจบแล้ว ก็พา
ยมทูตและเหล่าวิญญาณกลับไปอย่างรวดเร็ว
รอจนพ้นไปจากพื้นที่ตรงนี้แล้ว ยมทูตดำถึงมองยมทูตขาวด้วย
ท่าทางที่ยังกลัวไม่หาย “หนนี้ปรมาจารย์ลงมือโหดเหี้ยมเกินไป
หน่อยหรือเปล่า”
ยมทูตขาวกำลังตัวสั่นเช่นกัน “ปรมาจารย์ให้ท้ายคนเกินไป
แล้ว!”
…
หลังกลับมาถึงโรงแรม
ซู่เซี่ยงหยางต้องเกลี้ยกล่อมแล้วเกลี้ยกล่อมอีก ถึงสามารถเอา
ลูกบอลราชาภูตผีออกมาจากมือจิ่งเจียเหยียนมาได้โดยที่เธอก็ไม่
เต็มใจเท่าไหร่นัก บรรดาสมาชิกในองค์กรต่างจดจ้องลูกบอลราชา
ภูตผีด้วยความตื่นเต้นดีใจ ทุกสายตาต่างเปล่งประกายกันถ้วนหน้า
ราชาภูตผี “…”
หลังจิ่งเจียเหยียนส่งพวกซู่เซี่ยงหยางออกไปจนพ้นสายตาแล้ว
ก็กลับเข้ามาห้องด้วยความโมโห ทิ้งตัวบนโซฟาอย่างไม่สบอารมณ์
“ทำไมต้องปล่อยราชาภูตผีนั่นไปด้วย เขารังแกยวนยวนขนาดนั้น
น่าจะเล่นงานเขาให้ตายไปซะ!”
หูเสี่ยวหลีตรวจดูเล็บอันพิถีพิถันสวยงามของตัวเองแล้วเอ่ย “ต่อ
ให้ต้องเล่นงานจนตายก็ไม่ควรเป็นเธอที่ลงมือ ควรเป็นยวนยวนที่ลง
มือเองต่างหาก”
ซุนหย่าจิ้งกลับขมวดคิ้วแล้วมองฉู่ลั่วซึ่งอยู่อีกด้าน “ปรมาจารย์
พวกเราจะทำยังไงกับยวนยวนดีคะ อีกอย่าง…”
เธอชำเลืองมองสวีจิ้นที่ตามพวกเขากลับมาในสภาวะดวง
วิญญาณ
สวีจิ้นหลุบสายตาต่า ยืนกอดดาบอยู่ด้านหนึ่ง
เขาสำรวมพลังวิญญาณรอบตัว แล้วยืนอยู่ตรงมุมห้องราวกับ
เป็นอากาศธาตุ
ต่อให้คนอื่นพูดถึงเขา เขาก็ไม่พูดจา เอาแต่ตามอยู่ข้างหลัง
ฉู่ลั่ว
ฉู่ลั่วหันไปมองสวีจิ้นเช่นกัน หลังขบคิดอยู่สักพักหนึ่งจึงหยิบ
ยันต์ออกมาแล้วโยนให้สวีจิ้น
สวีจิ้นรับไว้ตามสัญชาตญาณ แต่หลังเห็นว่ามันคืออะไรเขาก็
ตะลึงไป แล้วหันมองฉู่ลั่วด้วยความตกใจ
ฉู่ลั่วบอกเขา “ยวนยวนมีห้องของตัวเอง คุณนำยันต์นี้ไปที่ห้อง
เธอเถอะค่ะ”
เธอชะงักเล็กน้อย แล้วเอ่ยต่อ “ประมาณพรุ่งนี้ ยวนยวนน่าจะคืน
สภาพ”
“หัวหว่าน!” ฉู่ลั่วเรียก
หัวหว่านพลันก้าวออกมา หน้าท้องเธอเริ่มนูนออกมาแล้ว ข้าง
กายยังมีฟู่ปู้เสวี่ยนตามมาด้วย
แต่เธอไม่ทันขยับตัว ฟู่ปู้เสวี่ยนก็ก้าวออกมาก่อน “มีอะไรครับ”
ฉู่ลั่วเอ่ย “…พาเขาไปที่ห้องยวนยวนที”
ฟู่ปู้เสวี่ยนพยักหน้า แล้วหันมองหัวหว่านด้วยความเป็นห่วงเป็น
ใย
หัวหว่านถึงกับหมดคำจะพูด “ฉัน…ฉันจะนั่งอยู่เฉย ๆ ตรงนี้เลย
ฉันจะไม่ขยับไปไหน”
เท่านี้ฟู่ปู้เสวี่ยนถึงได้วางใจและพาสวีจิ้นออกไป
หลังพวกเขาไป จิ่งเจียเหยียนก็พุ่งปราดมาอยู่ตรงหน้าหัวหว่าน
พลางมองอีกฝ่ายด้วยความใคร่รู้ “เด็ก ในนี้มีเด็กอยู่ใช่ไหม”
หัวหว่านตอบ “…ใช่ค่ะ”
“ว้าว!”
สองมือของจิ่งเจียเหยียนปัดไปมาตรงหน้าราวกับเป็นแมลงวัน
“หว่านหว่าน ฉันจะบอกเธอให้ เด็กน่ะน่ารักสุด ๆ น่าเล่นสุด ๆ …
ร้องไห้ก็ได้ หัวเราะก็ได้ แล้วยังเป่าน้าลายเป็นฟองได้ด้วย…”
เธอหยิบมือถือออกมาด้วยความตื่นเต้น “เธอดูสิ ดูนี่ นี่คือเด็ก
น่ารักมากเลยใช่ไหม”
เธอทำเหมือนกำลังป้ายยาไอดอลที่ตัวเองชอบ ทั้งดูรูป ทั้งดู
วิดีโอ “ดู ๆ ๆ เธอพลิกตัวแล้ว ดู ๆ ๆ เธอเตะเท้าด้วย…”
“นี่เป็นตอนที่เธอดื่มนม น่ารักมากเลยใช่ไหม”
“นี่เป็นครั้งแรกที่เธอฉี่รดที่นอน นี่เป็นครั้งแรกที่เธออึ…”
หัวหว่านใช้มือหนึ่งปิดมือถือไว้แล้วเอ่ย “เจียเหยียน คุณรู้อะไร
ไหมคะ”
“อะไรเหรอ”
“นี่คือเด็ก เธอไม่ใช่ของเล่นนะคะ”
จิ่งเจียเหยียนตอบด้วยน้าเสียงไม่ใส่ใจ “ฉันต้องรู้อยู่สิ!”
เธอยังคงเลื่อนดูมือถือต่อไป
หัวหว่านกล่าวต่อ “เด็กจะตายได้นะคะ”
จิ่งเจียเหยียนพยักหน้า “ฉันรู้!” แล้วเธอก็ลูบผมซ่งเมี่ยวเมี่ยวข้าง
ๆ ไปด้วย “เมี่ยวเมี่ยวของเราก็เป็นผีเด็กเหมือนกันไง!”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวเขย่งเท้าไปดูมือถือของจิ่งเจียเหยียน
หูเสี่ยวหลีพิงตัวกับโซฟา “หว่านหว่านเขาหมายความว่า เธอ
อย่าไปเล่นสนุกกับลูกคนอื่นจนเด็กตายละ!”
จิ่งเจียเหยียน “…”
เธอมองหัวหว่านด้วยความตกใจ คล้ายไม่เชื่อว่าหัวหว่านจะคิด
อย่างนี้กับเธอ
หัวหว่านรีบปลอบ
ส่วนซุนหย่าจิ้งยังคงจ้องมองฉู่ลั่ว ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับบท
สนทนานี้สักนิด