เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1594 ฉู่ลั่วไม่รู้ความ
จิ่วฉานเห็นสายตาของจิ่งเจียเหยียนที่ใสสกาวบริสุทธิ์ และสีหน้า
ก็ไร้เดียงสา จึงลอบถอนหายใจ “ผมคือจิ่วฉาน”
“ผมคือเปี้ยนคงด้วย”
จิ่งเจียเหยียนพยักหน้าหงึก ๆ
“แต่สวีจิ้นไม่เหมือนกัน เจี่ยซีก็ไม่เหมือนกัน เจี่ยซีเป็นแค่เจี่ยซีก็
ได้ แต่เจี่ยซีเป็นแค่สวีจิ้นไม่ได้”
จิ่งเจียเหยียน “…”
ในคืนนั้น
ณ ปรโลก
ปรโลกในวันนี้คึกคักกว่าปกติมาก บางทีอาจเป็นเพราะมี
วิญญาณจากปรโลกย่อยเพิ่มมาไม่น้อย จนทั่วทั้งปรโลกดูเนืองแน่น
ขึ้นมา
ยมทูตขาวดำทะลุผ่านฝูงผี มาอยู่ตรงหน้าฉู่ลั่วด้วยความเหนื่อย
ล้า “ปรมาจารย์…”
“สิบวังยมราชเรียกฉันมา มีอะไรเหรอคะ”
ยมทูตขาวดำหัวเราะแห้ง ๆ “พวกเราก็ไม่ทราบเหมือนกัน
ปรมาจารย์ต้องไปเองจึงจะรู้”
ฉู่ลั่วพยักหน้า ติดตามยมทูตขาวดำไปทางสิบวังยมราช
วิญญาณที่อยู่ข้างทางพอเห็นว่าเป็นฉู่ลั่วมา บ้างก็ตื่นเต้นดีใจ
บ้างก็ถอยหลังไปด้วยความหวาดกลัว
“ปรมาจารย์นี่!”
“ปรมาจารย์มาทำอะไรที่ปรโลก”
“คงไม่ใช่ว่าจะมาสู้กับสิบวังยมราชอีกนะ”
“หรือเธออยากเป็นพญายมราชเสียเอง”
“ด้วยความสามารถของปรมาจารย์ อยากเป็นพญายมราชแล้ว
มันจะทำไมล่ะ”
ถึงแม้เสียงพูดคุยของเหล่าวิญญาณจะเบา แต่มันก็ยังดังเข้าโสต
ประสาทของฉู่ลั่วอย่างแม่นยำ
สีหน้ายมทูตขาวดำยิ่งกระอักกระอ่วนเข้าไปใหญ่ รอจนพวกเขา
ถึงด้านนอกของสิบวังยมราช
ยมทูตดำเตือนเสียงเบา “ปรมาจารย์ บางทีสิ่งที่ผมพูดไปคุณคง
ไม่อยากฟัง แต่เหล่าพญายมราชเก่งกาจมากนะครับ”
ส่วนเรื่องเมื่อคราวก่อน…
บางทีเหล่าพญายมราชอาจจะยอมอ่อนให้
ทว่าประโยคแบบนี้หากกล่าวออกมาคงเท่ากับหักหน้าฉู่ลั่ว
เกินไป
เขาจึงได้แต่เตือนเป็นนัย ๆ
ฉู่ลั่วเอ่ย “…ฉันทราบค่ะ”
ยมทูตดำ “…”
ปรมาจารย์ทราบจริงเหรอ?
ฉู่ลั่วผลักประตู จากนั้นประตูสัมฤทธิ์ก็เปิดออกอย่างแรง
ครู่ต่อมา ฉู่ลั่วก็ก้าวเท้าออกมา แล้วคุกเข่ากับพื้นเสียงดังตึง
สองมือยกขึ้นเทิดสมุดเล่มหนึ่ง เอ่ยด้วยน้าเสียงเยือกเย็นท่ามกลาง
สายตาตะลึงงันของยมทูตขาวดำ
“ไม่กี่วันก่อน ฉู่ลั่วไม่รู้ความ ขอพญายมราชโปรดลงโทษด้วย”
ยมทูตขาวดำ “…”
เหล่าวิญญาณที่แอบมองอยู่โดยรอบตะลึงงัน!
นี่จะมาไม้ไหนกันแน่เนี่ย
เสียงถอนหายใจอันอึมครึมดังมาจากข้างในประตู “ลุกขึ้นเถอะ
วันนั้นเจ้าทำเพื่อสหายรัก ถึงได้ร้อนใจจนเสียกิริยา”
ฉู่ลั่วยืนขึ้น
ประตูสัมฤทธิ์เปิดออกอีกครั้ง ฉู่ลั่วเดินถือรายชื่อเดินเข้าไป
ประตูสัมฤทธิ์พลันปิดลง
ยมทูตขาวดำสบตากันแล้วกะพริบตาปริบ ๆ
ภายในวังยมราช
ซ่งตี้อ๋องยกนิ้วโป้งให้ฉู่ลั่ว “สมกับเป็นสหายฉู่ คุกเข่าเมื่อกี้นี้
เรียกได้ว่าจริงใจเต็มร้อย คราวนี้ความวุ่นวายในปรโลกน่าจะสงบลง
ได้แล้ว”
ฉินก่วงอ๋องเอ่ย “จัดการความวุ่นวายได้ก็ดีแล้ว”
หลุนจ่วนอ๋องกล่าว “หลังปรโลกย่อยต่าง ๆ กลับคืน ปรโลกก็
งานยุ่งจนแทบไม่ได้อยู่เฉยเลย ต้องแบ่งหน้าที่กันไปปราบจลาจล
หรือต้องให้สิบวังยมราชอย่างพวกเราออกโรงเหรอ”
ซ่งตี้อ๋องพูดไม่ออก
ฉู่ลั่วส่งคืนรายชื่อให้พลางกล่าว “ปรโลกย่อยในสมุดเล่มนี้
นอกจาก…แล้ว ที่เหลือต่างเชื่อฟังปรโลกตามระเบียบค่ะ”
ซ่งตี้อ๋องรับสมุดมา แสร้งเอ่ยเหมือนไม่ใส่ใจ “แต่ก็มีปรโลกย่อย
บางแห่งที่ไม่ถูกบันทึกในรายชื่อนี้”
ฉู่ลั่ว “…”
เป็นปรโลกย่อยที่หุบเหวเทพมรณะตั้งอยู่
ใต้ฝ่ามือของซ่งตี้อ๋องมีเปลวเพลิงสีเขียวลุกโชน เผาสมุดในมือ
จนเป็นผุยผง
จากนี้ไป ปรโลกจะไม่มีปรโลกย่อยที่แยกออกไปอีกแล้ว
ฉินก่วงอ๋องลุกขึ้นช้า ๆ
ยมราชที่เหลือก็ลุกตาม พวกเขาต่างมีสีหน้าขึงขัง ค่อย ๆ เผย
กายธรรมออกมา
และกลับคืนสู่ท่าทีอันเข้มงวดและไม่อาจเอื้อมอีกครั้ง
“ฉู่ลั่ว เจ้าไปได้แล้ว”
ฉู่ลั่ว “…”
เธอขมวดคิ้วเบา ๆ ชักไม่เข้าใจว่าสิบวังยมราชคิดจะทำอะไรกัน
แน่
ซ่งตี้อ๋องกำลังบอกใบ้ถึงปรโลกย่อยอันเป็นที่ตั้งของหุบเหวเทพ
มรณะอยู่เห็น ๆ
ฉู่ลั่วเดินออกจากวังยมราชด้วยความฉงนใจทีละก้าว
หลังออกมาแล้ว ประตูด้านหลังจึงค่อย ๆ ปิดลง
ฉู่ลั่วทำท่าจะพูดบางอย่าง แต่จู่ ๆ ดวงตาก็เบิกโพลงตาม
สัญชาตญาณ
ยมทูตขาวดำยิ่งตาโตเข้าไปใหญ่ “ปรมาจารย์ ผลบุญบนตัว
คุณ…”
พลังบุญมหาศาลและพลังวิญญาณมากมายต่างกำลังหลั่งไหล
เข้ามาในร่างกายของเธอ!