เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1623 เรื่องระหว่างแม่กับพ่อ
แล้วพลังวิญญาณนั้นมาจากไหนกัน!
ต้องเป็นพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งมากแค่ไหน ถึงต้องถูกกดทับ
ไว้!
โม่หวายอวี้มองโต้วเหลียงที่หลับอยู่ แล้วหันไปมองจี้ไจ่ “ฉันเป็น
ผู้บำเพ็ญ”
“แต่ว่า…”
“เพราะเหตุผลบางอย่าง พลังวิญญาณในตัวฉันจึงถูกผนึก
เอาไว้” เกี่ยวกับเรื่องนี้โม่หวายอวี้ไม่อยากพูดมาก
เธอค่อย ๆ เดินเข้าไปหาจี้ไจ่ “ลูกโตขึ้นมากแล้วนะ!”
เธอยกมือขึ้นแตะใบหน้าของจี้ไจ่เบา ๆ “หลายปีมานี้ ลูกต้อง
ลำบากมามากแน่”
เสียงของเธอสะอื้น น้าตาเอ่อคลอ
ไจ๋โหรวมองจี้ไจ่ที่มีสีหน้ามึนงง แล้วผลักเขาไปเบา ๆ
จี้ไจ่จึงยกมือขึ้นตบบ่าโม่หวายอวี้ที่กำลังร้องไห้แผ่วเบา
ความรู้สึกนี้ช่างแปลกประหลาด
เขาอยากพบแม่ของตัวเองมาก อยากรู้ความเป็นมาของตัวเอง
มาก แต่เมื่อโม่หวายอวี้มายืนอยู่ตรงหน้าจริง ๆ …
ความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ในใจมาหลายสิบปี กลับเหมือนจะหายวับ
ไปในพริบตา เหลือเพียงความสับสน
หากไม่ใช่เพราะไจ๋โหรวเตือนเขา เขาคงไม่รู้ด้วยซ้าว่าจะ
ปลอบใจแม่ที่ร้องไห้อย่างเศร้าโศกคนนี้อย่างไร
ด้านนี้แม่ลูกกำลังสื่อความรู้สึกต่อกัน
ส่วนอีกด้านซุนหย่าจิ้งเคลื่อนตัวไปอยู่ข้างฉู่ลั่ว “จี้จิงเหิงคนนั้น
เก่งจริง ๆ นะคะ! แม้แต่ยวนยวนก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา”
แม้ว่าเฉิงยวนจะไม่ได้ผ่านการฝึกฝนอย่างเป็นระบบ แต่เธอก็เป็น
ผีสาวพันปีตัวจริง กระนั้นก็เกือบถูกจี้จิงเหิงทำให้ดวงวิญญาณแตก
สลาย
“โชคดีที่สวีจิ้นมาทันเวลา…”
พูดจบ สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง “สวีจิ้นคนนี้คิดอะไรกัน
แน่? จริง ๆ แล้วอยากเลือกระหว่างยวนยวนกับสั่วอิงไว้สองคนนี้
เหรอ?”
ฉู่ลั่ว “ยวนยวนจะไม่ยอมให้เขาเลือกหรอกค่ะ”
สวีจิ้นเองก็ไม่ได้มาเพื่อให้เลือกเช่นกัน
ส่วนทางนั้นจี้ไจ่ก็ปลอบใจโม่หวายอวี้ที่ร้องไห้จนสงบลงได้ใน
ที่สุด
เขารับแก้วน้าที่ไจ๋โหรวส่งมาให้ “แม่ครับ ดื่มน้าหน่อยนะครับ”
โม่หวายอวี้รับแก้วน้ามา สายตามองสลับไปมาระหว่างไจ๋โหรว
กับจี้ไจ่ “แม่ได้ยินจี้…เขาบอกว่าลูกจะแต่งงานแล้ว”
“นี่คือเพื่อนสมัยเด็กของลูกสินะ ลูกต้องดูแลเธอให้ดี ๆ นะ”
เธอตบหลังมือของจี้ไจ่เบา ๆ พร้อมกับพูดอย่างมีนัยสำคัญ “ต้อง
มีความรับผิดชอบด้วยนะ”
ใบหน้าของไจ๋โหรวแดงก่าขึ้นมาทันที
เห็นได้ชัดว่าเธอได้ยินอะไรบางอย่างมาแน่ ๆ!
“คุณป้าคะ มันไม่ใช่อย่างที่คุณป้าคิดหรอกค่ะ…”
“เธอชื่อเสี่ยวโหรวใช่ไหม? ตอนเด็ก ๆ เธอชอบมาเล่นกับจี้ไจ่…
ต่อไปก็ต้องรบกวนเธอช่วยดูแลจี้ไจ่ด้วยนะ”
ไจ๋โหรวรีบมองไปทางจี้ไจ่ทันที
จี้ไจ่กลับถามเพียงว่า “แม่ครับ เรื่องระหว่างพวกคุณเกิดอะไรขึ้น
กันแน่? หลังจากที่แม่หายตัวไป พวกเขาต่างพูดกันว่าแม่ทำเพื่อช่วย
พ่อของผม…”
เขาเล่าข่าวลือที่แพร่สะพัดในตระกูลจี้ตลอดหลายปีที่ผ่านมาให้
ฟัง
โม่หวายอวี้ยิ้มขื่น “จะพูดแบบนั้นก็ไม่ผิดหรอก ตอนนั้นแม่ทำ
เพื่อช่วยเขาจริง ๆ”
จี้ไจ่จำได้อย่างชัดเจน ไม่กี่วันหลังจากโม่หวายอวี้มอบแหวน
หยกให้เขา โม่หวายอวี้ก็หายตัวไป
“ฉันขอถามหน่อยนะคะว่าแหวนวงนี้เป็นมายังไง?” ฉู่ลั่วเดินเข้า
มาและหยิบแหวนหยกออกมาทันที
โม่หวายอวี้จำแหวนได้ในทันที เธอมองจี้ไจ่ด้วยความตกตะลึง
ของสิ่งนี้เขากลับมอบให้คนอื่นไปแล้ว
จี้ไจ่ “เธอคือเจ้านิกายครับ ผมขอร้องให้เธอมาช่วยแม่ ถ้าไม่ใช่
เพราะเธอ ผมคงไม่สามารถช่วย… ช่วยพวกคุณทั้งหมดออกมาได้
อย่างราบรื่นขนาดนี้”
โม่หวายอวี้จึงนึกขึ้นได้
หญิงสาวคนนี้ หลังจากช่วยเธอออกมาแล้ว พอได้ยินว่ายังมีโต้
วเหลียงอยู่ ก็หันกลับเข้าไปในค่ายกลเพื่อช่วยโต้วเหลียงอีกคน
เธอรู้เกี่ยวกับความสามารถในการสร้างค่ายกลของจี้จิงเหิง
“ขอบคุณมากนะ”
ฉู่ลั่ว “ขอรบกวนคุณเล่าเรื่องราวความเป็นมาของแหวนหยกวงนี้
ได้ไหมคะ”
โม่หวายอวี้มองแหวนวงนั้นอย่างเหม่อลอยอยู่หลายวินาที แล้ว
เบนสายตากลับมา “มันเป็นสิ่งที่พ่อแม่ของฉันทิ้งไว้ให้ ฉันมอบมันให้
จี้ไจ่แล้ว”
“แม่…”
จี้ไจ่รู้ว่าโม่หวายอวี้ไม่ได้พูดความจริง เขารู้สึกจนปัญญา
แต่โม่หวายอวี้กลับพูดขัดขึ้นมา “ลูกไม่อยากรู้หรือว่าเรื่อง
ระหว่างแม่กับพ่อของลูกเป็นยังไง? แม่จะเล่าให้ฟังเอง!”