เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1637 อย่ายึดติดอยู่กับค าสัญญา
หลังร่างกายของโม่หวายอวี้สหายหายไป มีเพียงจี้ไจ่ซึ่งเปี่ยม
ด้วยพลังวิญญาณ หันไปเหม่อมองฉู่ลั่วด้วยสีหน้าซับซ้อน แล้วค่อย
หลุบสายตาลง
การแตกดับของวิญญาณ ดูเหมือน…จะไม่เป็นแบบนี้
เวลาค่าคืนมาเยือนในที่สุด
จี้ไจ่เดินตามหลังฉู่ลั่วไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ
เขาเดินตามฉู่ลั่วออกจากโรงแรมจนมาถึงชานเมืองแล้ว ตอนนี้
พวกเขาใกล้จะออกจากมณฑลหนานเต็มที
ฉู่ลั่วเอ่ยขึ้นมา “แม่ของคุณเสียชีวิตแล้ว คุณไม่ไปร่วมงานศพ
ของเธอเหรอ”
จี้ไจ่ “วิญญาณแตกสลายไปแล้ว ยังจำเป็นต้องมีงานศพอีกเหรอ
ครับ?”
ฉู่ลั่ว “…แล้วคุณตามฉันมาทำไม?”
จี้ไจ่เงยหน้าขึ้นมองเธอแวบหนึ่ง ไม่พูดไม่จา แต่ความหมายกลับ
ชัดเจน
ฉู่ลั่วถอนหายใจ โบกมือเบา ๆ ยันต์แผ่นหนึ่งปรากฏขึ้นมา
ภายในนั้นมีดวงวิญญาณกำลังลอยล่องอยู่
โม่หวายอวี้ก็ทำหน้าจนปัญญาเช่นกัน
จี้ไจ่ “ผมเดาได้แล้ว”
“คุณเดาได้ยังไง?” ซุนหย่าจิ้งโผล่ออกมาจากด้านหลังของฉู่ลั่ว
“บทละครนี้ฉันเขียนออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ หลีกเลี่ยงโต้วเหลียง
กับจี้จิงเหิงได้อย่างสมบูรณ์”
“แถมยังสามารถหลีกเลี่ยงอะไรที่เรียกว่าหุบเหวเทพมรณะนั่นได้
อีกด้วย!”
“ไม่มีช่องโหว่เลยสักนิด”
“วิญญาณที่แตกสลายนั้นกระจายไปในท้องฟ้าและแผ่นดิน
ไม่ได้หายไปเหมือนดวงดาว” จี้ไจ่พูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ซุนหย่าจิ้งได้ยินดังนั้นแล้วก็ตบมือ “ฉันบอกแล้วว่าบทละครของ
ฉันไม่มีปัญหา มันเป็นปัญหาของเอฟเฟกต์ต่างหาก!”
“ละครทีวีทำร้ายฉัน!”
เธอร่าร้องด้วยความเจ็บปวด
อีกด้านหนึ่ง ฉู่ลั่วให้จี้ไจ่กับโม่หวายอวี้ได้กล่าวคำอำลากันเป็น
ครั้งสุดท้าย
พวกเขาแม่ลูกไม่ได้พูดคุยกันนาน โม่หวายอวี้ก็พาจี้ไจ่เดิน
กลับมา
“ขอบคุณเจ้านิกายมากครับ”
ฉู่ลั่วพยักหน้าเล็กน้อย แล้วพาโม่หวายอวี้เข้าไปในสถานที่แห่ง
นั้นทันที
เมื่อเข้าสู่ปรโลก ยมทูตขาวดำก็รออยู่ตรงนั้น เช่นเดียวกับเฉิง
ยวนและสวีจิ้นที่ยืนรออยู่เหมือนกัน
สวีจิ้นยืนห่างจากเฉิงยวนเล็กน้อย ท่าทีของเขาคล้ายจะอยาก
เข้าใกล้แต่ก็ไม่กล้า
ฉู่ลั่วส่งโม่หวายอวี้ให้กับยมทูตขาวดำ แล้วมองสำรวจเฉิงยวน
ตั้งแต่หัวจรดเท้า “ฟื้นตัวเป็นอย่างไรบ้าง?”
เฉิงยวนทำท่าเกร็งกล้ามเนื้อ “ข้าดีขึ้นแล้ว พวกเรากลับกัน
เถอะ!”
เธอยกเท้าเตรียมจะเดินไป
สวีจิ้นก็เดินตามหลังเธอ
เฉิงยวนรู้สึกโมโหจนต้องหันกลับมาจ้องมองเขาด้วยความโกรธ
เคือง สวีจิ้นชะงักฝีเท้า ยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่กล้าขยับเขยื้อน
“เจ้าอย่าตามข้ามาอีกเลย!” เฉิงยวนกัดฟันพูด “เจ้าไม่เห็นจุด
จบของโม่หวายอวี้หรือ?”
สวีจิ้นยังยืนนิ่งไม่ขยับ
เฉิงยวนจ้องเขา “อย่ายึดติดอยู่กับคำสัญญาในอดีตอีกเลย สวี
จิ้นตายไปแล้ว เจ้าเป็นเจี่ยซีต่อไปเถอะ”
“เจี่ยซีจะชอบเฉิงยวนที่ไม่เคยเห็นมาก่อนหรือ?”
“เจี่ยซีจะชอบผีสาวพันปีคนหนึ่งหรือไง?”
สวีจิ้นเงยหน้ามองเธอ
เฉิงยวนโบกมือไปมา “สวีจิ้นตายไปแล้ว เจ้าก็เป็นเจี่ยซีดี ๆ
ต่อไปเถอะ”
“ความอัดอั้นตันใจของสวีจิ้น ความทุกข์ทรมานที่สวีจิ้นได้รับ
ข้าจะชดใช้ให้เขาเอง”
พูดจบเฉิงยวนก็คว้าตัวฉู่ลั่วหายตัวไปทันที ไม่สนใจสวีจิ้นที่ยัง
อยู่ในปรโลกเลย
สวีจิ้นมองไปยังจุดที่พวกเธอหายตัวไป แล้วหมุนตัวไล่ตามหลัง
ยมทูตขาวดำ
ยมทูตขาวดำกำลังจะพาโม่หวายอวี้ไปตัดสินบุญบาป ไม่คิดว่า
จะถูกสวีจิ้นเข้ามาขวางไว้
“ท่านทั้งสอง ข้าอยากคุยกับนางเป็นการส่วนตัวสักหน่อย ได้
หรือไม่?”
ยมทูตขาวดำสบตากัน
สวีจิ้นคนนี้เป็นคนที่ปรมาจารย์พามาเอง มีบุญวาสนากับ
ปรมาจารย์อยู่บ้าง
“ช่วยรีบหน่อยนะ”
สวีจิ้นพยักหน้าด้วยความซาบซึ้ง แล้วเดินเข้าไปหาโม่หวายอวี้
ทันทีที่เฉิงยวนจูงมือฉู่ลั่วออกจากปรโลกได้ เธอก็ปล่อยมืออีก
ฝ่ายแล้วหันกลับไปมองด้วยความกังวล “ดีแล้วที่ไม่มีใครตามมา”
ฉู่ลั่วถาม “เธอกลัวขนาดนั้นเลยเหรอว่าสวีจิ้นจะตามมา?”
เฉิงยวนถอนหายใจ “เจ้าดูชะตากรรมของโม่หวายอวี้กับคนอื่น
ๆ สิ ข้าไม่อยากเป็นแบบนั้นหรอกนะ!”
“ถึงอย่างไรเขาก็มีสายสัมพันธ์กับสั่วหลิงมาแล้วเก้าชาติ ชาตินี้
เองก็คง…”