เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1685 กลิ่นแปลก ๆ
ด้วยคำพูดของเฉิงยวนทำให้สั่วอิงหน้าซีดขาวทันที น้าเสียงที่
เอ่ยออกมาแผ่วเบาราวกับว่ามีแต่ยุงเท่านั้นที่จะได้ยิน “มันเป็นเรื่องใน
ชาติก่อนแล้ว พวกเราต่างก็เกิดใหม่กันแล้วค่ะ”
“ฉันไม่ใช่สั่วหลิง และเขาก็ไม่ใช่สวีจิ้นแล้ว”
“นั่นเป็นเรื่องของชาติก่อน…แล้วทำไมถึงต้องยึดติดกับชาติก่อน
ด้วยคะ?”
หลายคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเฉิงยวนไม่ได้พูดอะไร พวกเขาเพียง
แค่รอคอยอย่างเงียบ ๆ
มีเพียงสวีจิ้นที่สีหน้าเปลี่ยนไป เขาอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่
ก็ถูกเฉิงยวนห้ามเอาไว้
เฉิงยวนมองสั่วอิงด้วยสายตาเรียบเฉย และพูดด้วยน้าเสียง
ราบเรียบว่า “เช่นนั้นข้าจะบอกเจ้าว่าระหว่างเจ้ากับเจี่ยซีได้กลายเป็น
อดีตไปแล้วเหมือนกัน ในเมื่อทั้งหมดกลายเป็นอดีตไปแล้ว ทำไมถึง
ต้องยึดติดกับอดีตด้วยล่ะ?”
สั่วอิง “…”
เฉิงยวนพูดต่อ “เจ้าพูดถึงคนอื่นได้ไพเราะนัก แต่พอเป็นคราว
ตัวเองกลับเจ็บปวดเหลือแสน ความทรงจำของเจ้าก็คือความทรงจำ
อดีตของเจ้าก็คืออดีต”
“แล้วในความทรงจำของคนอื่นไม่ใช่ความทรงจำหรอกหรือ?
อดีตของคนอื่นเรียกว่าการยึดติดอย่างนั้นหรือ?”
“คุณหนูสั่วช่างเก่งเรื่องการพูดมีเหตุผลเสียจริง!”
สั่วอิง “…”
เฉิงยวนหัวเราะเบา ๆ แล้วแบกแขนขาดอีกครั้ง ก่อนจะเดินจาก
ไปพร้อมกับไจ๋โหรวและคนอื่น
สวีจิ้นมองสั่วอิงแวบหนึ่ง เอ่ยว่า “ไม่ว่าจะเป็นสวีจิ้นหรือเจี่ยซี ข้า
ก็ต้องการแค่เฉิงยวนเท่านั้น เฉิงยวนไม่ใช่ตัวเลือก ไม่มีใครสามารถ
เอาคนอื่นมาเปรียบเทียบกับนางให้ข้าเลือกได้”
สั่วอิงยืนสับสนอยู่ที่เดิมเป็นเวลานาน เมื่อได้สติอีกครั้งก็ไม่มีใคร
อยู่อีกแล้ว เหลือเพียงเธอคนเดียวที่ยืนอ้างว้างอยู่ตรงนั้น
ดวงตาของเธอแดงก่า ยกยิ้มขมขื่นก่อนจะหันหลังเดินกลับไป
“เสี่ยวอิง เธออย่าไปฟังเฉิงยวนคนนั้นพูดจาเหลวไหลเลย เธอ
กับอาซีน่ะเป็นคู่แท้ที่สวรรค์สร้างมา เป็นคู่ที่เหมาะสมกันที่สุด นังมือ
ที่สามคนนั้นมันไร้ยางอายจริง ๆ ที่กล้ามาอวดดีต่อหน้าเธอ”
สั่วอิงทำเพียงฝืนยิ้มมุมปาก “ฉันจะไปหาหัวหน้าตระกูลค่ะ”
เธอมาถึงห้องของสั่วเฟิง
ประตูห้องกำลังปิดสนิท เธอเคาะประตูอยู่ที่หน้าห้อง เสียงของสั่ว
เฟิงดังออกมาจากด้านใน “มีอะไร?”
“หัวหน้าตระกูลคะ เป็นหนูเองค่ะ! หนูขอเข้าไปได้ไหมคะ?”
ในตอนนี้เธอต้องการการสนับสนุนและปลอบประโลมจาก
หัวหน้าตระกูลอย่างเร่งด่วน
“เสี่ยวอิง! ตอนนี้ฉันรู้สึกไม่สบาย!”
“หัวหน้าตระกูลไม่สบาย หนูก็จะเข้าไปดูแลหัวหน้าตระกูลเอง
ค่ะ!”
“ไม่ต้อง!” สั่วเฟิงรีบห้ามสั่วอิงไว้ ดูเหมือนเธอจะรู้ตัวว่าน้าเสียง
ของตัวเองดูกระวนกระวายเกินไป จึงรีบพูดต่อว่า “ฉันกำลังบำเพ็ญ
อยู่ ไม่ควรมีคนเข้ามารบกวน”
“เสี่ยวอิง ถ้ามีอะไรก็พูดข้างนอกห้องนั้นแหละ ฉันฟังอยู่!”
สั่วอิงก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เธอเพียงแค่เล่าเรื่องที่เฉิงยวนและคน
อื่น ๆ มาที่บ้านตระกูลสั่วเมื่อครู่นี้ให้ฟัง แล้วก็อดพูดว่าไม่ได้ว่า
“หัวหน้าตระกูลคะ ดูท่าอาซีจะไม่กลับมาจริง ๆ แล้วค่ะ เหมือนเขาจะ
ไม่ชอบหนูอีกต่อไปแล้ว”
สั่วเฟิง “เธอวางใจได้ เขาชอบเธออยู่แน่นอน! พวกเธอเป็นคู่แท้
ที่ฟ้าลิขิตมา มีสายสัมพันธ์กันมาถึงเก้าชาติเชียวนะ”
“ถ้าเขาไม่ชอบเธอ แล้วจะไปชอบใครได้อีกล่ะ?”
สั่วอิงสะอื้นอยู่สองสามครั้ง “ตอนนี้เขาวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ เฉิงยวน
ในใจเขามีแต่เฉิงยวน เขาไม่ชอบหนูอีกแล้ว หนู…หนูก็จะไม่ชอบเขา
อีกแล้วเหมือนกัน”
“บุพเพสิบชาติอะไรนั่น หนูก็ไม่ต้องการแล้ว!”
“ไม่ได้!” เสียงตวาดดังมาจากในห้อง ทำเอาสั่วอิงสะดุ้งตกใจจน
ตัวสั่น
หัวหน้าตระกูลไม่เคยใช้น้าเสียงจริงจังขนาดนี้พูดกับเธอมาก่อน
เสียงของสั่วเฟิงฟังดูอ่อนลง “เสี่ยวอิง เธออย่าคิดมาก แค่ใช้ชีวิต
กับเจี่ยซีอย่างมีความสุขก็พอ ส่วนเรื่องอื่นปล่อยให้ฉันจัดการเอง”
สั่วอิงรู้สึกแปลกใจ “หัวหน้าตระกูล ที่คุณทำแบบนี้เป็นเพราะบุพ
เพสิบชาติใช่ไหมคะ?”
ภายในห้องเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมีเสียงตอบว่า “เสี่ยวอิง บุพเพ
สิบชาติก็เป็นเหตุผลหนึ่ง แต่เหตุผลที่สำคัญกว่านั้นคือ…เธอชอบเจี่ย
ซี!”
“เธอชอบเขา หัวหน้าตระกูลก็จะทำให้เขาชอบเธอเหมือนกัน!”
สั่วอิงถอนหายใจโล่งอก ใบหน้าเผยรอยยิ้มบาง “ถ้าอย่างนั้นหนู
จะทำตามที่หัวหน้าตระกูลบอกค่ะ”
เธอเดินออกไปอย่างมีความสุข กระทั่งออกจากตัวบ้านมาก็สูด
จมูกเบา ๆ
“แปลกจัง เมื่อกี้ตรงหน้าห้องของหัวหน้าตระกูล เหมือนจะได้
กลิ่นแปลก ๆ”
แต่ตอนนี้กลิ่นพวกนั้นหายไปแล้ว
เธอขยี้จมูกของตัวเอง แล้วสูดดมอีกครั้ง พบว่าไม่มีกลิ่นอะไร
เลย
บางทีเธออาจจะได้กลิ่นผิดไปก็ได้!