เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1702 ท่านเซียนก าลังท าอะไร
“ท่านลุง ท่านต้องจัดการเรื่องนี้ให้ผมด้วยนะ!”
“วางใจเถอะ! เรื่องนี้เป็นการต่อสู้ระหว่างฉันกับเฝิงหรูแล้ว”
เหตุการณ์แบบเดียวกันนี้ก็เกิดขึ้นกับสำนักอื่น ๆ ด้วย
ณ สำนักเจิ้นเซียน
“แผนการดำเนินไปอย่างราบรื่น ทุกอย่างเป็นตามที่เรา
คาดการณ์ไว้ ตอนนี้ภายในของสำนักทั้งแปดกำลังจะเกิดการปะทะ
กันแล้ว”
เหยาจวินผลักกระดานใหญ่ออกมาอีกแผ่นหนึ่ง “ตอนนี้พวกเรา
รวบรวมสำนักได้กว่ายี่สิบแห่งแล้ว นี่ต้องขอบคุณปรมาจารย์ฉู่และ
ทุกคนในองค์กรมาก ๆ ค่ะ”
ไจ๋โหรวนั่งอยู่ด้านล่าง เอามือปิดปากแล้วกระซิบกับนักพรตข้าง
ๆ ว่า “อย่างกับกำลังประชุมเลย!”
นักพรตหญิงก็เอามือปิดปากเช่นกัน “ก็เป็นบริษัทใหญ่นี่นา”
คนที่นั่งด้านหลังสามารถกระซิบกันได้ ส่วนคนที่นั่งด้านหน้าก็
เริ่มวางแผนขั้นต่อไปแล้ว
ซู่เซี่ยงหยาง “ขั้นต่อไปเราจะรวบรวมคนธรรมดาให้มากขึ้นใช่
ไหม?”
เหยาจวินส่ายหน้า “ไม่ค่ะ จำนวนคนเท่านี้ก็ถึงขีดจำกัดที่เราจะ
ควบคุมได้แล้ว แผนก่อนหน้านี้คือการหาทางกลับ”
“ชัดเจนว่าเรายังหาทางกลับไม่เจอ”
“เราจึงจำเป็นต้องใช้แผนสำรอง นั่นคือการขับไล่คนธรรมดา
ออกจากสนามรบ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากพวกคุณด้วย”
เหยาจวินพูดรวดเร็ว ไม่เปิดโอกาสให้ซู่เซี่ยงหยางได้สอบถาม
เลย
หลังจากที่เธอพูดทั้งหมดจบ ซู่เซี่ยงหยางถึงลุกขึ้นยืนอย่างสั่น
เทา และถามว่า “เอ่อ…แม้ว่าสำนักจะอยู่สูงส่ง แต่คนธรรมดาส่วน
ใหญ่ก็อาศัยอยู่ใต้สำนักเพื่อรับการคุ้มครอง”
“จะทำอย่างไรให้คนธรรมดาเชื่อฟังและจากไปอย่างราบรื่นล่ะ
ครับ?”
ถ้าคนธรรมดาสามารถเชื่อฟังได้ พวกเขาก็คงไม่ต้องลงแรงมาก
ขนาดนี้หรอก
เหยาจวิน “เพราะอย่างนั้นฉันถึงต้องการความร่วมมือจากพวก
คุณค่ะ พูดให้ถูกต้องก็คือ ต้องการความร่วมมือจากฝ่ายนักพรตและ
อาวุธ”
หนึ่งวันต่อมา
เสียงระเบิดดังสนั่นอยู่ด้านนอกประตูของสำนักแห่งหนึ่ง จากนั้น
นักพรตอีกสองคนมาแต่ไกล กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดอยู่บนท้องฟ้า
ดาบสองเล่มปะทะกันจนเกิดประกายไฟสว่างจ้า
“เป็นท่านเซียน!”
มีคนที่แอบดูอยู่พูดเสียงเบา
“ท่านเซียนกำลังทำอะไรกัน?” ทุกคนทั้งกลัวทั้งแอบฟัง
“วันนี้ ฉันจะต้องแย่งชิงตำแหน่งผู้นำของสำนักทั้งแปดให้ได้”
เซียนคนหนึ่งพูดเยาะหยัน
“สำนักทั้งแปดร่วมกันดูแลที่นี่มานานหลายปีแล้ว ถึงเวลาต้อง
เปลี่ยนแปลงระบบทั้งหมดใหม่”
เซียนอีกคนพูดอย่างร้อนใจว่า “แกจะเปลี่ยนอย่างไร?”
“ก็ด้วยวิชาเซียนอย่างไรเล่า”
เซียนคนนั้นโบกดาบเบา ๆ ภูเขาที่อยู่ไกลออกไปส่งเสียงดังสนั่น
ฝุ่นควันคลุ้งไปทั่ว จากนั้นภูเขาทั้งลูกก็เหลือเพียงครึ่งภูเขา พร้อม
กับเสียงหินที่ถล่มลงมา
ภาพนี้ทำให้คนธรรมดาตกใจจนตาโต ในสายตาเต็มไปด้วย
ความหวาดกลัว
เซียนอีกคนโกรธมาก “แกกล้าลงมือในเมืองของคนธรรมดา
เหรอ แกไม่รู้หรือว่าการประลองวิชาเซียนของสำนักทั้งแปดจะนำมา
ซึ่งผลลัพธ์อะไร?”
“ที่นี่จะไม่มีสิ่งมีชีวิตใดรอดชีวิต”
“เจ้าทำเช่นนี้ได้อย่างไร?”
เซียนสูงส่งผู้นั้นเอ่ยด้วยน้าเสียงดูถูก “แล้วมันจะเป็นไรไปล่ะ! ถ้า
พวกแกไม่อยากจะต่อสู้ ก็มอบอำนาจในการปกครองให้ฉันสิ ดี
หรือไม่?”
“แก…”
เซียนผู้มีนิสัยดีโมโหจนตะโกนลั่น “แล้วพวกเขาจะทำอย่างไร?
ให้พวกเขาตายภายใต้วิชาอาคมของพวกเราหรือ? ให้วิญญาณแตก
สลายไปหรือ?”
“แกไม่รู้หรือยังไงว่าวิชาอาคมและดาบของพวกเรามีพลังทำลาย
ล้างมากแค่ไหน?”
“พวกเขาเป็นแค่คนธรรมดา จะมีทางรอดชีวิตจากการต่อสู้ของ
พวกเราได้อย่างไร”
ผู้คนธรรมดาด้านล่างต่างพยักหน้าด้วยความซาบซึ้ง
แต่เซียนผู้ชั่วร้ายกลับพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า “ถ้าอย่างนั้นมันก็ช่วย
ไม่ได้ ปล่อยให้พวกเขาตายไปเถอะ”
ช่างน่าละอายใจจริง ๆ !
ทำไมเซียนผู้นี้ถึงได้ชั่วร้ายเหลือเกิน!
เซียนชั่วร้ายไม่ต้องการพูดอะไรมาก “อีกเจ็ดวัน สำนักทั้งแปดจะ
เริ่มการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ใครจะเป็นหรือตาย ก็ขึ้นอยู่กับ
โชคชะตาของพวกเขาแล้ว”
พูดจบ เซียนชั่วร้ายก็โบกดาบออกมาอย่างสบายอารมณ์อีกครั้ง
ภูเขาที่ถูกตัดไปครึ่งหนึ่งแล้ว พลันส่งเสียงดังกึกก้องอีกครั้ง
ทั้งภูเขากลายเป็นพื้นที่ราบเรียบในพริบตา
เสียงดังกึกก้องและแรงสั่นสะเทือนที่ทำให้พื้นดินสั่นไหวนั้น พา
ให้ทุกคนควบคุมตัวเองไม่ได้ ต่างโซเซกันไปมา
บนท้องฟ้าเหลือเพียงเซียนดีที่กำลังโกรธเกรี้ยวอย่างยิ่ง