เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1703 มันคือระเบิด
“ท่านเซียน ตอนนี้พวกเราจะทำอย่างไรดี?”
“ท่านเซียน ท่านต้องช่วยพวกเราด้วย!”
“ท่านเซียน…”
ผู้คนธรรมดามากมายวิ่งออกมา พากันคุกเข่าลงกับพื้น ก้ม
ศีรษะกราบไหว้อย่างแรงทันที
จี้ไจ่ที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า ก้มมองผู้คนธรรมดาที่กำลังกราบไหว้
ตนอยู่บนพื้น แต่ละคนโขกศีรษะจนหน้าผากมีเลือดซิบ ๆ
“การประลองระหว่างแปดสำนักใหญ่จะต้องเกิดขึ้นแน่นอน
ตอนนี้มีเพียงการออกไปให้ห่างจากที่นี่เท่านั้นถึงจะรักษาชีวิตเอาไว้
ได้ พวกเจ้าสามารถไปยังสำนักเจิ้นเซียน…”
เขาพูดรายชื่อสำนักทั้งสิบกว่าแห่งติดต่อกัน “สถานที่เหล่านั้น
สามารถรักษาชีวิตได้”
“ท่านเซียน พวกเราเป็นหนี้บุญคุณท่านแล้ว!”
เมื่อพวกเขาเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง ท่านเซียนบนฟ้าก็จากไปแล้ว
ทุกคนรีบกลับไปเก็บข้าวของ เมื่อหุบเหวเทพมรณะส่งคนมา ก็มี
คนธรรมดาที่หนีไปไม่น้อยแล้ว
“ไม่มีการประลองอะไรนั่นสักหน่อย พวกแกจะวิ่งหนีกันไป
ทำไม!”
“แปดสำนักใหญ่อยู่ร่วมกันอย่างปรองดองจะมีการจัดประลองได้
อย่างไร ถึงจะมีการประลองจริง ๆ พวกเราก็ต้องรู้ก่อนของพวกแกสิ!”
คนธรรมดาคนหนึ่งที่ถูกขัดขวาง ได้แต่ชี้นิ้วสั่น ๆ ไปยังภูเขาที่
หายไปจากไกล ๆ
นักพรตที่ถูกเสียงดังสนั่นนี้ดึงดูดมา ถึงได้เห็นที่มาของเสียงดัง
สนั่นนี้อย่างชัดเจน
พวกเขาบินไปพร้อมกันไม่ลืมหันหลังกลับมาตะโกนด้วยความ
โกรธเคืองว่า “ไม่มีการประลองอะไรทั่งนั้น พวกเจ้าอย่าตื่นตระหนก
ไปสิ”
แต่เมื่อเห็นร่างของพวกเขาที่บินผ่านไปอย่างรีบร้อน คนธรรมดา
ด้านล่างก็วิ่งเร็วขึ้นไปอีก!
สถานะของเซียนชั่วร้ายดูเหมือนจะสูงส่งกว่าศิษย์ของสำนัก
เหล่านี้มาก
คนธรรมดาที่หนีไปดึงดูดความสนใจของคนเมืองอื่นตลอดทาง
ในเวลาเพียงแค่หนึ่งวัน เกือบทุกเมืองก็รู้แล้วว่าแปดสำนักใหญ่
กำลังจะปะทะกัน
ส่วนทางด้านแปดสำนักใหญ่ก็ทะเลาะกันอย่างรุนแรง
“เฝิงหรู กฎของแปดสำนักใหญ่กำหนดไว้ชัดเจนว่าไม่อนุญาต
ให้โจมตีดินแดนของสำนักอื่น แต่แกกลับส่งคนมาโจมตีดินแดนของ
ฉัน”
เฝิงหรูดูหนุ่มมาก เหมือนคนที่อายุเพียงราวยี่สิบปี แต่นิสัยกลับ
เยือกเย็นมาก “คุณเป็นคนโจมตีสำนักบนดินแดนของผมก่อน อีก
อย่าง ผมก็ไม่ได้โจมตีสำนักของคุณ…”
“แกยังจะปิดบังอีก”
ในห้องโถงอันยิ่งใหญ่มีเสียงโวยวายดังขึ้นมาทันที
“จะทะเลาะกันไปทำไม!”
ชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่ตรงกลางพลันตบโต๊ะดังลั่น
ครั้งนี้แตกต่างจากเหล่าเจ้าสำนักที่ทั้งหนุ่มและสวยงามในที่นี้
ชายคนนี้แก่ชรามาก ผิวหนังเต็มไปด้วยริ้วรอยและผมหงอกขาว
แต่พอเขาเอ่ยปาก สถานที่ที่เดิมทียังวุ่นวายก็เงียบลงทันที
“ดูพวกแกสิ ยังเป็นเจ้าสำนักอยู่หรือ? ยังเป็นนักพรตอยู่หรือ?”
“อาจารย์จาง มันเป็นเพราะเขา ถ้าไม่ใช่เพราะเขายั่วยุ…”
“ทำไมถึงกลายเป็นความผิดของฉันล่ะ?”
ในพริบตาก็เกิดการโต้เถียงขึ้นอีกครั้ง
“อาจารย์!” เสียงร้องตกใจดังมาจากด้านนอก
ห้องโถงที่วุ่นวายเงียบลงอีกครั้ง
“เข้ามา!”
บรรดานักพรตที่ไปสำรวจเดินเข้ามา พวกเขาคำนับอย่างนอบ
น้อมต่อทุกคนแล้วรายงานว่า “พวกเราตรวจสอบมาแล้ว เสียงดัง
สนั่นนั้นเกิดจากการต่อสู้ระหว่างปรมาจารย์จากสองสำนักใหญ่ พวก
เขาทำลายภูเขาไปลูกหนึ่งจนพังพินาศ”
อาจารย์จางมองกวาดสายตาไปยังเหล่าปรมาจารย์ที่อยู่ในที่นี้
“ไม่ใช่ฉัน”
“ไม่เกี่ยวกับผม ผมมาเพราะได้รับข่าวต่างหาก”
อาจารย์จางกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นอีกฝ่ายเป็นใครกันแน่? คงต้อง
ไปดูด้วยตัวเองเสียแล้ว”
ปรมาจารย์ทั้งแปดคนบินตรงไปยังสถานที่กำเนิดเสียงดังสนั่นนี้
ทันที
คนธรรมดาที่ยังลังเลว่าจะไปหรือไม่ พอเห็นปรมาจารย์ทั้งแปด
มาปรากฏตัวพร้อมกันก็ตกใจกลัวทันที รีบเก็บข้าวของแล้วจากไป
อย่างรวดเร็ว
ส่วนทางอาจารย์จาง พวกเขากำลังมองภูเขาที่แตกละเอียด
“นี่เป็นฝีมือของใครกัน? ไม่มีร่องรอยของพลังวิญญาณ
หลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย”
“พลังวิญญาณนี้ ร้ายกาจพอตัวทีเดียว”
“อาจารย์จาง อาจารย์จาง…”
อาจารย์จางก้มหน้าลง ทำมือประสานอิน พลังวิญญาณสายหนึ่ง
พุ่งออกไป ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนภูเขาใหญ่ก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
บนภูเขาสามารถมองเห็นกลุ่มคนหลายกลุ่มอย่างชัดเจน พวก
เขากำลังฝังบางสิ่งบางอย่างไว้บนภูเขา!
“คนพวกนี้เป็นใครกัน?” มีคนถามขึ้นมาด้วยความสงสัย
ส่วนคนที่มองออกแล้ว สีหน้าของพวกเขาพลันเปลี่ยนไปอย่าง
รวดเร็ว “นี่มัน… นี่มัน…”
“มันคือระเบิด!” อาจารย์จางเอ่ยด้วยน้าเสียงหนักแน่น