เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1706 ท าเพื่อใต้หล้า
เจ็ดสิบสองสำนักเซียนปฏิบัติตามคำสั่งของแดนเทพ เริ่มต้น
ปราบปรามนักพรตธรรมดา นักพรตธรรมดาพ่ายแพ้ถอยร่นไปเรื่อย
ๆ สุดท้ายก็ได้แต่หลบหนีไป
ปากถ้าที่คุ้นเคยปรากฏขึ้นมา กลุ่มนักพรตจากสำนักเต๋าเดิน
เข้าไปในอุโมงค์ด้วยท่าทางหดหู่
เหลือเพียงนักพรตไม่กี่คนที่ยังคงมองดูเหล่าทวยเทพบนท้องฟ้า
แล้วหันไปมองเจ็ดสิบสองสำนักเซียนที่ไล่ล่าพวกเขามาจนถึงที่สุด
พวกเขาหันหลังและเข้าไปในหุบเหวเทพมรณะ ชายชราคน
สุดท้ายที่ก้าวเข้าไปมีสายตามุ่งมั่น “มนุษย์จะไม่มีวันตกอยู่ภายใต้
การควบคุมของแดนเทพ”
เขาโบกมือ แสงสีทองสามสายพร้อมกับตัวอักษรตกลงบน
ทางเดิน
หุบเหวเทพมรณะ!
หลังจากพูดอย่างนั้นเขาก็เข้าไปสู่ทางเดิน
จางเจี่ยวพูดด้วยความสะเทือนใจ “ในอดีต เจ็ดสิบสองสำนัก
เซียนทรยศต่อมนุษย์ เข้าร่วมกับแดนเทพแล้วไล่ล่าสำนักเต๋าโดยไร้
ปรานี หากไม่มีหุบเหวเทพมรณะอยู่ เกรงว่าตอนนี้มนุษยชาติทั้งหมด
คงกลายเป็นเพียงของเล่นของแดนเทพไปแล้ว”
ผนังหินถัดไปเต็มไปด้วยภาพของหุบเหวเทพมรณะที่มีคนเข้า
ออกผ่านประตูบ่อยครั้ง
เพื่อต่อต้านแดนเทพ ผู้คนจากหุบเหวเทพมรณะเริ่มเดิน
ทางเข้าออกผ่านประตูและอยู่ในโลกมนุษย์
พวกเขาส่งเสริมให้จักรพรรดิแต่งตั้งเทพเจ้าของมนุษย์มากมาย
ทั้งภูเขาและแม่น้าแทบทุกแห่งถูกแต่งตั้งให้กลายเป็นเทพ
“ถ้าไม่ใช่เพราะหุบเหวเทพมรณะ ตำแหน่งเทพเหล่านี้คงเป็นของ
เจ็ดสิบสองสำนักเซียนแห่งลัทธิเต๋าไปหมดแล้ว จะมีที่ไหนหลงเหลือ
ให้คนธรรมดามีตัวตนอีก!” เฝิงหรูหัวเราะเยาะ
“พวกเราหุบเหวเทพมรณะซ่อนตัวอยู่เบื้องหลัง ทุ่มเทเลือดเนื้อ
เพื่อมวลมนุษย์ แต่ได้รับอะไรตอบแทนมาบ้างล่ะ!” ฉางเหอโกรธจัด
เธอมองไปยังฉู่ลั่วด้วยความโกรธแค้น
“พวกเขารู้อะไรบ้าง! ภายใต้การปกป้องของพวกเรา พวกเขามี
อิสรภาพ มีสันติสุข…มีทุกอย่าง ตอนนี้พวกเขาอยากจะฆ่าลาทิ้งหลัง
ใช้งานเสร็จแล้ว เหอะ! นี่แหละคือมนุษย์!”
จางเจี่ยวยกมือปลอบโยนเหล่าปรมาจารย์ที่โกรธแค้น “สหาย
น้อยฉู่ ก่อนหน้านี้อาจเพราะเธอไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้เธอควรจะเข้าใจ
แล้วว่าหุบเหวเทพมรณะของพวกเราไม่ใช่สถานที่ซ่องสุมคนชั่ว พวก
เราอยู่ข้างมนุษย์มาโดยตลอด”
“สหายน้อยฉู่ เข้าใจแล้วหรือไม่?”
“หากมีข้อสงสัยอะไรก็สามารถถามพวกเราได้ พวกเราจะตอบ
ทุกอย่างที่รู้เลย”
ฉู่ลั่วมองไปรอบ ๆ ผนังหิน
เวทของจางเจี่ยวยังไม่หายไป ภาพลวงตาบนผนังหินยังคงวนซ้า
ไปมาไม่หยุด
พวกเขาทำเพื่อใต้หล้า เพื่อประชาชน เพื่อมวลมนุษย์…
จางเจี่ยวเห็นความรู้สึกสะเทือนใจบนสีหน้าของฉู่ลั่ว แม้แต่
ปรมาจารย์คนอื่น ๆ ก็สังเกตเห็นเช่นกัน ทุกคนจึงเงียบลงและรอคอย
ให้ฉู่ลั่วดูภาพลวงตาบนผนังหินจนจบ
เมื่อฉู่ลั่วดูจบ จางเจี่ยวก็โบกมือ ภาพลวงตาจึงหายไป
เขามองฉู่ลั่วด้วยสายตาอ่อนโยน “สหายน้อยฉู่ ฉันรู้ว่าเธอมี
พรสวรรค์และฉลาดหลักแหลม อีกทั้งยังมีใจมุ่งมั่นในวิถีแห่งเต๋า เธอ
ย่อมเข้าใจความลำบากใจของพวกเราเป็นธรรมดา”
“แล้วพวกเขาล่ะคะ?”
“อะไรนะ?” จางเจี่ยวสงสัย
ฉู่ลั่วชี้ไปบนผนังหิน “คนพวกนี้”
มุมปากของจางเจี่ยวกระตุก เห็นได้ชัดว่าสายตาของเขาตก
ตะลึงไปชั่วขณะ
ปรมาจารย์คนอื่นจ้องมองฉู่ลั่วด้วยสีหน้าเรียบเฉย
สายตาทั้งแปดคู่จับจ้องฉู่ลั่วราวกับจะมองทะลุเข้าไปเลยทีเดียว
ฉู่ลั่วยังคงชี้ผนังหิน “ชัดเจนว่าพวกเขาไม่ใช่คนเดียวกัน หน้าตา
เปลี่ยนไป พลังวิญญาณและการบำเพ็ญก็เปลี่ยนไป ในนั้นยังมีคน
ธรรมดาอยู่ด้วย”
“คนธรรมดาจะตาย แต่ดั้งเดิมพวกเขาก็เป็นมนุษย์ในยุคโบราณ
และยังมีการฝึกฝนบำเพ็ญอยู่ในตัว อายุขัยของพวกเขาควรจะยืน
ยาวมากกว่านี้”
“แล้วพวกเขาไปอยู่ไหนล่ะคะ?”
เมื่อเผชิญกับคำถามของฉู่ลั่ว จางเจี่ยวและคนอื่นก็ไม่มีใครตอบ
ฉู่ลั่วค่อย ๆ เดินไปทางผนังหินสุดท้ายภายใต้สายตาของพวก
เขา เธอวางนิ้วมือลงบนผนังหินตรงนั้น มันเป็นผนังหินเปล่า ๆ ไม่มี
อะไรอยู่บนนั้นเลย
แต่เมื่อพลังวิญญาณจากปลายนิ้วของฉู่ลั่วไหลเข้าไป เงาคนก็
พลันค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนผนังหินที่เรียบเนียน
จากนั้นผนังหินแผ่นแล้วแผ่นเล่าก็ปรากฏขึ้นมา