เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1730 ฉันจะหยุดจางเจี่ยว
ฉู่ลั่วละสายตาจากภาพอันน่าสยดสยองมา “คุณ…กำลัง
หวาดกลัว”
เธอเอ่ยประโยคนี้ออกมาด้วยน้าเสียงเรียบเฉย ไร้ซึ่งความรู้สึก
ไม่ใช่คำถาม แต่เป็นการยืนยัน
“อะไรนะ” จางเจี่ยมมองเธอด้วยสีหน้างุนงง
ฉู่ลั่วกล่าว “เธอกลัวที่จะอยู่ที่นี่เพียงลำพัง ดังนั้นถึงคิดว่าฉันก็จะ
กลัวเหมือนกัน”
“ฉันเคยบอกแล้วว่าฉันไม่เหมือนคุณ”
“ทุกสิ่งที่ฉันทำ ล้วนเป็นเพราะฉันเต็มใจจะทำ ไม่ใช่การถูก
บังคับ ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง ฉันก็ยอมรับได้ทั้งนั้น”
“แต่คุณ…ทำไม่ได้!”
ดวงตาของจางเจี่ยมค่อย ๆ เบิกกว้าง แววตาเย็นชามาก
“น่าสนใจจริง ๆ”
สิ้นคำ จอภาพขนาดใหญ่ตรงหน้าก็แตกออกเป็นประกายแสงสี
ขาว ภาพที่ควรจะงดงามกลับทำให้ฉู่ลั่วระแวดระวังมากขึ้น ชั่วขณะ
ถัดมานั้นประกายแสงทั้งหมดก็พุ่งเข้าหาเธอ
“ในเมื่อนี่คือสิ่งที่เธอเลือก ก็จงรับผลลัพธ์ที่ตามมาเถอะ!”
จางเจี่ยมยืนอยู่หลังประกายแสงเหล่านั้น มองเธอด้วยความเย็น
ชา ก่อนจะหันหลังเหาะขึ้นไปยังจุดที่สูงกว่า
ฉู่ลั่วคิดในใจ “เขาไม่มีความสงสัยเลยสักนิดเลยเหรอ”
ระบบตอบกลับ [สงสัยอะไรครับ]
ฉู่ลั่วยกมือขึ้นประสานอิน ควบคุมตัวเองให้อยู่ในค่ายกล ปล่อย
ให้ประกายแสงทั้งหลายพุ่งชนค่ายกลทีละจุด
ฉู่ลั่วครุ่นคิด “เขาไม่เคยสงสัยเลยเหรอว่าฉันมีวิถีสวรรค์อยู่ใน
ตัว”
ไม่รอให้ระบบตอบคำถาม เธอก็ตอบตัวเองทันที “เป็นไปไม่ได้ที่
เขาจะสงสัยแน่นอน หากฉันมีวิถีสวรรค์ ก็คงไม่ปล่อยให้คนอื่นรังแก
ยิ่งไม่มีทางถูกคนจากลัทธิเต๋ากดขี่…”
อย่าว่าแต่จางเจี่ยวเลย แม้แต่ตัวเธอเองก็ยังสงสัยว่าในตัวมีวิถี
สวรรค์จริงหรือเปล่า
ระบบ […]
ดูเหมือนว่าการที่ไม่สามารถกลับไปได้ก็ส่งผลกระทบกับเธอ
เหมือนกัน
ฉู่ลั่วถอนหายใจ พูดพร่ากับตัวเอง ก่อนจะเปลี่ยนน้าเสียงเป็น
จริงจังขึ้นมาอีกครั้ง “ตอนนี้จะทำยังไงต่อ? จางเจี่ยวหลอมรวมกับวิถี
สวรรค์มากพอแล้ว ถ้าเขาหลอมรวมกับวิถีสวรรค์จนสำเร็จ โลกนี้ก็
จบสิ้นแน่”
ระบบ […คุณวางใจเถอะ ผมสามารถจัดการได้]
“เหอะ!” ฉู่ลั่วแค่นเสียงเยาะเย้ย
ระบบรีบพูดทันที [ก่อนหน้านี้ที่ผมไม่ลงมือในโลกนั้น เป็นเพราะ
กฎเกณฑ์ของวิถีสวรรค์ หากผมเป็นฝ่ายทำลายกฎก่อน กฎเกณฑ์ที่
วางไว้ก่อนหน้านี้ก็จะไร้ประโยชน์ทั้งหมดสิครับ]
ฉู่ลั่วแค่นเสียงเย็นอีกครั้ง ระบบจึงอธิบายต่อ [เมื่อก่อนผมไม่
สามารถออกโรงช่วยคุณได้จริง ๆ หลังจากไปยังต่างโลก สวรรค์ที่นั่น
ทรงอำนาจมาก ไม่มีทางปล่อยให้ผมออกโรงได้ การที่เขายอมให้ผม
พาคุณไปด้วย ก็นับว่า…]
[อีกอย่าง ผมก็สร้างรุ่ยอวิ๋นโจวขึ้นมาให้คุณแล้วไม่ใช่หรือไง]
[เดิมทีตั้งใจจะให้เขาเป็นเหมือนแบตเตอรี่เคลื่อนที่ของคุณ ใคร
จะรู้ว่าคุณไม่ได้ใช้งานเขาเลย!]
“เหอะ!”
ระบบ […]
เมื่อรู้ตัวว่าผิด อธิบายไปก็ไม่มีประโยชน์ ระบบจึงเปลี่ยนเรื่อง
[แต่เดิมสวรรค์ไม่อนุญาตให้ผมออกโรงช่วยในต่างโลก แต่ครั้งนี้
สถานการณ์ต่างออกไป คุณตามเขาไปเถอะ ผมจะช่วยคุณเอง]
ฉู่ลั่วยกเลิกค่ายกล ยกดาบขึ้นป้องกันประกายแสงที่โจมตีเข้ามา
ทั้งหมด แต่ยังคงสนทนากับระบบในจิตธรรมญาณ “จริง ๆ แล้ว นาย
สามารถช่วยฉันได้ตั้งแต่แรก แต่นายไม่เต็มใจ!”
ระบบ […]
ฉู่ลั่ว “นายกังวลว่าคนอื่นจะรู้เรื่องนี้เหรอ หากรู้ว่าวิถีสวรรค์อย่าง
นายลงมือในต่างโลกแบบนี้ จะเป็นผลเสียใช่ไหม”
ระบบ [มันเป็นกฎ…]
ฉู่ลั่ว “ถ้าอย่างนั้นนายก็จะยืนดูชีวิตน้อยใหญ่ในโลกนี้ล่มสลาย
ไปต่อหน้าต่อตา ปล่อยให้ฉันติดอยู่ที่นี่ใช่ไหม”
ระบบเงียบเสียงลง ไม่กล้าเอื้อนเอ่ยอะไร
ฉู่ลั่ว “ฉันจะหยุดจางเจี่ยว”
ระบบตอบรับในทันที [ได้ ได้แน่นอน! คุณอยากทำอะไร ผมก็จะ
สนับสนุนทั้งนั้น]
“เหอะ!”
ระบบไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ๆ อีก
ฉู่ลั่วแกว่งดาบผ่านประกายแสงนับไม่ถ้วน ก่อนจะทะยานขึ้นสู่
ท้องฟ้าทันที
ประกายแสงมากมายติดตามเธอไป แต่ไม่อาจเทียบกับความ
รวดเร็วของเธอได้
ประกายแสงนับหมื่นแสนดุจดวงดาวน้อยใหญ่ ไล่ตามเธอไปสุด
ลูกหูลูกตา ทว่าระยะห่างระหว่างกันกลับยิ่งทิ้งห่างออกไปทุกที
จนกระทั่งฉู่ลั่วสัมผัสกับม่านพลังที่ล่องหนอยู่
ประกายแสงที่ไล่ตามมาก็พลันหดเล็กลงจนเลือนหายไป
ท่ามกลางท้องฟ้า