เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1742 ลั่วลั่ว ข้าผิดค าพูดแล้ว
“โลกนี้พังพินาศลงเพราะพวกเราที่เป็นคนนอก ข้าควรจะ
รับผิดชอบ”
เขาโบกมือ “เจ้าไปเถอะ!”
ฉู่ลั่วมองจิตวิญญาณของชายชราที่พร่าเลือนจนแทบจะโปร่งใส
เขาเป็นเพียงเศษเสี้ยวของจิตวิญญาณ แม้จะมีพลังวิญญาณ
มหาศาล แต่พลังวิญญาณก็ย่อมมีวันหมดสิ้นไป
ไม่รู้ว่าต้องรอถึงเมื่อไหร่ กว่าเทพบรรพกาลจะเปิดประตูเชื่อม
ระหว่างสองโลกอีกครั้ง
บางที หากถึงตอนนั้น…
ฉู่ลั่วเงียบไปสองสามวินาที “จริง ๆ แล้ว คุณสามารถไปกับพวก
เราได้นะคะ ในโลกนั้น ฉันเป็นเจ้านิกาย สามารถรวบรวมคนจาก
ลัทธิเต๋าให้มาสวดส่งวิญญาณที่นี่ได้”
“และจะติดต่อทางปรโลกให้ด้วย”
ชายชราหัวเราะเบา ๆ “ขอบใจเจ้าแทนวิญญาณเหล่านี้ด้วย”
“แล้วคุณล่ะคะ…”
“สหายน้อยฉู่” ชายชราพูดขัดจังหวะฉู่ลั่ว “ผู้คนในโลกนั้นยัง
บูชาเทพเจ้าอยู่หรือเปล่า?”
ฉู่ลั่วขมวดคิ้วเล็กน้อย คำถามนี้เธอเหมือนเคยตอบไปแล้ว “ยัง
บูชาอยู่ค่ะ แต่พวกเราบูชาเทพที่มีคุณต่อมนุษย์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเทพ
ที่มนุษย์แต่งตั้งขึ้นมาเอง”
ชายชราหัวเราะเบา ๆ “ดีแล้วที่เจ้าจำได้ สหายน้อยฉู่”
ฉู่ลั่วรู้สึกสงสัยอยู่บ้าง
แต่ในวินาทีถัดมา ชายชราก็โบกมือ พลังวิญญาณสายหนึ่งก็
ผลักเธอเข้าไปในประตู
ภายในประตูนั้น ฉู่ลั่วได้ยินเสียงทุ้มและหนักแน่นของชายชราว่า
“มนุษย์ต้องพึ่งพาตัวเองเท่านั้น”
พอถึงพื้น
ประตูมิติก็หายไป
ตอนนี้ฉู่ลั่วยืนอยู่บนยอดเขาในป่าทึบ สายลมยามราตรีพัดมา
เป็นระลอก เธอมองออกไปและเห็นแสงระยิบระยับตรงเชิงเขาไม่ไกล
นัก
ในที่สุดก็กลับมาแล้ว
ฉู่ลั่วประสานอินแล้วโยนยันต์เคลื่อนย้ายออกไป ร่างทั้งร่างหาย
วับไปจากยอดเขา
เพียงไม่กี่อึดใจ เธอก็มาที่หน้าโรงแรม
เงาร่างของเธอเพิ่งจะปรากฏขึ้นมา ก็เห็นทุกคนกำลังยืนรออยู่ที่
หน้าโรงแรมแล้ว
ซู่เซี่ยงหยางพาจี้ไจ่และคนอื่น ๆ มา จิ่งเจียเหยียนพาซ่งเมี่ยวเมี่ย
วกับกลุ่มคนของเธอมา ทุกคนต่างรออยู่ที่หน้าโรงแรม
แต่ละคนมีสีหน้าเคร่งเครียดจริงจัง
เพียงแค่ฉู่ลั่วมองสีหน้าของพวกเขาแวบเดียว หัวใจก็เต้นกระตุก
เธอกวาดสายตามองคนที่อยู่ในที่นั้นอย่างรวดเร็ว แต่กลับไม่เห็น
เฉิงยวน
“ลั่วลั่ว เกิดเรื่องกับยวนยวนแล้ว!”
จิ่งเจียเหยียนที่ปกติแล้วมักจะร่าเริงสดใสไม่ว่าจะเจอเรื่องใหญ่
แค่ไหนก็มักจะผ่านไปด้วยการหัวเราะและร้องไห้
ในตอนนี้เธอกลับแสดงสีหน้าเหมือนจะร้องไห้แต่ก็ไม่ร้อง ท่าทาง
ทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส
ซู่เซี่ยงหยางก็เดินเข้ามา เขายื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้เธอ เป็น
ประกาศจับขององค์กร
คนที่ถูกประกาศจับก็คือเฉิงยวน
ฉู่ลั่วรับประกาศจับมา ก้มหน้าลงมองดูแวบหนึ่ง แล้วก็เงยหน้า
ขึ้นมองซู่เซี่ยงหยางอย่างรวดเร็ว “ฆ่า…ฆ่าคนไปกี่คนแล้ว?”
“ตอนนี้รู้ว่าประมาณยี่สิบกว่าคนครับ” ซู่เซี่ยงหยางมีสีหน้าที่ดู
ย่าแย่มาก ๆ “ทั้งหมดเป็นครอบครัวสายตรงของตระกูลสั่ว”
ฉู่ลั่วก้มหน้าลงคำนวณดู แต่ก็ไม่พบเฉิงยวนเลย
“ตอนนี้เธออยู่ไหนคะ?”
ซู่เซี่ยงหยางส่ายหัว “ไม่รู้ครับ แต่ตอนนี้ยังมีการพบศพของคน
ตระกูลสั่วตลอด”
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงพูดว่า “พวกเขาถูกทรมานจน
ตาย”
แล้วเน้นย้าอีกประโยคว่า “พวกเขาถูกพลังหยินทรมานจนตาย”
ฉู่ลั่วกำใบประกาศจับในมือแน่น “พวกคุณสงสัยว่าเป็นฝีมือของ
เฉิงยวนเหรอ? เป็นไปไม่ได้ เธอสัญญากับฉันว่าจะไม่ทำอะไรบ้า ๆ”
ซู่เซี่ยงหยางเม้มริมฝีปาก แล้วชำเลืองมองไปด้านหลัง
หยวนเส้าหยินเดินออกมา ส่งกระดาษแผ่นหนึ่งมาให้ฉู่ลั่ว
บนนั้นมีตัวอักษรจีนโบราณเขียนไว้ไม่กี่ตัวเป็นข้อความว่า
‘ลั่วลั่ว ข้าผิดคำพูดแล้ว!’
ฉู่ลั่วจ้องมองตัวอักษรบนกระดาษ แล้วเงยหน้าขึ้นมองหยวน
เส้าหยินอีกครั้ง “นี่คือ…”
“เฉิงยวนเขียนไว้ครับ หลังจากที่เธอทิ้งข้อความนี้ก็หายตัวไป
จากนั้นคนตระกูลสั่วก็เริ่มเสียชีวิต และตอนนี้…”
หยวนเส้าหยินค่อย ๆ เอ่ยปาก “ทายาทสายตรงของตระกูลสั่ว
ทั้งหมดหายตัวไปแล้ว”
จี้ไจ่พูด “แม้แต่สั่วเหลียงที่ถูกกักตัวอยู่ในองค์กรก็หายตัวไปด้วย
ครับ”
“กล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน ว่าเป็นฝีมือของเฉิง
ยวน”