เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1743 คอยติดตามเฉิงยวน
ในภาพจากกล้องวงจรปิด เฉิงยวนเข้าไปในองค์กรเหมือนปกติ
เธอทักทายทุกคนในองค์กร จากนั้นก็ใช้จังหวะตอนที่ไม่มีใคร
สังเกตเห็น ใช้พลังวิญญาณทำให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
สลบและยันต์ที่ประตูใช้ไม่ผล
ฉู่ลั่วนั่งอยู่บนโซฟา ดูวิดีโอจากกล้องวงจรปิดเงียบ ๆ
เธอเห็นเฉิงยวนเปิดประตู เห็นเฉิงยวนใช้พลังวิญญาณอันทรง
พลังจับสั่วเหลียงไว้ จากนั้นพาเขาหายตัวไปด้วยกัน
“นี่คือเฉิงยวนใช่ไหม?”
ฉู่ลั่วถามด้วยความสงสัย
ซู่เซี่ยงหยางตอบว่า “ใช่ครับ เป็นเธอ”
“พลังหยินของเธอเพิ่มขึ้นมา แต่ไม่ได้ทำลายสมดุลของพลัง
อาฆาตในร่างกายของเธอ”
ฉู่ลั่วพูดจบ แต่กลับพบว่าสีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไป
เธอมองไปทางจิ่งเจียเหยียนและคนอื่น ๆ
พอเห็นว่าพวกเขาแต่ละคนดวงตาแดงก่าและมีสีหน้าโกรธแค้น
จึงถามว่า “มีอะไรเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
ภายในห้องเงียบสนิท
กระทั่งในที่สุดจิ่งเจียเหยียนก็พูดด้วยน้าเสียงสะอื้น “ลั่วลั่ว เธอ
จากไปเกือบครึ่งปีแล้ว ในช่วงเกือบครึ่งปีนี้มีเรื่องเกิดขึ้นมากมาย…”
……
สี่เดือนก่อน
ซู่เซี่ยงหยางนำทุกคนผ่านประตูมิติออกมา
“ประตูหายไปแล้ว!”
เฉิงยวนวิ่งไปยังจุดที่เมื่อครู่ยังมีประตูมิติปรากฏอยู่ “ฉู่ลั่วเห็นแก่
คนรักมากกว่าเพื่อน นางเหลือฮั่วเซียวหมิงเอาไว้ที่นั่น!”
“นางแค่อยากอยู่กับฮั่วเซียวหมิงแค่สองคนในโลกส่วนตัว”
“ไม่มีข้าเป็นแฟนคลับคู่จิ้นคอยช่วยสร้างบรรยากาศ พวกเขา
สองคนที่เป็นชายหญิงสองคนจะสนุกกันได้ยังไง?”
ไจ๋โหรวพูดเบา ๆ “ยวนยวน เธอวางใจได้ เจ้านิกายกับประธาน
ฮั่วต้องสนุกกันมากแน่”
เธอไม่เคยเห็นร่องรอยอะไรบนตัวเจ้านิกาย แต่รอยแดงบนคอ
ของประธานฮั่วที่ปรากฏเป็นครั้งคราวนั้น เธอไม่เคยสังเกตพลาดเลย
นะ!
เฉิงยวนกลอกตาใส่ไจ๋โหรว
ซู่เซี่ยงหยางจ้องมองไปที่ทางเดิน “แจ้งองค์กรก่อน ฉันจะ
รายงานไปยังเบื้องบน”
เขาถอนหายใจเบา ๆ “ฉู่ลั่วคงไม่ปล่อยให้ฮั่วเซียวหมิงอยู่ที่นั่น
หรอก”
เฉิงยวนเงียบไป
แน่นอนว่าเธอรู้
แต่ในใจลึก ๆ เธอหวังว่าฉู่ลั่วจะเห็นแก่ตัวสักหน่อย เหลือฮั่ว
เซียวหมิงให้อยู่ที่นั่นด้วยกัน
และอย่างที่คาด พอพวกเขาติดต่อกับเบื้องบนได้ ทางนั้นก็แจ้ง
พวกเขาว่าฮั่วเซียวหมิงได้ติดต่อกับตระกูลฮั่วแล้ว
ตอนนี้ฮั่วเซียวหมิงถูกรับกลับไปที่มณฑลหนานแล้ว
ทุกคนขึ้นรถบัสคันใหญ่ ซู่เซี่ยงหยางมีธุระมากมายที่ต้องจัดการ
เขาจึงโทรศัพท์ไม่หยุดตลอดทาง
หลังจากวางสาย เขาก็มองซ้ายมองขวา แล้วโบกมือเรียกหยวน
เส้าหยินมา
“หัวหน้าซู่มีอะไรเหรอครับ?”
ซู่เซี่ยงหยางเอามือป้องปาก พูดเสียงเบา “ต่อจากนี้นายต้องคอย
ติดตามเฉิงยวน! ถ้าเธอจะก่อเรื่อง นายต้องห้ามเธอให้ได้”
หยวนเส้าหยินขมวดคิ้ว
ซู่เซี่ยงหยางพูดเสียงเบาลงอีก “เรื่องการแต่งงานระหว่างตระกูล
เจี่ยกับตระกูลสั่วแพร่สะพัดไปทั่วลัทธิเต๋าแล้ว เจี่ยซีกับสั่วอิงจะจัด
งานแต่งงานที่บ้านตระกูลสั่วในอีกเจ็ดวัน”
“คนอื่นทำไม่ได้ มีแต่นายเท่านั้นที่ทำได้”
“พวกเขาทั้งหมดจะช่วยเฉิงยวนก่อปัญหา” ซู่เซี่ยงหยางตบไหล่
เขาเบา ๆ “แต่ฉันเชื่อใจนายนะ นายจะไม่ช่วยเฉิงยวนทำอะไรบ้า ๆ
แน่นอนใช่ไหม ตอนนี้ฉู่ลั่วไม่อยู่แล้ว ถ้าเธอทำอะไรเหลวไหล ก็ไม่มี
ใครสามารถควบคุมเธอได้อีก”
หยวนเส้าหยินเอียงหน้าเล็กน้อย มองไปทางเฉิงยวนที่นั่งอยู่
ด้านหลัง
เธอกำลังคุยเสียงเบากับไจ๋โหรว
ผู้บำเพ็ญกับผีสาวพันปีนั่งอยู่ด้วยกันโดยไม่รู้สึกอึดอัดใด ๆ
เหมือนเป็นเพื่อนสาวคนสนิท
ไม่แปลกที่ซู่เซี่ยงหยางจะสงสัย
เขามั่นใจว่าถ้าให้ไจ๋โหรวคอยดูแลเฉิงยวน พวกเธอคงจะพากัน
ไปก่อความวุ่นวายในงานแต่งของตระกูลเจี่ยกับตระกูลสั่วด้วยกันแน่
ๆ
“หัวหน้าซู่วางใจได้ ผมจะคอยดูแลเธอเองครับ”
ซู่เซี่ยงหยางตบไหล่เขาอีกครั้ง
หยวนเส้าหยินกลับไปนั่งที่ของตัวเอง ที่นั่งของเขาอยู่ห่างจาก
เฉิงยวนแค่ทางเดินกั้นกลาง เขากับเฉิงยวนต่างนั่งที่นั่งติดทางเดินจึง
ห่างกันไม่มากนัก
เฉิงยวนกับไจ๋โหรวกำลังคุยกันเบา ๆ และเขาก็ได้ยินบางประโยค
เป็นครั้งคราว
อะไรทำนองว่า “เจ้านิกายน่ะช่างสง่างาม ส่วนประธานฮั่วดู
อ่อนแอกว่าที่คิด”