เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1754 เจ้าจะแต่งงานกับสั่วอิงจริง ๆ ใช่ไหม
- Home
- เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด
- บทที่ 1754 เจ้าจะแต่งงานกับสั่วอิงจริง ๆ ใช่ไหม
สั่วเฟิงที่นั่งอยู่ตำแหน่งประธานยกยิ้ม “ยาสมุนไพรของตระกูลสั่ว
เรา ย่อมไม่มีทางเป็นของปลอมแน่นอน”
ซุนหย่าจิ้งทำเสียงจุ๊ ๆ “ดูเหมือนว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับเด็กคนนี้จะ
เกี่ยวข้องกับตระกูลสั่วจริง ๆ ก่อนหน้านี้พวกเรายังสงสัยกันอยู่ แต่
ตอนนี้แทบจะยืนยันได้แล้ว”
เธอหันมองสั่วเฟิง “ทำไมหัวหน้าตระกูลสั่วถึงต้องลงมือกับเด็ก
ทารกคนหนึ่งด้วยคะ?”
สั่วเฟิง “เธออย่ามากล่าวหาคนอื่นโดยไม่มีหลักฐานนะ!”
ซุนหย่าจิ้งทำหน้าไร้เดียงสาพร้อมกับสงสัย “ถ้าอย่างนั้นหัวหน้า
ตระกูลสั่วช่วยอธิบายหน่อยสิคะ ว่า ทำไมสมุนไพรของตระกูลสั่วถึง
สามารถรักษาหลานของคนตระกูลฉู่ได้พอดี!”
สั่วเฟิงถูกคำพูดไร้ยางอายของซุนหย่าจิ้งทำให้อึ้งไป
คนตระกูลสั่วก็ตกใจกับคำพูดไร้ยางอายนี้เช่นกัน “ไม่ใช่พวก
เธอมาขอสมุนไพรจากพวกเราหรอกเหรอ?”
ซุนหย่าจิ้งเบิกตากว้าง “ใครมาขอยาสมุนไพรกับตระกูลสั่ว พวก
คุณก็จะให้ทุกคนเหรอคะ?”
“ไม่ใช่แน่นอน!”
“แล้วมันไม่ถูกเหรอคะ? ทำไมพอเป็นหลานตระกูลฉู่มีเรื่อง พวก
คุณถึงเต็มใจเอาสมุนไพรออกมา? สมุนไพรของพวกคุณบังเอิญ
รักษาหลานตระกูลฉู่ได้พอดีเหรอคะ?”
คนตระกูลสั่ว “…”
ไร้ยางอาย ไร้ยางอายเกินไปแล้ว!
สมุนไพรของพวกเขาสามารถช่วยชีวิตคนได้ กลับกลายเป็น
ความผิดของพวกเขาไปซะเอง!
แต่พวกเขากลับไม่สามารถโต้แย้งคำพูดที่ไร้ยางอายเช่นนี้ได้
ซุนหย่าจิ้งนั่งไขว้ขาด้วยสีหน้าท่าทางคร่าครวญถึงความเสื่อม
โทรมของสังคม ยิ่งพาให้คนตระกูลสั่วโกรธจัด
ทันใดนั้น โทรศัพท์ของไจ๋โหรวก็ดังขึ้น
เธอก้มลงมองแล้วตบไหล่เฉิงยวนกับซุนหย่าจิ้ง ส่งสายบอกพวก
เธอ “หยวนเส้าหยินโทรมา”
ทั้งสองคนเข้าใจทันที จึงลุกขึ้นเดินออกไป
สั่วเฟิงก็ลุกขึ้นด้วย “คุณเฉิงคงไม่ลืมว่าตัวเองต้องอยู่ร่วมงาน
ของเสี่ยวอิงกับอาซีนะ!”
เฉิงยวน “ข้าไม่ลืมหรอก เจ้าวางใจได้ ข้าอยากเห็นเรื่องสนุก ๆ
มากกว่าหัวหน้าตระกูลสั่วเสียอีกนะ”
สั่วเฟิง “…”
หลังจากพวกเฉิงยวนออกไปหมดแล้ว คนตระกูลสั่วก็ขมวดคิ้ว
ถาม “หัวหน้าตระกูลครับ ทำไมต้องให้เฉิงยวนมาร่วมงานแต่งของอา
ซีกับเสี่ยวอิงด้วย?”
“เสี่ยวอิงก็กังวลว่าจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันในงานแต่งเหมือนกันนะ
คะ”
สั่วเฟิง “ฉันอยากให้เธอเข้าร่วมงาน”
คนตระกูลสั่ว “…”
“ในเมื่อเป็นความต้องการของหัวหน้าตระกูล ก็ต้องมีเหตุผล
แน่นอน”
ถึงจะคิดไม่ออกว่าเหตุผลคืออะไรก็ตาม
“แต่ถ้าพวกเขาไปแล้วไม่กลับมาล่ะ จะทำยังไง?”
สั่วเฟิง “วางใจเถอะ พวกเขาจะกลับมาแน่นอน”
เฉิงยวนและคนอื่น ๆ ออกจากบ้านตระกูลสั่ว พวกเขาเห็นหยวน
เส้าหยินกำลังพิงรถอยู่ด้านนอก
เมื่อเดินเข้าไปก็ถึงได้เห็นว่าคนที่นั่งอยู่ในรถคือสวีจิ้น ไม่สิ เป็น
เจี่ยซี
เขาสวมชุดสูทสีน้าเงิน สีหน้าดูเรียบเฉย
เขาจ้องมองไปข้างหน้า ไม่แม้แต่จะมองพวกเฉิงยวน เพียงแค่พูด
อย่างราบเรียบว่า “วันนี้ฉันแต่งงาน ไม่อยากมีเรื่องยุ่งยาก ถ้าคุณเฉิง
มีธุระอะไร ก็รอให้ฉันแต่งงานเสร็จก่อนแล้วค่อยว่ากัน!”
เฉิงยวนยืนอยู่หน้ากระจกรถ “ลงมา”
เจี่ยซีเอ่ย “ฉันยุ่งมาก ไม่มีเวลามาคุยกับคุณเฉิงหรอก”
ทันทีที่เขาพูดจบ เฉิงยวนก็เปิดประตูรถ ก้มตัวเข้าไปแล้วดึง
ตัวเจี่ยซีออกมาทันที
“คุณเฉิง คุณทำอะไรน่ะ?”
“คุณเฉิง…”
“เฉิงยวน ปล่อยมือสิ โอ๊ย ๆ ๆ …”
เจี่ยซีถูกเฉิงยวนลากเข้าไปในป่าข้าง ๆ
คนที่เหลือทั้งหมดต่างทำเป็นมองจมูกตัวเอง ไม่มีใครมองไปทาง
นั้นเลย
จากในป่ามีเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของเจี่ยซีดังออกมาเป็น
ระยะ ครึ่งชั่วโมงต่อมา เฉิงยวนถึงได้เดินออกมาด้วยท่าทางโกรธจัด
เจี่ยซีเดินตามหลังเธอมา ชุดสูทที่เคยเรียบร้อยกลับเต็มไปด้วย
คราบสกปรก ทรงผมที่เคยสมบูรณ์แบบก็ยุ่งเหยิงไปหมด มุมปากยังมี
เลือดซึมออกมาด้วย
เขาเดินมาด้วยท่าทางที่ผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด
เขาเดินไปที่รถของตัวเองและเข้าไปนั่ง
เฉิงยวนกดประตูรถเอาไว้ทันที “สวีจิ้น ข้าจะถามเจ้าอีกครั้ง เจ้า
จะแต่งงานกับสั่วอิงจริง ๆ ใช่ไหม?”
เจี่ยซีสตาร์ทรถด้วยตัวเอง “ใช่!”
เขากำพวงมาลัยด้วยมือทั้งสองข้าง “นี่เป็นเรื่องของฉัน ไม่
เกี่ยวกับเธอ เฉิงยวน เรื่องระหว่างฉันกับเธอมันผ่านมาพันปีแล้ว ไม่
สำคัญอีกต่อไป”