เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1772 ต้องการเป็นศัตรูกับแดนเทพ
เทพบรรพกาลใช้พลังวิญญาณสกัดดาบชิงเจวี๋ย “การฆ่าคน
ตระกูลสั่วต่อหน้าข้า เจ้านิกายไม่คิดว่าทำเกินไปหน่อยเหรอ”
เทพบรรพกาลหันไปมองนักพรตเต๋าที่อยู่ด้านหลังฉู่ลั่ว “พวกเจ้า
จะปล่อยให้นางรังแกปรามาจารย์ลัทธิเต๋าแบบนี้เหรอ หรือว่าทั้งลัทธิ
เต๋าของพวกเจ้าเตรียมทรยศแดนเทพ ไม่ต้องการรับการสืบทอด
แล้ว?”
เหล่านักพรตต่างมีสีหน้าแตกต่างกันไป
ปัจจุบันลัทธิเต๋าทุกแห่งล้วนเป็นศิษย์ของแดนเทพ ทุกคนต่าง
ได้รับการสืบทอดมาจากแดนเทพ
พวกเขาจะคิดทรยศต่อแดนเทพได้อย่างไร?
เว้นแต่ว่า…ลัทธิเต๋าจะไม่มีอยู่อีกต่อไป
ฉู่ลั่วหัวเราะเยาะ “เรื่องของฉันไม่จำเป็นต้องพัวพันไปถึงคนลัทธิ
เต๋าทั้งหมด หากคุณไม่พอใจ ก็มาเอาเรื่องกับฉันคนเดียวก็พอ แล้ว
ทำไมต้องลากผู้บริสุทธิ์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย?”
เธอรวบรวมพลังวิญญาณอีกครั้ง เตรียมพร้อมที่จะฟันลงไปใหม่
แต่ก็ถูกเทพบรรพกาลขัดขวางไว้อีก
“ฉู่ลั่ว เจ้าบำเพ็ญจนมาถึงขั้นสุดแล้ว อีกทั้งยังมีผลบุญมหาศาล
ติดตัว เพียงแค่แดนเทพกับโลกมนุษย์เชื่อมต่อกันอีกครั้ง เจ้าก็จะเป็น
คนแรกที่ได้ขึ้นสวรรค์แน่นอน แต่เจ้าล่วงเกินข้า แถมยังล่วงเกินแดน
เทพ ไม่กลัวว่าวันหน้าจะไม่ได้บรรลุขึ้นสวรรค์เหรอ?”
ฉู่ลั่ว “อย่าว่าแต่ตอนนี้ฉันไม่อยากขึ้นสวรรค์ ต่อให้วันหน้าฉัน
อยากจะขึ้น ก็สามารถข้ามผ่านแดนเทพขึ้นไปได้อยู่แล้ว!”
ข้ามผ่านแดนเทพขึ้นไป
หมายความว่า…มีตำแหน่งเดียวกันกับเทพบรรพกาล
“อายุยังน้อย ความสามารถไม่มาก แต่ปากกล้าไม่เบา”
ฉู่ลั่ว “ในเมื่อคิดว่าความสามารถของฉันมีไม่มาก แล้วทำไมถึง
มาขวางฉันคะ?”
เทพบรรพกาล “…”
“ดูเหมือนเจ้าต้องการจะเป็นศัตรูกับแดนเทพจริง ๆ แล้วสินะ”
ฉู่ลั่ว “ดูเหมือนว่าแดนเทพก็จะต้องการปกป้องคนชั่วที่ทำ
ความผิดมหันต์คนนี้จริง ๆ”
เทพบรรพกาล “…ข้าไม่อยากโต้เถียงกับเจ้า ถ้าวันนี้เจ้ากล้าทำ
ร้ายนาง ก็หมายความว่าเจ้าต้องการเป็นศัตรูกับแดนเทพ ฉู่ลั่ว เจ้า
กล้าจ่ายด้วยราคานี้เหรอ? เจ้าต้องการเป็นศัตรูกับแดนเทพจริง ๆ
เหรอ?”
ฉู่ลั่วไม่ตอบ แต่กลับรวบรวมพลังวิญญาณเข้าดาบชิงเจวี๋ยอีก
ครั้ง
พลังวิญญาณอันทรงพลังทำให้สั่วเฟิงที่สูญเสียแขนขาทั้งสี่เบิก
ตากว้าง และเทพบรรพกาลที่อยู่บนครึ่งร่างของสั่วเฟิงเผยสีหน้าตก
ตะลึง
เทพบรรพกาลมองฉู่ลั่วด้วยความประหลาดใจ เป็นครั้งแรกที่เขา
จ้องมองผู้บำเพ็ญที่ไม่มีแม้แต่อาจารย์คนนี้อย่างจริงจัง
เธอกล้าจริง ๆ หรือ?
ในขณะที่ดาบชิงเจวี๋ยของฉู่ลั่วกำลังจะฟันลงมา มือข้างหนึ่งก็
ปรากฏขึ้นและคว้ามือของเธอไว้
ฉู่ลั่วหันกลับไปมอง และสบเข้ากับดวงตาของเฉิงยวน
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เฉิงยวนได้กลับมาเป็นปกติแล้ว ไม่มีดวงตาสี
แดงฉาน ไม่มีเล็บแหลมคม
“มันไม่คุ้มค่าหรอก”
เฉิงยวนยิ้มอ่อนโยนจนผิดปกติ “เพื่อเรื่องแบบนี้ ทำให้เจ้าต้อง
ชดใช้ด้วยราคาแพงขนาดนี้ มันไม่คุ้มค่าหรอก”
เห็นฉู่ลั่วยังไม่ยอมปล่อยมือ เฉิงยวนก็แสดงสีหน้าวิงวอน “ลั่วลั่ว
อย่าปล่อยให้ข้าจมอยู่ในความรู้สึกผิดตลอดไปเลย ถ้าอนาคตเจ้าไม่
สามารถบรรลุขึ้นสวรรค์ และถูกแดนเทพเล่นงาน ข้าคงจะรู้สึกผิดจน
อยากตายเลยทีเดียว”
“อย่างไรเสียลัทธิเต๋าก็จะจัดการเจ้าไม่ใช่หรือ?”
“จัดการอย่างเปิดเผยและยุติธรรม ย่อมดีกว่าการลงมือที่ต้อง
แบกรับความผิดแบบนี้”
ด้วยคำพูดของเฉิงยวน พลังวิญณาณบนดาบในมือของฉู่ลั่ว
ค่อย ๆ จางหายไป
เฉิงยวนจับมือฉู่ลั่ว พาเธอหันหลังกลับ เพิ่งจะก้าวเดินไปได้ก้าว
เดียว ก็ผลักฉู่ลั่วอย่างแรงไปทางไจ๋โหรวกับคนอื่น ๆ
“เฉิงยวน!” ฉู่ลั่วตะโกลั่น
“พี่ยวนยวน!”
เฉิงยวนหันหน้ามองพวกเขา ยกยิ้มบาง “ศัตรูของข้า จะให้คน
อื่นลงมือได้อย่างไร”
เธอวางมือลงบนศีรษะของสั่วเฟิง “คนผู้นี้ ต้องให้ข้าเป็นคน
สังหารเท่านั้น”
พร้อมกับคำพูดของเธอ ค่ายกลก็เริ่มลอยขึ้นมาจากพื้น
ฉู่ลั่วก้าวเข้าไปข้างหน้า จิ่งเจียเหยียนก็พุ่งมาอย่างรวดเร็ว
เช่นกัน
คราวนี้เฉิงยวนวางค่ายกลขนาดเล็กมาก กักขังเธอกับสั่วเฟิง
รวมถึงคนตระกูลสั่วที่ยังมีชีวิตอยู่ไว้ข้างใน
ตอนที่พวกฉู่ลั่วถึงขอบค่ายกล ค่ายกลทั้งหมดก็สร้างเสร็จ
สมบูรณ์