เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1778 ท าการผนึกเธอเถอะ
ไจ๋โหรวรู้สึกท้อแท้และถามด้วยความกังวลว่า “เจ้านิกาย ยวน
ยวนหนีออกไปอีกแล้วใช่ไหมคะ?”
“อืม! เมื่อวานเธอเกือบทำร้ายพนักงานโรงแรมคนหนึ่ง”
จี้ไจ่นั่งอยู่บนเก้าอี้เอ่ยขึ้น “เธอเป็นผีสาวพันปี และตอนนี้ก็
กลายเป็นผีร้ายอย่างสมบูรณ์แล้ว ความดุร้ายของเธอไม่ได้เป็นอย่าง
ที่เราคิดหรอก”
“เจ้านิกาย ถ้าหากเราหาสมบัติล้าค่าให้ครบไม่ได้จริง ๆ พวกเรา
ก็ควรจะคิดหาวิธีอื่นแล้วนะครับ”
ไจ๋โหรวหันขวับไปมองเขาทันที “วิธีอื่นเหรอ วิธีอะไร? นายคิดจะ
กำจัดยวนยวนหรือไง?”
จี้ไจ่มองเธออย่างจนปัญญา “ฉันไม่ได้คิดจะกำจัดเฉิงยวนหรอก
ฉันแค่กำลังคิดว่า บางทีพวกเราอาจจะผนึกเธอเอาไว้ก็ได้ ยังดีกว่า
ต้องคอยกังวลตลอดเวลาว่าเธอจะออกไปทำร้ายคนข้างนอกหรือ
เปล่า”
“ยันต์ของเจ้านิกายไม่สามารถสะกดเธอได้อย่างสมบูรณ์”
“ถ้าเฉิงยวนหลุดออกไป สำหรับคนธรรมดาแล้วมันจะเป็นหายนะ
ที่ร้ายแรงมาก”
ไจ๋โหรวเงียบไป
หยวนเส้าหยินที่ไม่ได้พูดอะไรมาตลอด จู่ ๆ ก็เอ่ยปาก “เจ้า
นิกาย ทำการผนึกเธอเถอะครับ! พวกเราแค่ต้องรีบหาสมบัติล้าค่า
ทั้งหมดให้ทันก่อนที่เธอจะสลายหายไปตอนผนึกก็พอแล้ว”
ฉู่ลั่วเงยหน้ามองพวกเขาทั้งสามคน
พวกเขาไม่ได้มาพร้อมกับซู่เซี่ยงหยาง
พวกเขาเป็นตัวแทนจากลัทธิเต๋าที่มาอยู่กับองค์กร
ฉู่ลั่วรู้ว่าอีกไม่นานซู่เซี่ยงหยางก็อาจจะกลับมา และบางทีอาจ
เรียกร้องในสิ่งเดียวกัน
พวกเขาไม่ได้เรียกร้องให้กำจัดเฉิงยวน แค่ขอให้ผนึกเธอ นี่ก็
เป็นขีดจำกัดสูงสุดที่พวกเขาสามารถต่อรองได้แล้ว
แต่ว่า…
“เฉินยวนไม่ชอบถูกกักขังหรือถูกผนึก” ฉู่ลั่วมองพวกเขา แล้ว
พูดต่อไปท่ามกลางสายตาตกตะลึง “เธอเคยถูกผนึกมาหลายพันปี
แล้ว เธอเกลียดการถูกผนึกไว้ในพื้นที่เล็ก ๆ ที่สุด”
“เธอเกลียดมันที่สุด”
ไจ๋โหรวกับคนอื่น ๆ ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้อีก
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ทั้งสามคนก็ออกไป
หยวนเส้าหยินเป็นคนสุดท้ายที่ออกจากห้อง เขายืนอยู่ตรงประตู
หันกลับมามองฉู่ลั่ว “เจ้านิกาย คุณมีวิธีไหมครับ?”
ฉู่ลั่ว “…”
“ถ้าเจ้านิกายมีวิธีการและต้องการความช่วยเหลือจากผม กรุณา
บอกผมด้วย ผมหวังว่าจะสามารถช่วยได้ สักเล็กน้อยก็ยังดี”
เขามองฉู่ลั่วด้วยสายตาคาดหวัง หวังว่าจะได้ยินคำว่า “มีวิธี”
จากปากของฉู่ลั่ว
แต่ฉู่ลั่วกลับไม่พูดอะไร แค่พูดกับเขาว่า “ได้”
คำว่า “ได้” เพียงคำเดียว ทำให้หยวนเส้าหยินขมวดคิ้วเล็กน้อย
เขาเดินไปทางลิฟต์ ในลิฟต์นั้นพวกไจ๋โหรวกำลังรออยู่
“นายไปคุยอะไรกับเจ้านิกาย?”
หยวนเส้าหยินไม่พูดอะไร แต่ขมวดคิ้วพลางนึกถึงคำที่ฉู่ลั่วพูด
ได้?
ได้อะไร?
ติ๊ง!
“ถึงชั้นหนึ่งแล้วค่ะ”
ระบบภายในลิฟต์ส่งเสียงแจ้งออกมา
ไจ๋โหรวกับจี้ไจ่เดินออกจากลิฟต์เป็นคนแรก แต่เมื่อหันกลับไป
ก็เห็นหยวนเส้าหยินยังยืนนิ่งอยู่ในลิฟต์ “หยวนเส้าหยิน?”
หยวนเส้าหยินยื่นมือไปกดปุ่มลิฟต์กะทันหัน สายตาไม่อาจ
ปิดบังความรู้สึกได้ “พวกคุณไปก่อนเถอะ ผมยังมีธุระต้องไปพบเจ้า
นิกาย”
ประตูลิฟต์ปิดลงอย่างรวดเร็ว
ไจ๋โหรวกับจี้ไจ่มองหน้ากันอย่างงุนงง
หยวนเส้าหยินตรงเข้ามาที่หน้าห้องพักของฉู่ลั่วทันที เขากดกริ่ง
หลังจากฉู่ลั่วเปิดประตูให้ เขาจึงถามด้วยน้าเสียงที่ไม่มั่นคงนัก “เจ้า
นิกายมีวิธีช่วยเธอใช่ไหมครับ?”
“เป็นที่โลกอื่นใช่ไหมครับ?”
“เป็นโลกอื่นที่พวกเราเคยไปมาก่อนใช่ไหมครับ?”
ฉู่ลั่วจ้องมองหยวนเส้าหยินอยู่พักใหญ่ก่อนจะบอก “เข้ามา!”
หยวนเส้าหยินรีบเข้าไปทันที
เขากลืนน้าลายด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อย เดินตามฉู่ลั่วไปยัง
ห้องที่กักขังเฉิงยวน
ตอนนี้บนตัวของเฉิงยวนถูกมัดด้วยเชือกสามเส้น ผนังห้องทั้งสี่
ด้านติดยันต์เต็มไปหมด บนตัวเธอก็เต็มไปด้วยยันต์เหมือนกัน ตัว
ทั้งตัวเหมือนคนที่ทำจากยันต์เลยทีเดียว
แต่หยวนเส้าหยินรู้ว่า เมื่อเวลาผ่านไป ยันต์เหล่านี้ก็ไม่สามารถ
สะกดเฉิงยวนไว้ได้อีก
ฉู่ลั่วเดินไปข้าง ๆ เฉิงยวน ฉีกยันต์ที่หมดฤทธิ์ออกแล้วติดอัน
ใหม่ลงไป “โลกอื่นอาจไม่มีสมบัติล้าค่าที่เราต้องการก็ได้”
“ผมจะเข้าไปดูให้ครับ”
ฉู่ลั่ว “นายไปไม่ได้หรอก”