เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1779 ผมสามารถเลี้ยงดูเธอได้
หยวนเส้าหยินเอ่ย “แล้วเฉินยวนจะทำยังไงล่ะครับ? ถ้าปล่อยไว้
แบบนี้ต่อไป เธอก็จะสลายหายไป หรือไม่ก็อาจกระโจนออกไปฆ่า
คน”
เขาไม่รอช้า ควักมีดสั้นออกมาอย่างรวดเร็ว จัดการกรีดแขน
ตัวเอง แรงที่ใช้กรีดนั้นมีมากจนเลือดสด ๆ พุ่งกระเซ็นออกมา
จากนั้นเขาก็ยื่นแขนไปตรงหน้าเฉิงยวน
เฉิงยวนที่เดิมถูกยันต์ขัดขวางจนไม่สามารถขยับได้ พอได้กลิ่น
เลือดสด ๆ ยันต์บนตัวเธอก็เริ่มเคลื่อนไหวโดยอัตโนมัติ
เชือกที่มัดก็คลายออกอย่างช้า ๆ
ขนตาขยับเล็กน้อย เปลือกตาเปิดขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นดวงตา
สีแดงเลือดบางส่วน
ฉู่ลั่วยกมือแตะหน้าผากของเฉิงยวน อีกมือผลักหยวนเส้าหยิน
ออกไปอย่างแรง เพียงแค่ผลักเบา ๆ ก็ทำให้หยวนเส้าหยินกระเด็นไป
ชนประตูห้องจนมันเปิดออก และตัวเขากระแทกกับผนังอย่างแรงจน
เกิดเสียงดังตึง
เธอรีบควบคุมเฉิงยวนไว้ แล้วเสริมความแข็งแกร่งของอักขระ
ภายในห้อง
จากนั้นจึงปิดประตูแล้วเดินเร็ว ๆ ไปหาหยวนเส้าหยิน “นายคิด
จะทำอะไร?”
หยวนเส้าหยินเพิ่งอ้าปาก กลิ่นคาวก็พุ่งออกมาจากปากของเขา
เขาไม่สนใจสิ่งเหล่านี้ แค่อดทนกับความเจ็บปวด แล้วมองฉู่ลั่ว
“ถ้าไม่มีวิธีอื่น ผมยินดีจะเลี้ยงดูเธอ ใช้เลือดของผมเลี้ยงดูเธอ แบบนี้
ไม่ดีเหรอครับ?”
ฉู่ลั่วย่อตัวลง ขมวดคิ้วเล็กน้อยจ้องมองหยวนเส้าหยิน “ตอนนี้
เธอแค่สูญเสียสติไปเท่านั้น ยังไม่ได้กระหายเลือด ถ้านายให้เลือด
เธอกินเมื่อไหร่ เธอก็จะถอยหลังกลับไม่ได้จริง ๆ แล้ว”
“เธอจะเป็นอะไรไม่ได้ นอกจากสัตว์ประหลาดกระหายเลือด”
หยวนเส้าหยินกุมหน้าอกที่เจ็บปวดรุนแรง “แล้วจะทำยังไงล่ะ
ครับ? จะปล่อยให้เธอไปทำร้ายคนธรรมดาเหรอ? หรือว่าปล่อยให้เธอ
สลายคืนสู่ธรรมชาติ”
“ผมสามารถเลี้ยงดูเธอได้ เจ้านิกาย ผมเป็นนักพรต ผมมีบุญ
กุศลและการบำเพ็ญของตัวเอง ผมสามารถเลี้ยงดูเธอได้”
เขาใช้มือข้างหนึ่งยันกำแพง ค่อย ๆ ลุกขึ้น “เจ้านิกาย ถ้าวัน
หนึ่งเธอต้องการคนเลี้ยงดู ผมก็หวังว่าคุณจะให้ผมเป็นคนเลี้ยงดู
เธอ”
“ถ้าเป็นอย่างนั้น เธอก็ไม่ใช่เฉิงยวนแล้ว” ฉู่ลั่วมองหยวนเส้าห
ยิน “เฉิงยวนไม่ได้อยากเป็นผีกระหายเลือด ฉันเองก็จะไม่ยอมให้
เธอ…เป็นผีกระหายเลือด”
“นายเองก็ไม่สามารถ…ไม่สามารถทำให้เธอกลายเป็นผีกระหาย
เลือดเพราะความเห็นแก่ตัวของตัวเอง”
หยวนเส้าหยินอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
เขาก้มหน้าลงแล้วยิ้มเยาะตัวเอง ใช้มือยันตัวกับกำแพง ค่อย ๆ
ไปจากห้องของฉู่ลั่ว
แต่เพียงจะเดินมาถึงประตู ก็ได้ยินเสียงของฉู่ลั่วดังมาจาก
ด้านหลัง “นายวางใจได้ ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอสูญสลายไป และจะไม่
ปล่อยให้เธอกลายเป็นผีกระหายเลือดเหมือนกัน”
หยวนเส้าหยินหันกลับไปมองฉู่ลั่ว
ด้านหลังของเธอคือหน้าต่างบานใหญ่ แสงอาทิตย์สีส้มแดงยาม
เย็นสาดส่องอยู่เบื้องหลังเธอ ราวกับเป็นม่านเลือดที่ถูกคลี่ออก
และตัวเธอที่อยู่ท่ามกลางแสงสีเลือดนั้น กระทั่งสีหน้าก็ยัง
มองเห็นไม่ชัดเจน
หยวนเส้าหยินเพียงตะลึงไปสองสามวินาที ก่อนจะหันกลับมา
พยุงตัวกับกำแพงแล้วเดินจากไปอีกครั้ง
สองวันต่อมา ฉู่ลั่วก็ประกาศต่อหน้าซู่เซี่ยงหยางกับคนอื่น ๆ ว่า
“ฉันจะพาเฉิงยวนไปโลกอื่น”
คนอื่น ๆ ยังไม่ทันได้ตอบสนอง ระบบที่แอบซ่อนอยู่ในจิตธรรม
ญาณและแกล้งตายมาตลอดก็ส่งเสียงออกมากะทันหัน
[โฮสต์! คุณจะไปโลกอื่นอีกแล้วเหรอ โลกอื่นไม่ใช่ที่ที่จะไปได้
ง่าย ๆ นะครับ]
ฉู่ลั่วไม่สนใจเสียงตะโกนของระบบในจิตธรรมญาณเลย
เธอพูดซ้าอีกครั้งถึงสิ่งที่เพิ่งพูดไป
ซู่เซี่ยงหยางอดถามไม่ได้ “ไปโลกอื่นอีกรอบเหรอครับ? ไปแล้ว
จะกลับมาได้ไหม? คุณรับรองได้ไหมว่าไปโลกอื่นแล้วจะหาสิ่งที่เฉิง
ยวนต้องการได้จริง ๆ ?”
ฉู่ลั่วตอบซู่เซี่ยงหยางไปตามตรง “ไปได้แต่จะกลับมาได้หรือไม่
ฉันไม่รู้ค่ะ และรับรองไม่ได้ว่าที่นั่นจะมีสมุนไพรที่ต้องการ แต่ว่า…ที่
นั่นมีพลังหยินและพลังอาฆาตอยู่เต็มไปหมด แต่ไม่มีสิ่งมีชีวิตหรือคน
ที่มีชีวิตอยู่ด้วยเหมือนกัน”
“ถ้าไปที่โลกอื่นแล้ว อย่างน้อยฉันก็ไม่ต้องกักขังเธอไว้”