เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1827 มันสูญเปล่ำ
ทุกคนเงียบกริบ
“ดูสิ ฉู่ลั่วยืนอยู่ตรงนั้น บอกพวกคุณว่ำเธอกลับมำแล้ว”
“ถ้ำมีควำมสำมำรถก็ไปหำเธอซะ แต่ถ้ำไม่มีก็รอให้เธอมำหำ
พวกคุณเองแล้วกัน!”
พูดจบ เขำก็สะบัดแขนเสื้อจำกไป
หลังจำกไจ๋ฉำงไปแล้ว ก็มีคนแค่นหัวเรำะพูดว่ำ “ตอนนี้เขำท ำ
ตัวดีจังเลยนะ ทั้ง ๆ ที่สมัยก่อนก็เป็นเขำนั่นแหละที่คอยขัดขวำงเธอ
ทุกเรื่อง ตอนนี้มำท ำตัวเป็นคนดีเพื่ออะไรกัน”
“ก็เพรำะตระกูลไจ๋ตอนนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน ตอนนั้นมีคนตระกูล
ไจ๋มำกมำย…”
ค ำพูดยังไม่ทันเอ่ยจบก็ถูกกลืนลงคอ
ทุกคนมีสีหน้ำหม่นหมอง บำงคนยังมีแววหวำดกลัวอยู่ในดวงตำ
ใครจะคิดว่ำฉู่ลั่วจะกลับมำอีกครั้ง
ฉู่ลั่วจำกไปในตอนนั้นก็เพื่อผีร้ำยเฉิงยวน
ตรำบใดที่ผีร้ำยเฉิงยวนยังไม่ดีขึ้น เธอก็ไม่มีทำงกลับมำได้
แต่หำกกลำยเป็นผีร้ำยไปแล้ว จะยังกลับมำดีขึ้นได้อย่ำงไร
ฉู่ลั่วจะต้องไม่มีวันกลับมำแน่นอน
ทว่ำใครจะคิด เพียงแค่เวลำยี่สิบกว่ำปี เธอก็กลับมำแล้ว
พอกลับมำเธอก็ก่อเรื่องใหญ่โต ทั้งยังประกำศอย่ำงชัดเจนให้
ทุกคนรู้ว่ำตัวเองกลับมำแล้ว
ขณะนั้นเอง มีคนอุทำนขึ้นมำว่ำ “มีประกำศออกมำแล้ว!”
ประกำศนี้ออกมำจำกทำงต ำรวจ ไม่ได้ผ่ำนองค์กร
เป็นนักพรตชรำที่ไปมอบตัวกับต ำรวจด้วยตัวเอง พร้อมกับน ำ
หลักฐำนทั้งหมดและยังพำต ำรวจไปยังสถำนที่ก่อเหตุอีกด้วย
ภำยในเวลำเจ็ดชั่วโมง ทุกอย่ำงก็ได้ข้อสรุปแล้ว
เมื่อดูควำมคิดเห็นบนอินเทอร์เน็ต ทุกคนก็ต่ำงวิพำกษ์วิจำรณ์
กันอย่ำงเดือดดำล
ช่วงหลำยปีที่ผ่ำนมำ คนธรรมดำให้ควำมเคำรพนับถือลัทธิเต๋ำ
มำก โดยเฉพำะหลังจำกพลังวิญญำณได้หลั่งไหลลงมำ ท ำให้คน
ธรรมดำหลำยคนมีควำมสำมำรถในกำรบ ำเพ็ญด้วย
โดยทั่วไปแล้ว คนธรรมดำที่ท ำผิดกฎหมำยจะถูกตัดสินโดยศำล
ยุติธรรม
ส่วนผู้บ ำเพ็ญที่ท ำผิดกฎหมำยจะถูกตัดสินโดยองค์กร
มันเป็นแบบนี้มำตลอดหลำยปีแล้ว
แต่ครั้งนี้กลับเป็นต ำรวจ
พวกเขำไม่รอให้ลัทธิเต๋ำมีโอกำสได้ตอบสนอง ก็ประกำศให้
สำธำรณชนรู้แล้ว
“นี่ต้องเป็นค ำสั่งของฉู่ลั่วแน่ ๆ”
มีคนกัดฟันพูด “เธอเองก็เป็นคนของลัทธิเต๋ำ แต่กลับมำตบหน้ำ
ลัทธิเต๋ำเสียเอง”
“ลัทธิเต๋ำแต่เดิมก็อ่อนแอ กว่ำจะมำถึงวันนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่ำย ๆ
เธอก ำลังจะล้มโต๊ะ!”
ทุกคนโกรธแค้นเธอ
แต่ไม่มีใครเสนอให้ไปหำเธอ
ฝ่ำยฉู่ลั่วก็รู้สึกประหลำดใจเช่นกัน
เธอไม่คิดว่ำคนแรกที่มำหำตัวเอง จะเป็น…ไจ๋ฉำง
เมื่อเทียบกับยี่สิบกว่ำปีก่อน รูปลักษณ์ภำยนอกของไจ๋ฉำงไม่ได้
เปลี่ยนแปลงไปมำกนัก เพียงแต่ท่ำทำงดูสุขุมมำกขึ้น และไม่มีควำม
ใจร้อนเหมือนสมัยก่อนแล้ว
เขำมองดูที่พักของฉู่ลั่วซึ่งเป็นโรงแรมแห่งหนึ่ง
“เจ้ำนิกำย!”
ไจ๋ฉำงแค่เรียกออกมำแล้วก็หยุดพูด
เขำไม่รู้จะพูดอะไร
และไม่รู้จะเริ่มพูดจำกตรงไหน
เวลำแค่ยี่สิบปีแต่กลับเหมือนผ่ำนไปนำนรำวกับทะเลเปลี่ยนเป็น
ทุ่งนำ
“ลัทธิเต๋ำมีบำงอย่ำงเกิดขึ้น”
“องค์กรก็มีบำงอย่ำงเกิดขึ้น”
“มณฑลหนำนก็มีบำงอย่ำงเกิดขึ้น”
“เผ่ำปีศำจก็มีบำงอย่ำงเกิดขึ้นเหมือนกัน”
“ควำมพยำยำมทั้งหมดของเจ้ำนิกำย มันสูญเปล่ำ”
เขำพูดทีละประโยค แต่พอเห็นว่ำสีหน้ำของฉู่ลั่วเหมือนจะไม่ได้
เปลี่ยนแปลงนัก ก็ท ำให้ควำมรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ในใจของเขำระบำย
ออกมำ
เขำคิดว่ำฉู่ลั่วจะต้องประหลำดใจ โกรธ หรือเสียใจ
แต่ไม่มีอะไรเลย
หลังจำกถอนหำยใจ ไจ๋ฉำงจึงถำมว่ำ “เจ้ำนิกำยคิดจะท ำอะไร
ต่อ?”
“เข้ำไปในมณฑลหนำนค่ะ”
“ด้วยควำมสำมำรถของเจ้ำนิกำย กำรเข้ำไปในมณฑลหนำน
ไม่ใช่เรื่องยำกอะไร” พูดจบก็เห็นฉู่ลั่วจ้องมองเขำ
ไจ๋ฉำงพูดต่อ “แต่เจ้ำนิกำยควรจะสังเกตเห็นปัญหำของค่ำยกล
ในมณฑลหนำน ค่ำยกลของมณฑลหนำนผูกมัดอยู่กับฮั่วเซียวหมิง”
นิ้วมือของฉู่ลั่วขยับเล็กน้อย “เขำ…ยังมีชีวิตอยู่หรือคะ”
ไจ๋ฉำงไม่ตอบ
ฉู่ลั่วถำมอีกครั้ง
ไจ๋ฉำงพูดเบำ ๆ ว่ำ “ไม่รู้ครับ แต่ค่ำยกลไม่ได้พังทลำย เขำก็คง
จะยังมีชีวิตอยู่”
“แต่ช่วงหลำยปีมำนี้ ก็มีคนไม่น้อยที่พยำยำมจะท ำลำยค่ำยกล
และบุกเข้ำไป มันจึงส่งผลกระทบต่อร่ำงกำยของเขำมำก ภำยหลัง
รัฐบำลถึงได้ออกค ำสั่งเด็ดขำด สถำนกำรณ์แบบนี้จึงยุติลง”